กลยุทธ์การลงทุน XAUUSD  ประจำวันที่ 16 ก.ย. 2569

Day วานนี้ราคาทองคำปิด -$ 5.00 ตลาดถูกแรงกดดันจาการแข็งค่า่ของ USD(DXY) และ Bond Yield ที่พุ่งสูงขึน และ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างแรง ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ เพิ่มน้ำนัก ต่อการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในคืนนี้ 89.5% นอกจากนี้ยังมีกระแสว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องในปีหน้าอีกด้วย

เช้าวันนี้ราคาทองคำได้รับอานิสงค์เชิงบวกหลังราคาน้ำมันปรับย่อตัวลง (หลังประกาศ API Weekly ปริมาณน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเกินคาด ซึงอาจจะมาจากการนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอล่า) นอกจากนี้การที่ฮูติส่งโดรนเข้าโจมตี พืนที่ทางตอนใต้ของ “เมกะ” ตลาดจับตาว่าหากรุนแรงขึ้น อาจจะขยายจากสงครามในภูมิภาค เป็นสงครามศาสนาแทน

API Weekly Report น้ำมันดิบคงคลังเพิ่มขึ้นเกินคาด …ปัจจัยกดันราคาน้ำมันและเป็นบวกต่อทองระยะสั้น (เช้านี้)

  • 16 ก.ย. ราคาน้ำมันปรับตัวร่วงลงทันทีที่ประกาศ API Weekly report เมื่อคืนที่ผ่านมา
    – น้ำมันดิบคงคลัง + 7.14 ล้านบาร์เรล / Cushing – 0.246 ล้าน /.แก็สโซลีน + 1.46 ล้าน /ดีเซล + 1.6 ล้าน
  • ตลาดคาดการณ์ก่อนประกาศว่าจะเห็น Crude ลดลงประมาณ 1.6 ล้านบาร์เรลแต่ Actual กลับเป็นดังนั้น Surprise ประมาณ+8.74 ล้านบาร์เรล เมื่อเทียบกับที่ตลาดคาด
  • ส่วนแก็ซโซลีน +1.46 M เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนสะท้อนภาพการบริโภคสหรัฐ ลดลง ทั้งนี้นักวิเคราะห์ประเมินว่า สาเหตุหนึง่ของการเพิ่มของ น้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มาจาก การนำเข้านำมันจากเวเนซุเอล่าในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผานมา
  • HSBC คาดการณ์ว่าจะมีอุปทานน้ำมันส่วนเกินจำนวนมากถึง 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน (mbd) ในไตรมาส 4 ปี 2025 และอาจขยายเป็น 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2026 อันเป็นผลจากการที่กลุ่ม OPEC+ ทยอยเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันเข้าสู่ตลาดในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยในการประชุมประจำเดือนนี้ OPEC+ มีมติปรับเพิ่มการผลิตน้ำมัน 137,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนต.ค. คือ จะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันที่เคยลดลง 1.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน (จากมาตรการลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจ “ระยะที่ 1”) ภายในระยะเวลา 12 เดือน
  • นาคารยังเตือนถึงความเสี่ยงด้านลบต่อสมมติฐานราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2026 หากสต็อกน้ำมันในฝั่งตะวันตกเพิ่มสูงขึ้นจริงตามที่ประเมินไว้

US 10Y พุ่งสูงนับตั้งแต่ 2007… ปัจจัยบวกต่อ USD กดดัน ทองคำ

  • 15 ก.ย. US 10Y Treasury Yield ขึ้นไปแตะประมาณ 5.041% ก่อนย่อลงมาแถว 5.00% ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ ก.ค. 2007 ก่อนวิกฤตการเงินโลก ขณะที่ US 30Y Yield ขึ้นไปแตะประมาณ 5.40% ด้วย สะท้อนแรงขายพันธบัตรระยะยาวค่อนข้างรุนแรง
  • สาเหตุสำคัญ คือตลาดมีการ Price In3 เรื่องคือ ราคาน้ำมันทีพุ่งสูง มีโอกาสที่เงินเฟ้อจะกลับมา , เฟดอาจต้องใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวกว่าที่ตลาดคาดการณ์ , นักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น เพื่อชดเชยความเสี่ยงจากเงินเฟอ้ และหนี้ของคลังสหรัฐ
  • และด้วยสาเหตุที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น + Bond yield สูงขึ้น + เงินเฟ้อที่สูงขึ้น จะส่งผลให้ ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น นักลงทุนเลยตัดสินใจเทขายสิทนทรัพย์เสี่ยง(หุ้น) โดยเฉพาะ หุ้นกลุ่ม Growth + Technology ที่ต้องอาศัยกระสเงินสดในอนาคต

สถานะการณ์ในตะวันออกกลางส่อวิกฤต… ปัจจัยบวกต่อราคานำมันกดดันทองคำ (ในระยะกลาง – ยาว)

  • 16 ก.ย. ซาอุฯ ประกาศยกระดับความปลอดภัย ในหลายเมือง หลังจากที่คืนวันที่ 15 ก.ย ที่ผ่านมาสามารถสะกัดโดรนโจมตีจากฮูติ โดยที่โดรนพุ่งเป้าไปทางตอนใต้ของ เมกะ นอกจากนี้ ซาอุยังประกาศกร้าวจะตอบโต้ ฮูติ อย่างเด็ดขาด
  • ขณะที่ฮูติ อ้างว่า ซาอุ ได้ทำการโจมตีทางอากาศในเยเมนจำนวนมาก และประกาศว่า ฮูติ จะไม่ใช่เป้าหมายการโจมตีของซาอุอีกต่อไป
  • ก่อนหน้านี้ ซาอุ ประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East – West Pipeline หลังจากพบโดรนโจมตีในหลายจุด ซึง่ท้ายที่สุดคาดว่าโดรนดังกล่าวเป็นของฮูติ
  • ในขณะที่อีกฝั่งในฮอร์มุช ก็ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ข้อมูลเรือเดินทะเลล่าสุดของ Reuters ระบุว่า วานนี้ 15 ก.ย. มีเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 4 ลำ ลดลงจาก 7 ลำในวันก่อนหน้า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 วันที่ประมาณ 18 ลำ/วัน อย่างมาก
  • ที่สำคัญคือ ไม่มี VLCC และไม่มี LNG tanker อยู่ในจำนวน 4 ลำดังกล่าว ขณะที่ก่อนเกิดสงคราม ฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและ LNG ประมาณ 1/5 ของโลก
  • 15 ก.ย. กองทัพสหรัฐฯ ทำลายเรือเล็กของอิหร่าน 2 ลำ หลังเรือเหล่านั้นพยายามเข้าไปยึด เรือโดรนผิวน้ำ (Saildrone) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่กำลังลาดตระเวนในบริเวณฮอร์มุซ
  • เหตุการณ์เกิดใกล้ Kargan และ Larak Island ฝั่งอิหร่าน ซึ่งสหรํฐ ระบุว่าเรือดังกล่าวเป็นของ IRGC ที่พยายามเข้ามายึดอุปกรณ์สหรัฐ
  • ในวันเดียวกัน อิหร่านอ้างว่า ยิงทำลาย MQ-1 ของสหรัฐฯ ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเหตุการณ์โดรนสหรัฐ
  • 15 ก.ย. สก็อต เบสเซนต์ รมตคลังสหรัฐ ระบุว่ากำลังหารือกับจีน เกี่ยวกับความสัมพันธ์การเงินของจีนกับอิหร่าน เพื่อจะเดินหนากดดดันอิหร่านต่อไป ในขณะที่อิหร่านส่ง รมต ต่างประเทศ อาบาส อารักชี เข้าพบเจ้าหน้าที่จีน
  • 15 ก.ย. ทรัมป์ ขอเพิ่มงบประมาณ$71.4 พันล้้น สำหรับการปรับปรุงและพัฒนากองกำลังนิวเคลียร์ รวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป เรือดำน้ำติดอาวุธ และเครื่องบินทิ้งระเบิดในปี 2027
  • CBO ประเมินสงคราม อิหร่าน – สหรัฐ ใช้เงินไปแล้ว $38-40 พันล้าน และหากสงครามยืดเยื้อ จะเพิ่มขึ้นอีก 2-3 พันล้านต่อเดือน

H4/H1  ตลอดสัปดาห์ราคาทองคำวิ่งเคลื่อนไหวในกรอบ 2460 – 4330 คาดรอฟังนโยบายทาการเงินของเฟดในคืนนี้ อย่่างไรก็ตามทองคำก็ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใน Channel Downtrend

คำแนะนำ

เคลียร์สถานะก่อนประกาศ ผลแถลงนโยบายการเงิน

  • เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย) กรอบ 4333 – 4350 / SL 4360 ทำกำไร 4320 /4310 /4300/4290/4280/4270

แนวรับ:  4249/4222/4200
แนวต้าน: 4333/4350/4400

ปฏิทินเศรษฐกิจ 17 ก.ย.2569

บทวิเคราะห์- รายงาน ข่าว

  • ติดตามประกาศ ตัวเลข Fed Fund Rate ในคืนนี้ ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดมีการขึ้นดอกเบี้ยในคืนนี้ หากขึ้นดอกจริง จะส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้น ผลบวกต่อ USD แต่จะกดดันดันทอง ทั้งนี้ต้องติดตาม Economic Projection ต่อว่าจะขึ้นดอกเบี้ยถึงเมื่อไหร่ ต้นปี หรือกลางปีหน้า ซึงหากยาวถึงกลางปีหน้ายิ่งกดดันราคาทองให้ร่วงหนักขึ้น
  • แต่หากคืนนี้เฟด ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย ที่ 3.75% จะส่งผลบวกต่อทองคำระยะสั้นๆ ทัง้นี้ต้องติดตามดุใน Economic Projection ต่อ ว่าการขึ้นดอกเบี้ย จะเร่ิมเมื่อไหร่และยาวถึงเมื่อไหร่ หากจำนวนขึ้นดอกเบี้ย(รวมปีหน้า)มากกว่า 2 ครัง ก็อาจกดดัน ทองคำได้เช่นกัน แต่หากไม่จำนวนขึ้นดอกเบี้ย(รวมปีหน้า)น้อยกว่า 2 คร้้ง ก็จะส่งผลบวกต่อทองคำ ในระยะสั้นได้
  • ทัง้นี้ต้องติดตาม การตอบคำถามของ เควิน วอร์ช ประธานเฟด หากออกมาในเชิง Harkwish จะยิ่งกดดันราคาทองคำให้ร่วงลง แต่หากตอบในเชิง `Dovichish ก็จะเป็นบวกต่อราคาทองคำในระยะสั้นได้เช่นกัน


by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *