Day วานนี้ GBP ปรับตัวร่วงลง (ตามคาด) แต่ยังคงเป็นการเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ทั้งนี้ GBP ยังคงถูกแรงกดดันจาก USD หลัง พันธบัตรรัฐบาลถูกเทขาย ส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนคาดว่า หาถือ USD จะได้ผลตอบแทนสูงขึ้น
บอนด์ยีลด์สหรัฐ อายุ 10 ปีปรับตัวสูงขึ้น ที่ระดับ 4.5% ส่งผลบวกต่อ USD … กดดัน GBP
- ข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2025 โดยล่าสุดอยู่ที่ 4.671% ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2007 ล่าสุดอยู่ที่ 5.178%
- นักวิเคราะห์ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูง การปรับมุมมองทิศทางอัตราดอกเบี้ย และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของนักลงทุน อาจเป็น 3 ปัจจัยที่กำลังกดดันราคาพันธบัตรอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าจะยังส่งผลให้บอนด์ยีลด์พุ่งขึ้นอีกในสัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่แรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรอบล่าสุดถูกเทขายออกมาอย่างต่อเนื่อง
- นักลงทุนมองว่า บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ที่ระดับ 4.5% เป็นจุดที่น่าดึงดูดใจในการเข้าซื้อพันธบัตร แต่เมื่ออัตราผลตอบแทนพุ่งทะลุระดับดังกล่าว ตลาดจึงต้องปรับมุมมองใหม่ว่า บอนด์ยีลด์ควรอยู่ที่ระดับใดหลังจากนี้จึงจะน่าสนใจในการเข้าซื้อ ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญยังคงเป็นเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ โดยดัชนีราคาผู้บริโภคและผู้ผลิตล่าสุดเดือนเม.ย. ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่า แรงกดดันด้านราคายังไม่ได้ชะลอลงเร็วอย่างที่ตลาดเคยหวัง ขณะที่นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการ โดยเฉพาะข้อมูลของเดือนพ.ค. ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง
- อังกฤษกลายมาเป็นชาติที่ถือพันธบัตรสหรัฐ มากที่สุดในปี 2026 หลังจากจีนเทขายออกมา
ประกาศเงินเฟ้ออังกฤษดีขึ้นเกินคาด … ปัจจัยบวกต่อ GBP ระยะแรก
- 20 พ.ค. ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ – ดัชนีผู้บริโภคเดือน เม.ย.เทียบรายปี ออกมา 2.8% ดีเกินคาด และดีกว่าเดือน มี.ค.3.3% ทั้งนี้ปัจจัยส่งผลให้อังกฤษเงินเฟ้อ ลดลง มากจาก ค่าไฟและก๊าซที่ลดลง และการที่ Ofgem ปรับลด energy price cap เพื่อช่วยผู้บริโภค ส่งผลให้ GBP ดีดตัวขึั้นเล็กน้อย แต่คาดว่าในระยยาวจะอ่อนค่าลง เนื่องจาก ตลาดเพิ่มโอกาสที่ BOE จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้เร็วขึ้น หากเงินเฟ้อ เย็นเร็วเกินคาด
สถานะการณ์ อิหร่าน – สหรํฐยังคงไม่มีสัญญาณยุติ … ปัจจัยบวกต่อ น้ำมัน และ USD กดดัน GBP
- ทรัมป์ เปิดเผยว่าตนเองเกือบจะตัดสินใจสั่งโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจระงับแผนการโจมตี (ซึ่งเดิมกำหนดไว้ในวันอังคาร) ห่างจากเส้นตายหนึ่งชั่วโมง เนื่องจากพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย (ได้แก่ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ร้องขอ เพื่อให้โอกาสกลับโต๊ะเจรจา ซึ่งทรัมป์ระบุว่าจะให้เวลาสำหรับการเจรจานี้อีกประมาณ 2-3 วัน
- อิหร่าน โดย เอบราฮิม เรซาอี โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายการต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่า “การยอมจำนนไม่มีความหมายสำหรับอิหร่าน” และเยาะเย้ยคำแถลงของทรัมป์ โดยอิหร่านอ้างว่าฝ่ายสหรัฐฯ ต่างหากที่เป็นผู้ขอหยุดยิง พร้อมเตือนว่าหากสหรัฐ โจมตีอีกครั้ง จะต้องเจอกับการตอบโต้ที่รุนแรงกว่าเดิม และจะทำให้ทรัมป์ต้องอับอายมากยิ่งขึ้น
สหรัสเพิ่มมาตราการคว่ำบาตรเศรษฐกิจและการเงินอิหร่าน…ประเมินสถานะการณ์ยังคงยืดเยือ ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน และ USD กดดัน GBP
- สหรัฐประกาศคว่ำบาตรหน่วยรับแลกเปลี่ยนเงินตราของระบอบการปกครองอิหร่านหลายแห่ง รวมถึงบุคคลและบริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อบังหน้า โดยเฉพาะ “Amin Exchange” ซึ่งใช้เครือข่ายบริษัทบังหน้าในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตุรกี และจีน (รวมถึงฮ่องกง) ในการฟอกเงิน นอกจากนี้ยังคว่ำบาตรเรืออีก 19 ลำที่ช่วยอิหร่านหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรและนำรายได้จากการขายน้ำมันไปสนับสนุนกองทัพและกลุ่มตัวแทน
- สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในงานประชุมที่ปารีส เรียกร้องให้ประเทศในยุโรปหยุดแก้ตัวและหันมาร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างจริงจังในการปราบปรามบริษัทบังหน้าและเครือข่ายธนาคารเงาที่ฝังตัวอยู่ในยุโรปและตะวันออกกลางเพื่อตัดช่องทางเงินทุนของผู้ก่อการร้าย
- โครงการ Rewards for Justice ของสหรัฐฯ ประกาศให้รางวัลมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์ สำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลที่สามารถช่วยทำลายเครือข่ายทางการเงินของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่ใช้บัญชีคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัทบังหน้าในการระดมทุน
วิกฤตการณ์ทางเรือและการปิดล้อมในช่องแคบฮอร์มุซ ยังไม่สิ้นสุด
- กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่าได้บังคับให้เรือพาณิชย์เปลี่ยนเส้นทางไปแล้ว 88 ลำนับตั้งแต่เริ่มการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านและเรือที่เกี่ยวข้อง (เพิ่มขึ้นจาก 85 ลำในวันก่อนหน้า) และมีการทำให้เรือ 4 ลำใช้งานไม่ได้เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรการปิดล้อม
- หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ตรวจพบทุ่นระเบิดอย่างน้อย 10 ลูกในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทุ่นระเบิดชนิด Maham 3 และ Maham 7 (Limpet Mine) ที่ผลิตโดยอิหร่าน ทำให้กองทัพเรือสหรัฐต้องแนะนำให้เรือพาณิชย์เปลี่ยนไปใช้เส้นทางที่ปลอดภัยกว่าซึ่งอยู่ห่างจากอิหร่านมากขึ้น
- ารปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้การสัญจรทางเรือลดลงถึง 90% และส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นราว 40% ล่าสุด สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และโอมาน ได้เปิดตัว “ระเบียงโลจิสติกส์” ทางบกสายใหม่เพื่อใช้ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และยา ข้ามพรมแดนโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
- พลเอก Alexus Grynkewich ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ NATO ประจำยุโรป ระบุว่ากำลังพิจารณาบทบาทของพันธมิตรในการช่วยรักษาเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ยังไม่มีการวางแผนอย่างเป็นทางการเนื่องจากต้องรอการตัดสินใจทางการเมือง ท่ามกลางความกดดันจากประธานาธิบดีทรัมป์
H4/H1 หลังราคา GBP ร่วงลงหนัก แตะแนวรับ 1.33037 มีการ rebound ขึ้นเล็กน้อยแต่ยังไม่สามารถยืนเหนือ แนวต้าน 1.34329 ขึ้นไปได้ เช่นเดียวกับ TF H1 เริ่มมีการซึมตัวลงในรูปแบบ Sideway Down หรืออาจพิจารณาทำกไรในกรอบ Sideway โดยเน้นจังหวะ Sell
คำแนะนำ
- เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย) กรอบ 1.34056-1.34323 / SL1.35000 ทำกำไรระยะสั้น 1.33778/1.33686/1.33537/1.33431
แนวรับ 1.33037/1.32633/1.32120
แนวต้าน 1.34329/1.35119/1.36597


Leave a Reply