กลยุทธ์การลงทุน XAUUSD  ประจำวันที่ 25 ส.ค. 2569

Day วานนี้ราคาทองคำปิดบวก +$48.74 ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน โดยยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังนักลงทุนยังคงกังวลต่อสถานการณ์ในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะอยู่ในระดับสูงก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่หนุนทองคำมาจากการที่ กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ซึ่งช่วยหนุนให้ตลาดมองว่ารัฐบาลสหรัฐ มีความกังวลต่อการปรับตัวขึ้นของ Bond Yield และปัญหาด้านหนี้สาธารณะ ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

นอกจากนี้ ราคาทองคำสามารถ ทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้โมเมนตัมทางเทคนิคกลับมาเป็นบวก และกระตุ้นแรงซื้อจากนักลงทุนที่ติดตามแนวโน้ม (Trend Following) โดยการปรับตัวขึ้นของราคายังได้รับแรงหนุนจากกองทุน Gold ETF ซึ่งมีเงินทุนไหลเข้าสูงถึง 46.7 ตัน หรือประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน นำโดยแรงซื้อจากกองทุนในอเมริกาเหนือและยุโรป

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน หลังสหรัฐ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ ขณะที่อิหร่านขู่ตอบโต้ หากมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการส่งออกของประเทศ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยที่ช่วยจำกัดแรงขายและหนุนราคาทองคำในฐานะ Safe Haven

สหรัฐอัดสภาพคล่องซื้อพันธบัตร สกัดผลตอบแทนพุ่ง… ส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวลดลง USD อ่อนค่า ปัจจัยบวกต่อ ทองคำ

  • CNBC รายงาน อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงการคลังสหรัฐ ว่า “กระทรวงการคลังอาจใช้เงินในบัญชี Treasury General Account (TGA) มาใช้ซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องออก T-Bill เพิ่มทันที” แต่ยังคงไม่ได้บอกว่าจะนำออกมาเท่าไหร่ และเมื่อไหร่
  • Treasury General Account (TGA) คือ บัญชีธนาคารของรัฐบาลสหรัฐที่ฝากไว้ที่เฟด (โดยเงินดังกล่าวมาจาก รายได้ภาษี ,เงินที่รัฐบาลได้จากการออกพันธบัตร และรายได้อื่นๆของรัฐบาล) ซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น $935 พันล้าน
  • ก่อนหน้านี้ สก็อต เบสเซนต์ เคยประกาศเพิ่มวงเงินการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว จาก 2 พันล้าน เป็น 4 พันล้านร่อรอบ โดยเน้นพันธบัตรอายุ 10-30 ปี

Gold ETF ซึ่งมีเงินทุนไหลเข้าระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน… ปัจจัยบวกต่อทองคำ

  • Gold ETF เงินไหลเข้า สะท้อนว่าแรงซื้อทองรอบล่าสุดไม่ได้มาจากนักเก็งกำไรในตลาด Futures เพียงอย่างเดียว แต่มี เงินลงทุนจริงผ่านกองทุนทองคำที่ถือทองคำจริง (physically backed ETFs) เข้ามาช่วยหนุนด้วย
  • รอยเตอร์และ World Gold Council เผย สัปดาห์ล่าสุด Gold-backed ETFs ทั่วโลกมีทองคำไหลเข้าสุทธิ 46.7 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็น ระดับการไหลเข้าสูงสุดในรอบ 10 เดือน โดยกองทุนที่จดทะเบียนใน อเมริกาเหนือและยุโรปเป็นผู้นำการไหลเข้า

นักลงทุนไม่ให้น้ำหนักแผน “โดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจอิหร่านออกจากเศรษฐกิจโลก”ของสหรัฐ / ตลาดจับตาสหรัฐจะขยายมาตราการไปจีนต่อหรือไม่ … กดดันราคาน้ำมัน ปัจจัยบวกต่อทองคำ

  • 24 ส.ค สก็อตต์ เบสเซนต์ รมต คลังสหรัฐ แถลงประกาศ Economic D-Day มาตราการโจมตีทางเศรษฐกิจคร้งใหญ่ต่ออิหร่าน ” Operation Economic Outcast” (มาตราการโดดเดี่ยวอิหร่านออกจากเศรษฐกิจโลก)
    และส่งสัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายต่อ นานาประเทศให้ยุติความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านมิเช่นนั้นจะเจอกับความเสี่ยงที่จะถูกผลักออกจากระบบ USD ของสหรัฐ แต่ยังคงไม่ได้บอก “ประเทศเป้าหมาย” และ “กำหนดบทลงโทษ เมื่อไหร่” เพียงแต่ยืนยันว่า เปิดช่วงเวลาให้แต่ละประเทศได้แก้ไขและทำตามมาตราการใหม๋
  • มาตราการคว่ำบาตรต่ออิหร่านจะมุ่งเน้นไปที่ 5 ่ภาคส่วนสำคัญคือ
    – สินทรัพย์ดิจิทัล/ เทคโนโลยี / ทองคำ/ การบิน /และการขนส่งทางเรือ ซึ่งสหรัฐคาดว่าเป็นสิ่งทีอิหร่านใช้ในการพยุงเศรษบกิจของตัวเอง
  • ที่ผ่านมากระทรวงคลังสหรัฐ ประกาศคว่ำบาตรทั้ง บุคคล บริษัท และเรือ่ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน รวมทั้งหมด 60 ราย แต่ยังไม่มีรายชื่อ สถาบันการเงิน”จีน” ที่สงสัยว่ามีส่วนช่วยอิหร่านอยู่ด้วย แต่การเลือกใช้มาตราการที่ยังไม่รุนแรงที่สุตตามที่โฆษณาไว้ สะท้อนให้เห็นว่าสหรํฐพยายามสร้างแรงกดดันอิหร่าน แต่หลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการเงินโลก
  • อิหร่าน :- ก่อนหน้าประกาศ Economic D-Day อิหร่านเตือน “จะตอบโต้ทางการทหาร และจะลดการส่งออกน้ำมันในภูมิภาคด้วย หากวอชิงตันเดินหน้ากดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน” ประกาศ “พร้อมรับมือมาตราการควำบาตร ซึ่งตนมีเครืองมือ และรู้ว่าจะรับมือกับเกมส์นี้อย่างไร”
  • ตลาดยังคงจับตา จีน ซึ่งเป็นผุ้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ทีุ่สุด ทั้งนี้หากยังคงนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านต่อไป ผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกอาจจำกัด แต่หากสหรัฐ ขยายมาตรการไปสู่การใช้ Secondary Sanctions ต่อสถาบันการเงินหรือผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ อาจทำให้อุปทานน้ำมันตึงตัวมากขึ้นและเป็นปัจจัยหนุน WTI ในระยะต่อไป
  • ด้านนักวิเคราะห์จาก Foundation for Defense of Democracies มองว่า “เบสเซนต์เลี่ยงตอบคำถามเกี่ยวกับจีน ในเชิงยุทธวิธี นี่เป็นเรื่องสมเหตุสมผลก่อนการประชุมสุดยอดเดือนหน้า แต่ในเชิงยุทธศาสตร์นั้น เสี่ยงที่จะทำให้จีนยิ่งมองว่า สหรัฐ ลังเลในการสร้างแรงกดดันอย่างจริงจังต่อผู้เล่นรายใหญ่ของจีน”
  • ก่อนหน้านี้ หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า “มาตรการคว่ำบาตรและยุทธวิธีกดดันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา มีแต่จะนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้ง ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใด”
  • จีนยืนกรานมาโดยตลอดว่า มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านฝ่ายเดียวของสหรัฐนั้นเป็นสิ่งที่ผิดต่อกฎหมาย (แม้ว่าภาคธุรกิจของรัฐบาลจีนส่วนใหญ่จะปฏิบัติตามข้อจำกัดดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและรักษาการเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐ แต่รัฐบาลจีนก็เปิดทางให้โรงกลั่นเอกชนขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า “โรงกลั่นกาน้ำชา” (Teapot refiner) ใช้ช่องทางหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร เพื่อนำเข้าและกลั่นน้ำมันดิบจากอิหร่าน)
  • พ.ค.ทีผ่านมา จีนสั่งให้หน่วยงานในประเทศไม่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อโรงกลั่น 5 แห่ง ขณะที่ธนาคารรายใหญ่ของจีนต้องเผชิญแรงกดดันระหว่างคำสั่งจากรัฐบาลปักกิ่งกับความเสี่ยงที่จะสูญเสียการเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐ
  • นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเตือน การใช้มาตรการคว่ำบาตรขั้นทุติยภูมิต่อประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน จะขยายขอบเขตความขัดแย้งอย่างมาก และไม่เพียงสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกับจีนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอินเดีย ตุรกี และประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงทั่วโลกด้วย

ประธานสภาอิหร่านออกมายอมรับ วิกฤตเศรษฐกิจอิหร่าน ทรุด เงินเฟ้อพุุ่ง ส่งออกน้ำมันเป็น “ศูนย์” … มีโอกาสที่ทำให้ท้ายที่สุดการเจรจาสันติภาพจะเป็นจริง …กดดันทองในระยะกลาง

  • กาลีบัฟ ประธานสภาอิหร่าน ออกมายอมรับ “เศรษฐกิจอิหร่าน ณ ตอนนี้ อยู่ในระดับ วิกฤต ซึ่งกำลังทหารที่ทรงพลังของอิหร่าน ก็ไม่สามารถ แก้ปํญหาประชาขนหิวโหย และเศรษฐกิจที่ทรุดตัวได้”
  • ตามข้อมูลอัตราเงินเฟ้ออิหร่าน 90% GDPหดตัวรุนแรง (การส่งออกน้ำมันเป็น”ศูนย์” + ค่าใช้จ่ายในการผลิตอาวุธที่สูง + เงินสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธทั่วตะวันออกกลาง) ตำแหน่งงานหายไปมากกว่า 1 ล้านตำแหน่ง

ทรัมป์ตอบโต้ แคนาดา เตรียมปรับภาษีนำเข้า รถยนต์ และชิ้นส่วนจากแคนาดา 50% แคนาดาเตรียมตอบโต้การเรียกเก็บภาษีสหรัฐ เริม 8 ก.ย. … ปัจจัยบวกต่อทองคำ

  • ทรัมป์ ตอบโต้การเรียกเก็บภาษีแคนาดา ปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ รถบรรทุก และชิ้นส่วนยานยนต์จากแคนาดาเป็น 50% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2027 ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีนำเข้ารถยนต์จากแคนาดาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากระดับปัจจุบันที่ 25% หลังจาการเจรจาการค้า สหรัฐ-แคนาดา 1 เดือนที่ล้มไม่เป็นท่า คาร์นีย์ตัดสินใจถอนตัวจากข้อตกลงในช่วงนาทีสุดท้ายของคืนวันศุกร์
  • มาร์ก คาร์นีย์ นายกแคนาดา ยืนยันจะตอบโต้ด้วยมาตราการภาษีสินค้าสหรัฐ ในอัตาที่เท่ากัน แบบ ดอลลาร์ต่อ ดอลล่าร์ แทนที่จะตอบรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นธรรมของสหรัฐ
  • เดวิด โคเล็ตโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Abacus Data บริษัทสำรวจความคิดเห็นในแคนาดา กล่าวว่า “ชาวแคนาดาส่วนใหญ่พร้อมสนับสนุนจุดยืนที่แข็งกร้าว แต่หากการสนับสนุนเริ่มลดลง นั่นเป็นเพราะภาษีเริ่มส่งผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจแคนาดา และการตอบโต้เริ่มทำให้ราคาสินค้าที่ชาวแคนาดาจำเป็นต้องใช้ปรับตัวสูงขึ้น”
  • ผลสำรวจระบุว่า ชาวแคนาดาส่วนใหญ่ไม่พอใจกับมาตรการภาษีของทรัมป์ รวมถึงคำพูดหลายครั้งที่สื่อไปในทางแคนาดาอาจกลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ และสนับสนุนให้รัฐบาลใช้จุดยืนที่แข็งกร้าวในการเจรจากับสหรัฐฯ นอกจากนี้ ชาวแคนาดายังไม่เชื่อมั่นว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะยึดมั่นในเงื่อนไขของข้อตกลง
  • พิจารณาโดยรวม การเรียกเก็บภาษีรอบใหม่ดูเหมือนจะอยู่ในระดับที่เศรษฐกิจแคนาดาสามารถรับมือได้ และจะทำให้อัตราภาษีเฉลี่ยที่แท้จริงของสหรัฐฯ ต่อสินค้าจากแคนาดาเพิ่มขึ้นเป็น 7.5% จากประมาณ 5% แต่จะยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นที่มีต่อความสัมพันธ์ทางการค้ามากขึ้น และจะกระทบถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ โดยธุรกิจขนาดเล็กอยาจประสบปัญญาห การลงทุนภาคธุรกิจลดลงต่อเนื่องกัน 5 ไตรมาสแล้ว หลัง บริษัทต่างๆ ลดหรือยกเลิกแผนการใช้จ่ายด้านเงินทุน
  • นอกจากนี้ คาร์นีย เดินหน้าลดการถึงพาสหรัฐ และเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่อส่งน้ำมันและท่าเรือ เพื่อเปิดทางให้สินค้าของแคนาดาเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ

ทรัมป์เตรียมเก็ฐภาษีนำเข้าจากจีน อัตรา 7.5% อ้างกำลังการผลิตส่วนเกิน ก่อนเจอ สิ จิ้งผิง เดือนหน้า

  • มาตรการดังกล่าวจะทำให้อัตราภาษีที่ทรัมป์เรียกเก็บจากสินค้าจีนในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 กลับมาอยู่ที่ประมาณ 20% ซึ่งเป็นระดับที่จีนเคยระบุว่าสอดคล้องกับข้อตกลงพักรบทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ อย่างไรก็ตาม อัตราภาษีที่แน่นอนยังไม่ได้ข้อสรุป โดยหนึ่งในทางเลือกที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคือ การประกาศอัตราภาษีสำหรับจีนในระดับที่สูงขึ้น แต่ระงับการเรียกเก็บบางส่วนไว้ เพื่อให้อัตราภาษีที่มีผลบังคับใช้จริงอยู่ที่ 7.5%

H4/H1 คาดราคาทองคำ อยู่ในช่วงพักตัวหลัง Panic Buy แต่โครงสร้างใหญ่ยังคงเป็นขาขึ้น จึงไม่ควรไล่ซื้อ แนะนำเล่นตามโซนจะได้ Risk Reward ทีดีกว่า ราคาทองวันนี้แกว่งบริเวณ $4,620–4,690 หลังขึ้นทำ High ใหม่ในรอบ 3 เดือน ขณะที่ $4,696 แต่ราคาย่อเช้านี้ แตะระดับ 4619 ซึ่งถือเป็น Low ที่ต่ำกว่าก่อนหน้า ปรากฎ Head and Shoulder Level บริเวณ โซน 4666-4681 หรือระวังแรงเทขายก่อนหน้า H4 และ Day เริ่ม Overbought / H1 เริ่มมีการลงมาเคลียร Bearish DIV ขณะที่ USD(DXY) เริ่มมีการ rebound ขึ้นมา

คำแนะน

  • เปิดสถานะขาย กรอบราคา 4680-4664 (รอสัญญาณขาย) SL 4705 เพื่อทำกำไรระยะ 4660/4650/4640/4630/4620/4610
  • เปิดสถานะซื้อ กรอบราคา 4620 -4595 (รอสัญญาณซื้อ) SL 4590 เพื่อทำกำไร 4630/4640/4650/4660/4670
  • หากตลาด เกิด Panic Sell แนะนำรอซื้อที่โซน 4560-4585

แนวรับ 4586/4551/4507

แนวต้าน 4664/4680/4700

ปฎิทินเศรษฐกิจ 25 ส.ค.2569

บทวิเคราะห์-รายงาน ข่าว

  • ติดตามประกาศความเชื่อมั่นผู้บริโภคในคืนนี้ หากตัวเลขออกมาต่ำกว่า 90 สะท้อนภาคเศรษฐกิจเริ่มอ่อนแอ แรงงาน Hawkish ตามเฟดคาดการ มีโอกาสทีทองคำ จะดีดขึ้น แต่หากตัวเลข มากกว่า 91 สะท้อนภาคเศรษฐและผู้บริโภคยังคงแข็งแรง มีโอกาสกดดันทองคำได้เช่นกัน
  • ติดตามประกาศ ถ้อยแถลง สก็อต เบสเซนต์ รมต คลังสหรัฐ หากมีการโพสเพิ่มเติมเรื่องมาตราการกดดันอิหร่านที่ชัดเจนขึ้น จะส่งผลบวกต่อ ราคาน้ำมัน และกดดันทองคำลงได้เช่นกัน ทังนี้ยังคงต้องติดตาม การ rebound ขึ้นของ USD(DXY) ด้วยเช่นกัน

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *