Day ภาพรวมรายวัน ราคาน้ำมันยังคงเคลื่อนไหวในรูปแบบ Sideway ออกข้างกรอบใหญ่ 83.782-106.567 ราคาน้ำมันย่อลงมาระดับ แนวรับ SRF กรอบ 93.623-94.572 ก่อนดีดขึ้น(ตามคาด) แต่ยังคงไม่สามารถผ่าน กรอบแนวต้านสำคัญ บริเวณ 100.291-98.630 ปรับตัวร่วงลง (ตามคาด)เช่นกัน ราคาน้ำมันยังอยู่ในสภาวะยังไม่เลือกข้าง สถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ แต่ยังส่งผลในเชิงบวกต่อราคาน้ำมัน ทีส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานพุ่งสูงขึ้น 17.9% แต่ปัจจัยนี้มีการซึมซับมาโดยตลอด 2 เดือนที่ผา่นมา ในขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเจอกันระหว่างทรัมป์ และ สิ จิ้งผิง ในวันพฤหัส และศุกร์นี้ ว่ามะมีการเจรจาเรื่องการอิหร่านด้วยหรือไม่ ที่ทั้งสหรัฐและจีนเองต่างประกาศไม่ยอมรับการเรียกเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุชของอิหร่านเช่นกัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 102.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พุ่งขึ้น 4.11 ดอลลาร์ หรือ +4.19%
สหรัฐ- อิหร่าน ยังคงกลับมาเผชิญความตึงเครียดเหมือนเช่นเคย… ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน
- 12 พ.ค. อิหร่าน ออกมาขู่ตอบโต้ด้วยการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมให้สูงถึงขั้น 90%เพื่อผลิตอาวุธนิวเคลียร์ หากมีการถูกโจมตีซ้ำ CSIS รายงานว่า ศักยภาพอิหร่านขณะนี้สามารถผลิตหัวรบนิวเคลียร์ได้ถึง 10 ลูก
- เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพล่าสุดจากอิหร่าน โดยระบุว่าการหยุดยิงในขณะนี้อยู่ในภาวะใกล้ล่ม
- โดยข้อตกลงที่อิหร่านเสนอ การยุติสงครามถาวร, การชดเชยความเสียหาย, การยกเลิกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ, การยกเลิกคว่ำบาตร และการเคารพอธิปไตยของอิหร่าน ในขณะที่สหรัฐต้องการให้อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์
- ฝั่ง พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ยืนยันว่าสหรัฐ มีทั้งแผน เตรียมพร้อม ยกระดับ และถอนกำลัง รอไว้สำหรับการตัดสินใจของ โดนัลล์ ทรัมป โดยทันที ไม่ต้องรออนุมัตจากสภาคองเกรส
- ในขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เผยงบประมาณสงครามพุ่งถึง 29,000 ล้าน ดอลลาร์ ซึ่งเป็น ต้นทุนปฏิบัติการทางทหารโดยตรง เป็นหลัก เช่น กระสุน อาวุธยุทโธปกรณ์ การซ่อมบำรุง และเบี้ยเลี้ยงกำลังพล แต่ยังไม่รวม ค่าความเสียหายของฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลางหลังจากการถูกโจมตี ทั้งใน บาห์เรน คูเวต กาตาร์ อิรัก และ UAE ในขณะที่รายงานข่าวหลายสำนัก ระบว่า หากรวมค่าเสียหายทั้งหมดฝั่งสหรัฐ อาจไปถึง 40000 – 50000 ล้นดอลลาร์(ประมาณ 4.4%–5.6% ของงบกลาโหมสหรัฐ)
- จีนกระตุ้นให้ปากีสถานเร่งบทบาทตัวกลางไกล่เกลี่ย และช่วยแก้ไขปัญหาการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ ลินด์ซีย์ แกรแฮม สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ ถามถึงความไม่เป็นกลางของปากีสถาน ที่ยอมให้เครื่องบินของอิหร่านลงจอดในฐานทัพของตน เพื่อหลีกเลี่ยงจากโจมตีจากสหรัฐ
- ออสเตรเลียประกาศเข้าร่วมภารกิจร่วมกับฝรั่งเศสและอังกฤษ เพื่อรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะส่งเครื่องบินตรวจการณ์ E-7A Wedgetail เข้าร่วมปฏิบัติการ / ทั้งนี้ปฎิบัติการนี้เป็นเพียง”เชิงรับ” ทำหน้าที่สนับสนุนทางการทูต ไม่ไช่การยกระดับสงคราม ทำหน้าที่ในการเตือนภัยล่วงหน้า และเรือรบที่คอยใช้ในการตรวจภัยคุกคาม ตลอดจนเฝ้าระวันสถานะการณ์ในช่องแคบ
สรุปผลรายงาน American Petroleum Institute วันนี้ สต็อกน้ำมันดิบปรับลดลงแรง… ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำม้น
– น้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ (Crude Oil Inventories) – 2.2 ล้านบาร์เรล
– น้ำมันเบนซิน (Gasoline Inventories) เพิ่มขึ้น +502,000 บาร์เรล
– Distillates (Diesel / Heating Oil) ลดลง -319,000 บาร์เรล
- ปริมาณสต็อกน้ำมันดิบ ลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 สะท้อน ความตึงตัวของ Supply ในระบบ โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดกังวลความเสี่ยงตะวันออกกลางและเส้นทางขนส่งพลังงาน
- เบนซินกับมาเพิ่มขึ้น สะท้อนว่า demand ฝั่งผู้บริโภคเริ่มชะลอ หรือ refinery ผลิตออกมามากขึ้น
H4/H1 โครงสร้าง H4 ยังคงเป็นเทรนด์ขาขึ้นที่มีการเคลื่อนไหวในกรอบ sideway 83.782-106.567 มาตั้งแต่เดือน มี.ค ในระยะสั้น ราคาน้ำมันยังไม่สามารถยืนเหนือ Supply H4 ในกรอบไซด์เวย์ดังกล่าวได้
คำแนะนำ
- เปิดสถานุะซื้อ(รอสัญญาณซื้อ) กรอบ 95.420-95.953 / SL 95.300 เพื่อทำกำไรระยะสั้น 96.370/96.811/96.970/97.228
- เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย + ปิดแท่ง H1 ต่ำกว่า 93.600) กรอบ93.600-94.306 /SL 94.500 96.433/93.114/92.589/92.177/91.887/91.478/91240/90.660
แนวรับ 90.170/87.696/84.727
แนวต้าน 100.535/104.258/111.762

ปฎิทินเศรษฐกิจ 13 พ.ค.2569

บทวิเคราะห์ข่าว
- ติดตามประมาณน้ำมันดิบคงคลัง โดย EIA หากคลังนำมันติดลบ เช่นเดียวกับ API ในประกาศช่วงเช้าวันนี้ จะเป็นบวกต่อราคาน้ำมัน

Leave a Reply