Day วานนี้ GBP rebound ขึ้นในช่วงเช้า หลังจากลงมาทดสอบกรอบแนวรับที่ให้ไว้ ก่อนดีตัวขึ้นไปได้แค่ระดับ แนวต้าน 1.34637 ก่อนปรับตัวร่วงลง ปัจจัยสำคัญมาจาก โอกาสที่ BOE จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ส่งผลให้ GBP แข็งค่าขึ้น แต่ถ้ายที่สุดสถานะการณ์ การเจรจาสันติภาพในอิหร่านที่ยังไ่ม่แน่นอน ส่งผลบวกต่อ USD และกดดัน GBP ให้เกิดความผันผวนตลอดทั้งวัน
สัญญาณสงบศึกในเลบานอนเหมือนจะดี แต่ล่าสุด กลุ่ม ฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงฉบับล่าสุดกับอิสราเอลที่สหรัฐเป็นคนกลางในการเจรจา … ปัจจัยบวกต่อ USD กดดัน GBP
- ผู้นำกลุ่ม ฮิสบอลเลาห์ ปฎิเสธข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน เนื่องจากเงื่อนไขกำหนดให้ฮิซบอลเลาะห์หยุดยิงและถอนกำลังออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของแม่น้ำลิทานี ขณะที่กลุ่มต้องการเพียงการยุติการรุกรานและการถอนกำลังทั้งหมดของอิสราเอลเท่านั้น โดยกลุ่มจะยังคงเดินหน้าสู้รบต่อไป
- ทรัมป์ยืนยัน ทางกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้โทรศัพท์มาหาฝ่ายสหรัฐเพื่อเจรจาขอหยุดยิงเอง และตน ได้พูดคุยกับ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล รวมถึงผู้นำเลบานอนและผู้นำฮิซบอลเลาะห์เพื่อยุติความขัดแย้ง และแสดงความหวังว่าอยากเห็นสันติภาพในเลบานอน
- ในขณะที่เลบานอน จะเริ่มเข้าประจำการในพื้นที่นำร่องทางตอนใต้ของประเทศตามข้อตกลง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นเขตห้ามกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เข้ามาเกี่ยวข้องและจะอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพเลบานอนแต่เพียงผู้เดียว
- สหรัฐ – อิหร่าน : ทรัมป์อ้างว่า สหรัฐได้ทำลายล้างกองทัพของอิหร่านไปเกือบหมดสิ้นแล้ว โดยระบุว่าอิหร่านเหลือขีปนาวุธอยู่เพียงไม่กี่ลูก / พร้อมขู่ว่าหากอิหร่านสังหารทหารสหรัฐ เขาจะพิจารณาเป็นเหตุผลในการเปิดฉากสงครามใหม่ทันที
– อิหร่าน โดย อับบาส อารักชี รมต ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ ว่า สงครามครั้งนี้กลายเป็นแหล่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับอิหร่าน แม้จะสูญเสียไปมาก แต่สามารถต้านได้นานกว่า 40 วัน จนสามารถบีบให้สหรัฐขอเจรจากับตนได้
สภาสหรัฐ มีมติ ไม่บังคับให้สหรัฐถอนกำลัง และไม่ได้จำกำดัอำนาจทรัมป์ในการทำสงครามในเลบานอน
- 4 มิ.ย. สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ มีมติเสียงข้างมาก 324 ต่อ 92 เสียง ปฎฺเสธญัตติจำกัดอำนาจการทำสงครามในเลบานอนที่เสนอโดยส.ส. หญิง Rashida Tlaib จากพรรคเดโมแครต ที่จะให้ทรัมป์ ถอนกำลังทหารออกจากเลบานอนภายใน 7 วัน เพราะเนื่องจากปัจจุบัน ม่มีทหารสหรัฐ เข้าร่วมรบในเลบานอนอยู่แล้ว
สถานะการณ์โจมตีทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงเดินหน้าอยู่
- คูเวตแถลงว่า อิหร่านจงใจส่งโดรนและขีปนาวุธวิถีโค้งมาโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติคูเวต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บหลายสิบราย โดยทางคูเวตระบุว่าระบบสามารถสกัดกั้นอาวุธไว้ได้แต่เศษซากตกลงมาสร้างความเสียหาย
- อิหร่าน ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยสิ้นเชิง คาดว่าระเบิดน่าจะเกิดจาก ขีปนาวุธ Patriot ของสหรัฐทำงานผิดพลาดหลังพยายามสกัดกั้นการโจมตี ฐานทัพสหรัฐในอิหร่าน
- สถานะการณ์ ช่องแคบฮอร์มุช
– CENTCOM เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เริ่มมาตรการปิดล้อมท่าเรือและเรือของอิหร่าน กองทัพสหรัฐฯ ได้สั่งเปลี่ยนเส้นทางเรือพาณิชย์ไปแล้ว 127 ลำมีการสั่งระงับการทำงานของเรืออีก 6 ลำเพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรการ และอนุญาตให้เรือขนส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมผ่านไปได้จำนวน 36 ลำ
– ช่องแคบฮอร์มุชยังคงไม่ได้ปิด 100% ตามคำขู่ของอิหร่าน มีรายงานว่า มีเรือบรรทุกน้ำมัน มากกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อันยังคงไปผ่านได้อยู่ แม้ว่า เรือหลายร้อยลำยังติดค้างอยู่ในอ่าว และบริษัทเดินเรือจำนวนมากยังไม่กล้ากลับมาใช้เส้นทางตามปกติ เพราะความเสี่ยงด้านความปลอดภัยยังสูงก็ตาม
ตลาดคาดการณ์ BOE มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปีนี้แทน จาก ราคาพลังงานพุ่งสูง… ปัจจัยบวกต่อ GBP
- Megan Greene ซึ่งเป็นกรรมการนโยบายการเงินของ BOE กล่าวว่า ยิ่งสงครามและวิกฤตพลังงานยืดเยื้อ เหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ยก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โดยตลาดเริ่ม ตลาดเริ่ม Price In การขึ้นดอกเบี้ยช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แล้ว เงินเฟ้อล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 2.8–3.3% และ BOE คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นอีกในช่วงปลายปีจากผลกระทบด้านพลังงาน
- แม่ว่า Andrew Bailey ผู้ว่าการ BOE มีท่าทีระมัดระวังกว่า โดยยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย แต่ยืนยันว่าจะทำทุกทางเพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% และกำลังจับตาแรงกดดันด้านค่าแรงอย่างใกล้ชิด
H4/H1 ราคา GBP ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ในขณะที่ H4 มีการปรับลด High และ ลด Lowลง ในสามเหลี่ยม Triangle อาจมีการเบรคราคาเพื่อเลื่อกข้าง
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ) กรอบ 1.34272-1.34059 / SL 1.33500 ปิดทำกำไร 1.34319/1.34437/1.34530/1.34595
- เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย)กรอบ 1.34637-1.34868 /SL 1.35100 เพื่อทำกำไร 1.34526/1.3446/1.34376/1.34259/1.34176/1.33992
แนวรับ 1.34061/1.33473/1.33017
แนวต้าน 1.34637/1.34868/1.35096

ปฎิทินเศรษฐกิจ 5 มิ.ย.2569

บทวิเคราะห์ข่าว
- ติดตามประกาศตัวเลข การจ้างงานนอกภาคการเกษตร ควบคู่กับ ค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง (Average Hourly Earning m/m)
– Average Hourly Earning m/m <หรือ เท่ากับ 0.3%
หาก Nonfarm < 85K จะเป็นปัจจัยกดดัน USD ปัจจัยบวกต่อ GBP
หาก Nonfarm 85K -115K ปัจัยบวกต่อ USD กดดัน GBP เพียงเล็กน้อย
หาก Nonfarm > 115 K จะเป็นปัจจัยบวกต่อ USD และกดดัน GBP
– Average Hourly Earning m/m <หรือ เท่ากับ 0.4%
จะเป็นปัจจัยบวกต่อ USD เพราะโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้มีมากขึ้น ซึ่งจะกดดัน GBP

Leave a Reply