กลยุทธ์การลงทุน XAUUSD  ประจำวันที่ 16 ต.ค. 2569

Day วานนี้ราคาทองคำปิด +$ 65 อานิสงค์ Bond Yield 10 Y ปรับตัวร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห​์ (USD อ่อนค่า) หลังมีแรงซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในฐานสินทรัพย์ปลอดภัยหลัง มีแรงเทขายหุ้นเทค จากความกังวลด้านการลงทุน AI และภาระหนี้สินของบริษัทเทคโนโลยี อย่างไรก็ตามทองคำลดช่วงบวกหลังการประกาศ PPI (เงินเฟ้อผั่งผลิต)ที่ออกมา สูงเกินคาด ประกอบกับราคาน้ำมัน WTI ที่ยังคงแข็งค่าขึ้นวานนี้ หลังความขัดแย้งในเยเมน และ การประกาศยกเลิกสัญญาหยุดยิงพลังงานจากฝั่งยูเครน ปิดแท่งรายวัน Bullsih Engufling

กระแส “Risk-off” นักลงทุนแห่เทขาย สินทรัพย์เสี่ยงหันมาถือสินทรัพย์ปลอดภัย พันธบัตรรัฐบาล หวั่นกระแส ฟองสบู่ AI…. ปัจจัยกดดัน USD เป็นบวกทองคำ

  • 15 ต.ค.อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury Yield) อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วราว 0.10 – 0.11% มาอยู่ที่ระดับประมาณ 5.08% – 5.09% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ถือเป็นการปรับลดลงรายวันที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา
  • สาเหตุหลักมาจากภาวะตื่นตระหนกในตลาดหุ้นทั่วโลก นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและหันมาแห่ซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เพื่อหลีกหนีความผันผวนรุนแรง แม้ว่าในเวลาไล่เลี่ยกันจะมีตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (ทั้ง CPI และ PPI) ที่ออกมาสูงกว่าคาด ซึ่งปกติจะกดดันให้ Bond Yield พุ่งขึ้นก็ตาม แต่แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากตลาดหุ้นที่ร่วงหนักมีน้ำหนักเหนือกว่าในวันนั้น
  • ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงเทขายหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างหนัก โดยดัชนี Nasdaq และหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงลงรุนแรง (เช่น Nvidia, AMD, Micron รวมถึงหุ้นเอเชียอย่าง Samsung และ SK Hynix) ท่ามกลางความกังวลว่ามูลค่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และศูนย์ข้อมูล (Data Centers) อาจเติบโตเร็วจนเกินตัว
  • นักลงทุนเริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สินมหาศาลที่บริษัทเทคโนโลยีและผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานใช้กู้ยืมเพื่อมาลงทุนด้าน AI ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งประเด็นหนี้สินและการผิดนัดชำระหรือความกังวลในหุ้นกู้ภาคเทคโนโลยีนี้ ได้สร้างความสั่นคลอนให้กับความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น

เงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตเพิ่มขึ้น … กดดันช่วงบวกทองคำ

  • 15 ต.ค.กระทรวงแรงงานสหรัฐ ประกาศ ดัชนี PPI เงินเฟ้อเทียบรายเดือน สำหรับอุปสงค์ขั้นสุดท้าย (Final Demand) เดือนกันยายน พุ่งขึ้น 1.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นรายเดือนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้มากว่าจะโตเพียงราว 0.5% – 0.6%
  • PPI เงินเฟ้อเทียบรายปี อัตราเงินเฟ้อขายส่งขยับขึ้นแตะระดับ 6.3% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับประมาณ 5.3% – 5.4%
  • รงหนุนมากกว่า 80% ของราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นมาจาก ภาคพลังงาน ที่ทะยานขึ้นถึง 10.8% โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้นถึง 20.3% อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์
  • Core PPI (ไม่รวมอาหารและพลังงาน): อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานภาคผู้ผลิตปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้น 0.7% ในรายเดือน และขยับขึ้นมาอยู่ที่ 5.0% ในรายปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแรงกดดันด้านราคาได้ลุกลามขยายวงกว้างออกไปนอกเหนือจากกลุ่มพลังงาน
  • สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงเหนียวแน่น อาจทำให้เฟด ใช้นโยบายเข้มงวดมากขึ้น

มีรายงานระบุสหรัฐวางแผนใช้ “อภิมหาระเบิด”จัดการอิหร่าน... ปัจจัยบวกน้ำมัน กดดันทองคำชั่วคราว

  • CNN และ CBS News รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า กระทรวงกลาโหมและทำเนียบขาวได้จัดทำทางเลือกและแผนปฏิบัติการทางทหารเผื่อไว้ หากทรัมป์ สั่งให้กลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง อาวุธที่อยู่ในแผนการพิจารณาคือ  GBU-43/B Massive Ordnance Air Blast (MOAB) หรือที่รู้จักกันในฉายา “แม่ระเบิดยักษ์” (Mother of All Bombs) ซึ่งเป็นระเบิดไร้นิวเคลียร์ที่มีขนาดและอานุภาพทำลายล้างสูงที่สุดในคลังแสงของสหรัฐ
  • ระเบิด MOAB มีน้ำหนักมากกว่า 21,000 ปอนด์ (ราว 9.5 ถึง 9.8 ตัน) ออกแบบมาให้จุดระเบิดกลางอากาศก่อนกระทบพื้นเพื่อสร้างแรงกระแทกและทำลายล้างพื้นผิวเป็นบริเวณกว้าง มีมูลค่าต้นทุนการผลิตหรือจัดหาอยู่ที่ประมาณ 170,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อลูก (คิดเป็นเงินไทยราว 5.6 ล้านบาท) ทั้งนี้ สหรัฐฯ เคยนำระเบิดชนิดนี้มาใช้ในปฏิบัติการจริงเพียงครั้งเดียวเมื่อปี 2560 ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ยุคแรก เพื่อถล่มเครือข่ายอุโมงค์กลุ่มไอเอสในประเทศอัฟกานิสถาน
  • แต่เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารบางส่วนตั้งข้อสงสัยถึงประสิทธิภาพของ MOAB ว่าอาจไม่สามารถทำลายเป้าหมายนิวเคลียร์ที่ฝังตัวอยู่ลึกใต้ดินหนาๆ ได้
  • ในขณะที่ถึงขณะนี้ ทรัมป์ยังปฎิเสธรายละเอียดแผนดังกล่าว แม้ว่าก่อนหน้านี้ทรัมป์จะเคยระบุว่ายังไม่มีคำสั่งโจมตีก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในช่วงต้นเดือน พ.ย ก็ตาม

กลุ่มฮูติรุกคืบถล่มเยเมน ยูเครนยกเลิกสัญญาหยุดยิงพลังงานกับรัสเซีย … ปัจจัยบวกต่อราคานำมัน กดดันราคาทองคำ

  • 15 ต.ค. ลุ่มฮูตีใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีคอมเพล็กซ์พระราชวังอัล-มาอัชชิก (Al-Maashiq) ในเมืองเอเดน ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และบาดเจ็บ 16 ราย
  • กองกำลังฮูตีกำลังปิดล้อมและประชิดเมืองแทอิซ (Taiz) เมืองใหญ่อันดับสามของเยเมน ซึ่งสร้างความวิตกกังวลว่าจะเกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่
  • กระทรวงต่างประเทศ ซาอุฯ แถลงการณ์ประนามอิหร่าน ระบุว่า การยกระดับโจมตีอย่างต่อเนื่องของกลุ่มฮูตี (รวมถึงการโจมตีสนามบินนานาชาติริยาดและคลังน้ำมันอารัมโกในช่วงที่ผ่านมา) มี “อิหร่านเป็นผู้สนับสนุน ยุยง และส่งอาวุธให้” ซึ่งถือเป็นการละเมิดมติสหประชาชาติและข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์
  • 15 ต.ค.ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประกาศว่ายูเครนหมดความอดทนและยุติการระงับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียแล้ว (หลังจากทำตามคำขอของสหรัฐฯ ชั่วคราวได้ 3 วัน) เนื่องจากรัสเซียยังคงเดินหน้าถล่มโรงไฟฟ้าและเป้าหมายพลังงานของยูเครนอย่างต่อเนื่อง
  • หลังประกาศยกเลิกไม่นาน กองทัพยูเครนได้ส่งโดรนเข้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่เมืองเรียซัน (Ryazan) ทางตอนใต้ของกรุงมอสโก ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และความเสียหาย ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่าสามารถสกัดกั้นส่วนใหญ่ไว้ได้
  • เซเลนสกีออกมาให้สัมภาษณ์ตำหนิประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างดุเดือด หลังสหรัฐฯ มีท่าทีผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันเพื่อให้รัสเซียส่งออกน้ำมันดีเซลได้ ซึ่งเซนสกี้ มองว่า เป็นการช่วยเหลือรัสเซียในทางอ้อม
  • ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นว่ารัสเซียใช้เวลาเพียง 6 สัปดาห์ในการก่อสร้างฐานปล่อยโดรนขับเคลื่อนด้วยไอพ่นขนาดใหญ่ในภูมิภาครอสตอฟ เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว เพื่อเตรียมยกระดับการโจมตีด้วยโดรนความเร็วสูงใส่ยูเครนในช่วงฤดูหนาวนี้
  • ผลการประชุมสภานิติบัญญัติและการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) ล่าสุด มีมติรับรองมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่สหรัฐประกาศผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย แลกกับการส่งออกน้ำมันดีเซลเข้าสู่ตลาดโลก
  • มาตราการดังกล่าว มีการประกาศเพิ่มรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลของรัสเซียเข้าสู่มาตรการคว่ำบาตรคราวเดียวถึง 1,569 ราย (รวมเกือบ 1,600 ราย เมื่อรวมกับกรณีอื่น ๆ) ซึ่งถือเป็นการขึ้นบัญชีดำลอตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของการคว่ำบาตรรัสเซีย ส่งผลให้ยอดรวมรายชื่อที่ถูกคว่ำบาตรภายใต้มาตรการนี้พุ่งสูงเกือบ 4,600 รายแล้ว นอกจากนี้ยังพุ่งเป้าไปที่บริษัทรัสเซีย 826 แห่ง และCEO 743 คน ที่จัดหา ชิ้นส่วนสำคํญ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ไมโครชิป ระบบนำทาง เรดาร์ ยุทโธปกรณ์ และชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิตขีปนาวุธและโดรน
  • คาญา คัลลัส (Kaja Kallas) หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของ EU ระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของมาตรการรอบนี้พุ่งเป้าไปที่ห่วงโซ่การผลิตขีปนาวุธที่รัสเซียใช้โจมตียูเครน และย้ำว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะผ่อนปรนแรงกดดันต่อมอสโก แม้ว่าในเวลาไล่เลี่ยกันจะมีรายงานถึงท่าทีที่สวนทางกันกับสหรัฐฯ ในบางเรื่อง เช่น นโยบายน้ำมันก็ตาม
  • หลังจากที่ทรัมป์พยายามหาทางในการเพิ่มปริมาณน้ำมันในตลาด ด้วยการผ่อนปรนมาตราการคว่าบาตรรัสเซีย เพื่อ แลกกับการส่งออกน้ำมัดีเซล ประมาณ 1 แสนกว่าบาร์เรลต่อวัน(ตลาดขาดแคลน 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน) แม้ว่าจะต้องเผชิญเสียงคัดค้านจากทั้งจาก พรรค รีพับลิกันและเดโมแครต และ ประเทศยุโรป

H4/H1 ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ sideway 4225-4066 โครงสร้างราคา H4 ยังคงเป็นเทรนด์ขาลง แม้มีสัญญาณ Bullish Divergent H4 และราคาดีดขึ้นมาจากวันศุกร์ที่ผ่านมาได้บ้าง แต่การยืนเหนือ 4225 ได้จึงจะเป็นการยืนยันถึงการสิ้นสุดโครงสร้างขาลงได้สำเร็จ วานนี้ราคาดีดไม่ผ่านต้านแรกบริเวณ $4,172 ก่อนปรับตัวลงแรงหลุด $4,127 ทำให้มุมมองเชิงบวกลดลง อย่างไรก็ดี ราคาไม่หลุดระดับต่ำสุดของสัปดาห์ก่อนหน้าบริเวณ $4,066 ประกอบกับราคาเข้าสู่สภาวะ Oversold จึงทำให้เกิดการดีดตัวแข็งแกร่งต่อเนื่องจากวานนี้

คำแนะนำ

  • เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ)กรอบ 4147 – 4165 / SL 4135 เพื่อทำกำไร 4170 /4175/4180/4190/4200/4205
  • เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ)กรอบ 4100-4120 / SL 4090 เพื่อทำกำไร 4130/4140/4150/4160/4170/4180

แนวรับ: 4066/4042/4094
แนวต้าน: 4225/4245/4318


by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *