Category: Forex Basics
-
เปรียบเทียบการใช้ Price Action กับ Indicator อะไรเหมาะกับคุณ?
ความหมายของ Price Action และ indicator ตัวชี้วัดทางเทคนิค การวิเคราะห์ Price Action และการใช้ตัวชี้วัดทางเทคนิคเป็นสองวิธีที่ได้รับความนิยมในการเทรด นักลงทุนมักใช้เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของตลาดและคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต แต่ทั้งสองมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ซึ่งนักเทรดควรเข้าใจเพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของตนเอง Price Action คืออะไร? Price Action เป็นการวิเคราะห์พฤติกรรมของราคาโดยไม่ใช้ตัวชี้วัดทางเทคนิคที่ซับซ้อน นักเทรดจะใช้ข้อมูลจากกราฟราคาเพื่อตัดสินใจ โดยดูรูปแบบของแท่งเทียน แนวรับ-แนวต้าน และการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงต่าง ๆ เพื่อหาจุดเข้าและออกที่เหมาะสม ข้อดีของการใช้ Price Action ตัวชี้วัดทางเทคนิค ( indicator ) คืออะไร? ตัวชี้วัดทางเทคนิค (Technical Indicators) เป็นเครื่องมือที่นักเทรดใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลราคาในอดีตและคาดการณ์แนวโน้มอนาคต เช่น Moving Averages, RSI และ MACD โดยเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้นักเทรดเห็นแนวโน้มของตลาดอย่างชัดเจน ข้อดีของการใช้ตัวชี้วัดทางเทคนิค ( indicator ) เปรียบเทียบการใช้ Price Action กับตัวชี้วัดทางเทคนิค ความเรียบง่ายและความยืดหยุ่น Price Action…
-
4 ขั้นตอนการตั้งค่า Risk Reward Ratio ในการเทรดอย่างมืออาชีพ
การตั้งค่าอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk Reward Ratio) หรือ RR คือ ปัจจัยสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและการวางแผนการเทรดที่มีประสิทธิภาพ การตั้งค่าอย่างถูกต้องช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น บทความนี้จะแนะนำ 4 ขั้นตอนในการตั้งค่า Risk Reward Ratio ให้เหมาะสมสำหรับเทรดเดอร์ทั้งมือใหม่และมืออาชีพ การทำความเข้าใจเบื้องต้นว่า RR คืออะไร RR คือ อัตราส่วนที่ใช้ในการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน โดยเปรียบเทียบระหว่างความเสี่ยงที่จะเสียกับผลตอบแทนที่คาดหวัง ตัวอย่างเช่น ถ้าอัตราส่วนคือ 1:3 หมายความว่าเสี่ยงเสีย 1 หน่วยเพื่อคาดหวังได้ผลตอบแทน 3 หน่วย การตั้งค่าอัตราส่วนที่เหมาะสมเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในระยะยาว ขั้นตอนที่ 1: วิเคราะห์ตลาดและกำหนดจุดเข้าออก ศึกษาตลาดและแนวโน้ม: การวิเคราะห์แนวโน้มช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมของตลาดและระบุทิศทางการเคลื่อนไหวของราคา กำหนดจุดเข้าและจุดออกที่ชัดเจน: การเลือกจุดเข้าและออกที่แม่นยำช่วยให้สามารถคำนวณ Risk Reward Ratio ได้ถูกต้อง ใช้เครื่องมือทางเทคนิค: เช่น เส้นแนวรับแนวต้าน (Support and Resistance) เพื่อช่วยในการตั้งจุดเข้าออก ขั้นตอนที่ 2: คำนวณอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน วิธีการคำนวณ…
-
เทคนิคการใช้เลเวอเรจในการเทรดดัชนีผ่าน CFDs อย่างปลอดภัย
การซื้อขายสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFDs) ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักลงทุนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของดัชนีโดยไม่จำเป็นต้องครอบครองสินทรัพย์จริง หนึ่งในจุดเด่นของการเทรด CFDs คือการใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มมูลค่าการลงทุน แต่การใช้งานนี้มีความเสี่ยงที่ผู้เทรดควรพิจารณาอย่างรอบคอบ CFDs คืออะไร สัญญาซื้อขายส่วนต่าง Contract for Differences หรือ CFDs คือ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อนุญาตให้นักลงทุนซื้อขายตราสารอนุพันธ์ตามมูลค่าของสินทรัพย์ เช่น ดัชนีหุ้น โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริง การเทรด CFDs ช่วยให้นักลงทุนสามารถเปิดสถานะซื้อ (Long) หรือขาย (Short) ได้ตามความคาดการณ์ของตลาด เลเวอเรจในการเทรดดัชนีผ่าน CFDs คืออะไร เลเวอเรจ เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มพูนผลกำไรหรือขาดทุนของการลงทุน นักลงทุนสามารถควบคุมตำแหน่งที่มีมูลค่ามากกว่าจำนวนเงินที่ฝากไว้ในบัญชีของตนเอง ตัวอย่างเช่น การใช้เลเวอเรจ 1:10 หมายความว่า หากนักลงทุนฝากเงิน $1,000 พวกเขาสามารถเปิดสถานะที่มีมูลค่าสูงถึง $10,000 ได้ ข้อดีของการใช้เลเวอเรจ เพิ่มโอกาสในการทำกำไร: ด้วยเลเวอเรจ นักลงทุนสามารถควบคุมการลงทุนขนาดใหญ่ได้ด้วยเงินที่น้อยลง ทำให้มีโอกาสทำกำไรสูงขึ้น การเข้าถึงตลาดที่หลากหลาย: นักเทรดสามารถลงทุนในดัชนีหลายประเภท เช่น ดัชนี S&P 500, FTSE 100,…
-
วิธีการอ่านปฏิทินเศรษฐกิจ: คู่มือสำหรับมือใหม่ในการวางแผนเทรดตามข้อมูลเศรษฐกิจปี 2025
การเข้าใจและใช้ปฏิทินเศรษฐกิจในการวางแผนการเทรดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะในปี 2025 ซึ่งความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการลงทุนของนักเทรดทุกระดับ ดังนั้น บทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถอ่านปฏิทินเศรษฐกิจและใช้ข้อมูลเศรษฐกิจเพื่อวางแผนการเทรดอย่างชาญฉลาด บทความนี้สอนวิธีการอ่านปฏิทินเศรษฐกิจอย่างละเอียดสำหรับนักลงทุนมือใหม่ รวมถึงการวางแผนเทรดตามข้อมูลเศรษฐกิจประจำปี 2025 โดยเน้นหัวข้อที่สำคัญ อาทิ การวิเคราะห์ข้อมูลและเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ แนะนำเคล็ดลับเพื่อวางแผนการเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ ความสำคัญของปฏิทินเศรษฐกิจในปี 2025 การเทรดตามข้อมูลเศรษฐกิจต้องอาศัยการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ทันกับเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนของคุณ ปี 2025 มีเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะส่งผลต่อการซื้อขายในตลาด เช่น การประชุมของธนาคารกลาง การประกาศอัตราเงินเฟ้อ และรายงานการจ้างงาน ดังนั้น การใช้ปฏิทินเศรษฐกิจจะช่วยให้นักลงทุนทราบถึงการประกาศที่สำคัญและสามารถเตรียมตัวได้ล่วงหน้า ปฏิทินเศรษฐกิจคืออะไร? ปฏิทินเศรษฐกิจเป็นตารางหรือเครื่องมือที่ระบุวันที่ของเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจสำคัญ ๆ ที่มีผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก เช่น การประชุมของธนาคารกลางและการรายงานข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น GDP, อัตราเงินเฟ้อ, และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค วิธีการอ่านปฏิทินเศรษฐกิจ ทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจแต่ละประเภทมีผลกระทบต่อตลาดที่แตกต่างกัน เรามาเรียนรู้เหตุการณ์ที่สำคัญเพื่อเข้าใจว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม รายงาน GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) ตัวชี้วัดสุขภาพของเศรษฐกิจที่บ่งบอกถึงการเติบโตหรือลดลงของประเทศ ซึ่งมีผลต่อค่าเงินและตลาดหุ้นอย่างมาก อัตราเงินเฟ้อ : ตัวเลขนี้ชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางเรื่องอัตราดอกเบี้ย อัตราการจ้างงานและรายงานการจ้างงาน : สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และสามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการเงิน โดยเฉพาะในประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่…
-
การเทรด Forex ให้ได้วันละ 1000 บาท – เคล็ดลับและกลยุทธ์สำหรับผู้เริ่มต้น
ทำความรู้จักกับ Forex และการตั้งเป้าหมายในการเทรด ตลาด Forex คืออะไร? ตลาด Forex (Foreign Exchange) เป็นตลาดการแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีการซื้อขายสกุลเงินต่างๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ (USD), ยูโร (EUR), เยนญี่ปุ่น (JPY) และอีกมากมาย ตลาดนี้เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงในวันจันทร์ถึงศุกร์ เนื่องจากเป็นตลาดที่ครอบคลุมทั่วโลก ทำให้นักเทรดสามารถเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับตนเองได้ การทำกำไรในตลาด Forex มาจากการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงิน โดยซื้อเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น และขายเมื่อคาดว่าราคาจะลง ปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา Forex ราคาสกุลเงินในตลาด Forex มีความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น นโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์การเมืองของแต่ละประเทศ การติดตามข่าวสารเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเทรด เพราะจะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำขึ้น การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณคาดการณ์แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นและระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น กลยุทธ์การวางแผนและการตั้งเป้าหมายในการเทรดให้ประสบความสำเร็จ การคำนวณการทำกำไรวันละ 1000 บาท การตั้งเป้าหมายการทำกำไรในตลาด Forex ให้ได้วันละ 1000 บาทนั้นต้องมีการวางแผนอย่างดี ถ้าคุณมีเงินทุนเริ่มต้นที่ 10,000 บาท การทำกำไรเพียง…
-
ดัชนีคืออะไร? พื้นฐานที่นักลงทุนต้องรู้ก่อนเริ่มเทรด
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับดัชนีถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเทรดมือใหม่หรือมีประสบการณ์ การเข้าใจในสิ่งที่เรียกว่า “ดัชนี” จะช่วยให้คุณประเมินสภาพตลาดและตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดัชนี คืออะไร? ดัชนี (Index) เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ในการวัดการเปลี่ยนแปลงของมูลค่ากลุ่มหลักทรัพย์หรือตราสารการเงินต่าง ๆ ดัชนีถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์ภาพรวมของตลาดได้ง่ายขึ้น โดยการใช้ดัชนี นักลงทุนสามารถประเมินการเปลี่ยนแปลงของตลาดหรือกลุ่มสินทรัพย์ได้ในมุมมองที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ประเภทของดัชนีที่สำคัญ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (Stock Market Index) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เป็นตัวชี้วัดที่ใช้เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานของกลุ่มหุ้นในตลาด เช่น SET Index ในประเทศไทย หรือ S&P 500 ในสหรัฐฯ SET Index คือดัชนีหลักของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ใช้ในการวัดการเปลี่ยนแปลงราคาของหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งแสดงถึงภาพรวมของตลาดหุ้นในประเทศ S&P 500 เป็นดัชนีที่ใช้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของ 500 บริษัทชั้นนำในสหรัฐฯ ถือว่าเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดโลก ดัชนีอุตสาหกรรม (Industry Index) ดัชนีอุตสาหกรรมมักจะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น Nasdaq ซึ่งเน้นไปที่บริษัทเทคโนโลยี หรือดัชนี FTSE ที่สะท้อนภาพรวมของหุ้นในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร การใช้งานของดัชนีในเชิงการลงทุน ดัชนีกับการวิเคราะห์เทคนิค (Technical…
-
ทำความเข้าใจบัญชี Cent: วิธีเริ่มต้นการเทรดด้วยเงินทุนเล็ก ๆ แต่กำไรไม่น้อย
การเทรดในตลาด Forex กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือมืออาชีพต่างก็มองหาวิธีที่จะทำกำไรในตลาดการเงินนี้ หนึ่งในวิธีที่น่าสนใจและเหมาะสมกับผู้ที่มีเงินทุนจำกัดคือการเปิด บัญชี Cent ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถเริ่มต้นการเทรดด้วยเงินทุนเล็ก ๆ แต่ยังสามารถทำกำไรได้ไม่น้อย ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับบัญชี Cent รวมถึงวิธีการเริ่มต้นเทรดและเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้การลงทุนในตลาด Forex ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น บัญชี Cent คืออะไร บัญชี Cent คือประเภทของบัญชีเทรดที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถเริ่มต้นเทรดด้วยจำนวนเงินที่น้อยมาก ๆ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการลงทุนจำนวนมาก แต่ยังคงสามารถเข้าถึงตลาด Forex ได้เหมือนกับบัญชีเทรดแบบมาตรฐาน ความแตกต่างหลักของบัญชี Cent คือการคำนวณยอดเงินในบัญชีจะใช้หน่วย “เซนต์” แทนที่จะเป็นหน่วย “ดอลลาร์” ซึ่งทำให้คุณสามารถเทรดได้ด้วยเงินทุนเพียงไม่กี่ดอลลาร์ ข้อดีของการใช้บัญชี Cent 1. ลดความเสี่ยงในการลงทุน การเทรดด้วยบัญชี Cent ช่วยให้นักลงทุนสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมาก เนื่องจากเงินที่ใช้ในการเทรดเป็นจำนวนเล็กน้อย หากคุณเป็นนักเทรดมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ การเริ่มต้นด้วยเงินทุนน้อย ๆ ในบัญชี Cent จะช่วยลดความกดดันและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาด 2. ฝึกฝนและเพิ่มความมั่นใจ บัญชี Cent ช่วยให้นักเทรดได้ฝึกฝนทักษะและเทคนิคในการเทรดอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก เมื่อคุณมีความชำนาญมากขึ้น…
-
มาร์จิ้นในการเทรด: เครื่องมือที่ช่วยเพิ่มโอกาสหรือความเสี่ยง?
การเทรดในตลาดการเงินมีหลากหลายวิธี หนึ่งในเครื่องมือที่มีความนิยมและเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากก็คือ มาร์จิ้นในการเทรด มาร์จิ้นไม่ใช่เพียงแค่ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงตำแหน่งการซื้อขายที่ใหญ่ขึ้นได้ด้วยเงินที่น้อยลง แต่ยังมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงมาก มันจึงเป็นคำถามที่สำคัญว่า มาร์จิ้นในการเทรดเป็นเครื่องมือที่เพิ่มโอกาส หรือเพียงแค่เพิ่มความเสี่ยงในการลงทุน? มาร์จิ้นในการเทรดคืออะไร? มาร์จิ้น (Margin) คือการกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการซื้อขายหลักทรัพย์ โดยที่นักลงทุนไม่ต้องใช้เงินของตนเองทั้งหมดในการทำธุรกรรม เมื่อนักลงทุนต้องการซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น หุ้น พวกเขาสามารถใช้เงินมาร์จิ้นในการเข้าถึงปริมาณการลงทุนที่สูงขึ้นกว่าที่เงินทุนตนเองจะทำได้ ส่งผลให้นักลงทุนมีโอกาสทำกำไรสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นก็สูงมากตามไปด้วย การทำงานของมาร์จิ้น: เปิดตำแหน่งการซื้อขายด้วยเงินที่กู้ยืม การทำงานของมาร์จิ้นเริ่มต้นจากการเปิดบัญชีมาร์จิ้นกับโบรกเกอร์ นักเทรดต้องฝากเงินเป็นหลักประกัน (Collateral) ซึ่งมักเรียกว่า Initial Margin จากนั้นโบรกเกอร์จะยืมเงินส่วนที่เหลือให้นักเทรดเพื่อเพิ่มขนาดของตำแหน่งการซื้อขาย สิ่งที่นักลงทุนควรทราบคือ เมื่อใช้มาร์จิ้น โอกาสทำกำไรอาจจะสูงขึ้น แต่ในทางกลับกัน ความเสียหายที่เกิดขึ้นหากการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดก็จะเพิ่มขึ้นด้วย เลเวอเรจ (Leverage) กับมาร์จิ้น: ความสัมพันธ์ที่สำคัญ เลเวอเรจ (Leverage) คือสิ่งที่ช่วยให้มาร์จิ้นทำงานได้ เลเวอเรจเป็นการใช้เงินกู้ยืมจากโบรกเกอร์เพื่อเพิ่มปริมาณการลงทุน โดยอัตราส่วนเลเวอเรจมักแสดงเป็นตัวเลขเช่น 2:1, 5:1 หรือแม้แต่สูงถึง 100:1 ซึ่งหมายความว่าในอัตรา 100:1 คุณสามารถควบคุมสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงกว่าทุนที่คุณลงทุนถึง 100 เท่า ดังนั้นเลเวอเรจจึงช่วยให้มาร์จิ้นทำงานเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร แต่ในขณะเดียวกันมันก็เพิ่มความเสี่ยงทางการเงินอย่างมหาศาลเช่นกัน มาร์จิ้นเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้อย่างไร?…
-
ทำไมสเปรด คือปัจจัยสำคัญที่นักเทรดมือใหม่ควรเข้าใจในการเริ่มต้นซื้อขาย
การเทรดในตลาดการเงิน เช่น ตลาดฟอเร็กซ์ (Forex) หรือหุ้น อาจดูซับซ้อนและท้าทายสำหรับนักเทรดมือใหม่ หนึ่งในคำศัพท์ที่คุณอาจพบเจอและควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้คือ “สเปรด” สเปรดไม่เพียงแค่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการซื้อขาย แต่ยังส่งผลต่อกำไรและขาดทุนของคุณในระยะยาว หากคุณกำลังเริ่มต้นการเทรด การทำความเข้าใจสเปรดจะเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยให้คุณตัดสินใจซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สเปรดคืออะไร สเปรดคือความแตกต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) ของสินทรัพย์ที่คุณต้องการซื้อขาย โดยทั่วไป ราคาซื้อคือราคาที่คุณสามารถขายสินทรัพย์ได้ และราคาขายคือราคาที่คุณสามารถซื้อได้ ความต่างของราคาทั้งสองนี้คือ “สเปรด” ซึ่งมักจะถูกวัดเป็น “pip” หรือเปอร์เซ็นต์เล็กน้อยของการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดฟอเร็กซ์ การทำความเข้าใจว่าสเปรดคืออะไรเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อการคำนวณกำไรและขาดทุนจากการซื้อขายของคุณ สเปรดยิ่งกว้าง (สูง) ยิ่งทำให้คุณต้องจ่ายมากขึ้นเพื่อทำกำไรในแต่ละการซื้อขาย ซึ่งหมายความว่าการเลือกคู่เงินหรือสินทรัพย์ที่มีสเปรดต่ำอาจช่วยให้คุณลดค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย ประเภทของสเปรด นักเทรดควรทำความเข้าใจว่าสเปรดมีอยู่สองประเภทหลัก: ทำไมสเปรดถึงสำคัญสำหรับนักเทรดมือใหม่ สำหรับนักเทรดมือใหม่ การทำความเข้าใจสเปรดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะสเปรดเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐานในการทำธุรกรรม หากไม่รู้จักคำนวณค่าใช้จ่ายเหล่านี้ คุณอาจประสบปัญหากับการทำกำไร นอกจากนี้ การรู้ว่าสเปรดส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อขายของคุณยังช่วยให้คุณสามารถเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมและบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น สเปรดต่ำกับกลยุทธ์การซื้อขายสั้นๆ หากคุณเป็นนักเทรดที่ชื่นชอบการซื้อขายแบบสั้นๆ (Scalping) การมองหาสินทรัพย์ที่มีสเปรดต่ำจะช่วยให้คุณทำกำไรได้มากขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เนื่องจากคุณไม่ต้องจ่ายค่าสเปรดที่มากเกินไปในแต่ละครั้งที่คุณเปิดหรือปิดตำแหน่ง สเปรดสูงกับการซื้อขายระยะยาว ในขณะที่การซื้อขายแบบระยะสั้นอาจต้องการสเปรดต่ำ การซื้อขายระยะยาว (Position Trading) อาจจะไม่ต้องกังวลกับสเปรดมากเท่าใดนัก เนื่องจากเป้าหมายของคุณคือการทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ในระยะยาว ปัจจัยที่มีผลต่อสเปรด…
-
รู้หรือไม่? ตลาดฟอเร็กซ์เปิด 24 ชั่วโมง แต่มีช่วงเวลาทองคำ!
ตลาดฟอเร็กซ์ หรือที่เรียกกันว่า Forex (Foreign Exchange Market) เป็นหนึ่งในตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก และที่น่าสนใจคือ เปิดให้เทรดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนหรือเวลาใด คุณสามารถเข้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินได้เสมอ แต่สิ่งที่เทรดเดอร์มืออาชีพหลายคนรู้และใช้ประโยชน์คือ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเทรด หรือที่เรียกว่า “ช่วงเวลาทองคำ” ของตลาดฟอเร็กซ์ ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุดและสามารถทำกำไรได้มากกว่าเวลาทั่วไป ตลาดฟอเร็กซ์เปิด 24 ชั่วโมงจริงไหม? ตลาดฟอเร็กซ์ทำงานบนระบบตลาดระหว่างประเทศ ซึ่งหมายความว่ามีการเปิดซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน แต่ไม่ได้หมายความว่าตลาดทุกแห่งจะเปิดพร้อมกัน ตลาดแบ่งออกเป็น 4 เขตหลัก ๆ คือ ซิดนีย์ โตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก ซึ่งตลาดเหล่านี้เปิดตามเวลาในแต่ละเขต นี่คือเหตุผลที่ตลาดฟอเร็กซ์สามารถทำการซื้อขายได้ทั้งวันทั้งคืน โครงสร้างเวลาเปิด-ปิดของตลาดฟอเร็กซ์ การทำความเข้าใจโครงสร้างเวลาเปิด-ปิดของตลาดเป็นปัจจัยสำคัญในการเทรดให้ประสบความสำเร็จ นี่คือตารางเวลาที่แสดงช่วงเปิดปิดของตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก: ตลาด เวลาเปิด (ตามเวลาไทย) เวลาเปิด (UTC) ซิดนีย์ 05:00 น. 22:00 น. โตเกียว 07:00…