Day ราคาทองคำวานนี้ปิด – $13.30 ปํจจัยกดดันจากการแข็งค่าของราคาน้ำมันทีพุ่งขึ้นวานี้ หลังมีช่าวว่าอิหร่านกำลังเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพเดรียมพร้อมการโจมตีจากสหรัฐหลังเลือกตั้งกลางเทอม นอกจากนี้ยังมีแรงกดดันจากการคัดค้านไม่เห็นด้วยของฝังยุโรป ที่ทรัมป์ผ่อนปรนการนำเข้าดีเซลจากรัสเซียเข้าสู่ตลาดโลก ปัจจัยกดดันอีกประการวานนี้ มาจาก BofA คาดการร์ว่าทองคำอาจไม่สามารถยืนเหนือ 4000 usd ได้ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เนื่งอจากอุปสงค์ทองจริงยังคงอ่อนแอ แม้ว่า ETF จะมีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง อีกทังถ้อยแถลงของ วอลเลอร์ สมาชิกเฟด ที่ระบุว่า การปรับตัวขึ้นของ Bond Yiled ไม่ได้มาจากเงินเฟ้อแต่มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของสหรัฐ ยิ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ
อิหร่านเร่งเสริมกำลังทหาร ตั้งรับสหรัฐสั่งโจมตีหลังการเลือกตั้งกลางเทอม …ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน กดดันราคาทองคำ
- 13 ต.ค. The Wall Street Journal และสือหลายแห่งรายงาน อิหร่านกำลังเสริมความแข็งแกร่งของสถานที่ทางทหารและโครงการนิวเคลียร์ พร้อมส่งสัญญาณว่าจะตอบโต้ในวงกว้าง หากสหรัฐกลับมาโจมตีหลังการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 ขณะที่กองทัพสหรัฐยังคงเตรียมทางเลือกสำหรับปฏิบัติการทางทหารรอบใหม่
- การเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ครอบคลุมถึง การป้องกันสถานนีนิวเคลียร์แลจุดยุทธศาสตร์บริเวณ Natanz และ Pickaxe Mountain รวมไปถึงการเตรียมทางเลือกตอบโต้ที่รุนแรงขึ้น โดยขยายเป้าหมายฐานทัพและทรัพย์สินสหรัฐ ในประเทศที่สนับสนุนสหรัฐ อีกทั้งยังเผยแพร่กิจกรรมเตรียมความพร้อมให้กับประชาชน
- มีรายงานกล่าวถึงการฝึกใช้อาวุธต่อสู้อากาศยานแบบประทับบ่า นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก รอยเตอร์ อิหร่านปรับวิธีปฏิบัติการเพื่อรบกวนการเดินเรือ โดยมีรายงานเหตุโจมตีเรือหลายครั้ง และขยายกิจกรรมไปยังอ่าวโอมานด้วย
- นักวิเคราะหืหลายท่านมองว่า สงครามสหรัฐ – อิหร่าน น่าจะยุติใน เดือน มี.ค. – เม.ย. 2027
– Elliot Hentov จาก State Street Global Advisors ประเมินว่า การหยุดยิงภายในสิ้นเดือนเมษายน 2026 แต่เตือนว่ามีความเสี่ยงที่สงครามจะยืดเยื้อกว่านั้น
– Michael Froman จาก Council on Foreign Relations ประเมินว่า สหรัฐมีทางเลือก สามแนวทาง คือ ยกระดับการโจมตี,ลดระดับด้วการเจรจา หรือ ปล่อยให้สถานะการณ์ค้างอยู่เช่นนี้ ซึ่งอาจจะลากยาวไปเรื่อยๆรอการคุกรุ่น
– Universal Asset Owners รายงานวิเคราะห์เชิงสถานการณ์ให้โอกาส 15% ที่การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจะฟื้นตัวถึงเกณฑ์ที่กำหนดในช่วง 1 มกราคม–31 มีนาคม 2027 และ 45% ที่จะฟื้นตัวถึงเกณฑ์ดังกล่าวภายในวันที่ 31 มีนาคม 2027
– JP Morgan ยอมรับว่า ไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาสิ้นสุดสงครามได้ เนื่องจากสมมติฐานเดิมเกี่ยวกับข้อจำกัดทางการเมืองและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไม่ได้ทำให้เกิดการยุติสงครามตามที่คาดไว้
สหรัฐผ่อนปรนนำเข้าดีเซลจากรัสเซียในขณะที่หลายประเทศในยุโรปเริ่มคัดค้าน เริ่มประชุม 15 ต.ค. เพิ่มมาตราการกดดันรัสเซียต่อเนื่อง .. หากผลการประชุม EU ออกมาในเชิงคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซีย จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน กดดันราคาทองคำ
- 12 ต.ค. ทรัมป์ระบุว่า ได้มีการตกลงกับ วลาดีเมีย ปูติน เพื่อเปิดทางให้สามารถส่งออกน้ำมันดีเซลเข้าสู่ตลาดโลกได้ แม้ว่าจะต้องเผชิญเสียงคัดค้านจากทั้งจาก พรรค รีพับลิกันและเดโมแครต ในขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐ ไฟเขียว ออกใบอนุญาติชั่วคราวให้กับรัสเซีย เพื่อส่งออกน้ำมัน ให้กับตลาดโลก และระงับมาตราการคว่่ำบาตรบางส่วน ถึงเดือน เม.ย.2027
- 14 ต.ค. หลายประเทศในยุโรป แสดงจุดยืนคัดค้านอย่างชัดเจน พร้อมทั้งสนับสนุนให้ประเทศในยุโรป เพิ่มแรงกดดันต่รัสเซีย และใช้สินทรัพย์รัสเซียที่ถูกอายัติสนับสนุนยูเครน ไม่ว่าจะเป็นสวีเดน ฟินแลนด์ เอสโตเนีย นอร์เวย์ อังกฤษ รวมถึงเยอรมีนีที่ต้องการเพิ่มแรงกดดันคว่ำบาตรรัสเซียขึ้นทันที รวมถึงยูเครน ที่แม้ทรัมป์จะอ้างว่า ทั้งยูเครน – รัสเซีย บรรลุข้อตกลงพักรบด้านพลังงานแล้ว แต่ทางเซเลนสกี้ จากยูเครน ก็ยังคงรอฟังเงื่อนไหขจากสหรัฐ และกล่าวว่า หากรัสเซียเริ่มโจมตีโครงสร้างพลังงานยูเครนก่อน ยูเครนพร้อมตอบโต้ทันที
- นอกจากนี้ตลาดยังคงรอผลการประชุม EU ในวันที่ 15 ตค ซึ่งมีรายงานว่าผู้นำยุโรปเตรียมผลักดันมาตรการเพิ่มเติมเพื่อจำกัดรายได้จากน้ำมันของรัสเซีย
- ทั้งนี้ IEA เคยเผยแพร่ข้อมูล ตลาดโลก กำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำมันดีเซล 1.6 ล้านบาร์เรล/ วันในเดือน ก.ย. ในขณะทีทรัมป์คาด ปริมาณน้ำมันดีเซลที่รัสเซียจะส่งทั้งหมดมากกว่า 36 ล้านบาร์เรล ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ ข้อตลกลงดังกล่าวนี้อาจทำให้รัสเซ๊ยส่งออกน้ำมันดีเซลได้มากกว่า 1 แสนบาร์เรลต่อวัน แต่ยังคงไม่เพียงพอกับความต้องการน้ำมันทั่วโลก
ถ้อยแถลงคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ การพุ่งขึ้นของ Bond Yied มาจากเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่ง ..กดดันราคาทองคำ
- 13 ต.ค.ถ้อยแถลงคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกเฟด ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ระยะยาวของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ ไม่ได้มาจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในอนาคต (เพราะคาดการณ์เงินเฟ้อยังคงมีความมั่นคงดี) แต่สะท้อนถึง การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real Growth) และความต้องการลงทุนที่สูงขึ้น
- วอลเลอร์ยังยืนยันจุดยืน ว่าเศรษฐิจสหรัฐ ที่แข็งแกร่งเปิดทางให้เฟด ยืดหยุ่นในการพิจารณาในการควบคุมเงินเฟ้อ ให้อยุ่ในเป้าหมาย 2% โดยมองว่าบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้นในปัจจุบันช่วยทำหน้าที่คุมความร้อนแรงในภาคอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อไปในตัวแล้ว
- นอกจากนี้เค้ายังย้ำว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกครั้งในปีนี้ (หลังจากเพิ่งปรับขึ้นไป 0.25% ในรอบประชุมเดือนกันยายนที่ผ่านมา) ทั้งนี้เสียงส่วนใหญ่ของเจ้าหน้าที่เฟด (Dot Plot) ก็มองสอดคล้องกันว่าอาจมีจังหวะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มอีก 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ (เช่น การประชุมเดือนธันวาคม) โดยใช้วิธีรอดูท่าทีแบบยืดหยุ่นและไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นติดต่อกันทุกรอบการประชุม
ฺBank of Amaerica คาดทองร่วงต่ำกว่า 4000 ใน 3 เดือนข้างหน้า…กดดันราคาทองคำ
- Bank of America (BofA) ประเมินเกี่ยวกับทิศทางราคาทองคำว่าอาจเผชิญแรงกดดันและยืนเหนือระดับสูง (เช่น โซน 4,000 USD หรือระดับแนวต้านสำคัญ) ได้ยากในช่วง 3 เดือนข้างหน้า แม้ว่ากระแสเงินลงทุนจะยังไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำอย่างต่อเนื่อง
- BofA ชี้ว่าแม้ฝั่งนักลงทุนสถาบันและกองทุนจะแห่ซื้อทองคำผ่านกองทุน ETF เพื่อเก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงระยะสั้น แต่ในส่วนของ อุปสงค์ทองคำจริงในตลาดกายภาพ (Physical Gold) เช่น ทองแท่งและเครื่องประดับ กลับชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากราคาที่พุ่งสูงขึ้นมากทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อ
- แม้ธนาคารกลางหลายแห่งยังคงสะสมทองคำต่อเนื่องเพื่อสำรองทุนระหว่างประเทศ แต่ในแง่ของความยืดหยุ่นและการเข้าซื้อในปริมาณมหาศาลเพื่อผลักดันราคาแบบก้าวกระโดดอาจเริ่มชะลอลงตามกรอบราคาที่สูงเกินพื้นฐานระยะสั้น
- หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงออกมาดีและทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงท่าทีคุมเข้ม (Hawkish) หรือทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) และบอนด์ยีลด์ทรงตัวในระดับสูง จะกลายเป็นแรงต้านสำคัญที่ทำให้ทองคำขาดแรงส่งในการทะยานขึ้นต่อในระยะ 3 เดือนนี้
- BofA มองว่าการที่ราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ ๆ มักจะเผชิญแรงขายทำกำไร (Profit-taking) จากฝั่งนักลงทุนระยะสั้น ทำให้มีความเสี่ยงที่ราคาจะพักฐานหรือแกว่งตัวออกด้านข้าง (Consolidation) ก่อนที่จะสร้างฐานใหม่อย่างมั่นคงในระยะถัดไป
H4/H1 โครงสร้างราคา H4 ยังคงเป็นเทรนด์ขาลง แม้มีสัญญาณ Bullish Divergent H4 และราคาดีดขึ้นมาจากวันศุกร์ที่ผ่านมาได้บ้าง แต่การยืนเหนือ 4225 ได้จึงจะเป็นการยืนยันถึงการสิ้นสุดโครงสร้างขาลงได้สำเร็จ วานนี้ราคาร่วงลงหลังทดสอบแนวต้าน 4193 – 4204 Demand H1 ณ ปัจจุบันราคายังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 4215- 4145 ระหว่างรอผลประกาศ CPI ในคืนนี้
คำแนะนำ
- เน้นการทำกำไรในกรอบ 4215 – 4145 ช่วงก่อนข่าวประกาศ CPI คืนนี้
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ) กรอบ 4125-4150/ SL 4120 เพื่อทำกำไร 4160/4170/4180
- เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย)กรอบ 4180-4200 / SL 4210 เพื่อทำกำไร 4170/4160/4150
แนวรับ: 4094/4066/4042
แนวต้าน: 4225/4245/4318

ปฎฺิทินเศรษฐกิจ 14 ต.ค.2569

บทวิเคราะห์-รายงานข่าว
- ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อที่จะประกาศในคืนนี้ส่งผลต่อราคาทองคำโดยตรง
หาก Headline CPI y/y 3.5 – 3.6
– เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด Core CPI m/m < 0.2% หรือ Core CPI y/y ต่ำกว่า 2.5% … ส่งผลบวกต่อทองคำ
– เงินเฟ้อตามคาด หาก Core CPI m/m = 0.2% หรือ Core CPI y/y = 2.5% ถือว่า Core CPI m/m ชะลอตัวจากเดือนก่อน + ตลาดมีการ price in ไปแพ่อสมควรแล้ว …ส่งผลทองมีแรงซื้อกลับเบาๆ ราคาขยับขึั้นเล็กน้อย
– เงินเฟ้อสูงกว่าคาด หาก หาก Core CPI m/m > 0.2% หรือ Core CPI y/y > 2.5% สะท้อนเงินเฟ้อพื้นฐานฝังรากลึก เฟดอาจต้องเปลี่ยนมุมมองในเชิงเข้มงวด hawkish….แรงเทขายทองคำอย่างหนัก เข้าใกล้ หรือหลุด $4000 ในระยะสั้น

Leave a Reply