Day วานนี้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทาน เมื่อไม่มีเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ลุกลามเพิ่มเติม และยังไม่มีสัญญาณการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้แรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Geopolitical Risk Premium) เริ่มลดลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ว่า FOMC ในสัปดาห์นี้อาจส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป รวมถึงนักลงทุนรอติดตามผลการประชุม BOJ และความคืบหน้าการเจรจาการค้าของสหรัฐ กับประเทศคู่ค้า ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรหลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงจับตาทิศทางอุปสงค์น้ำมันโลก ท่ามกลาง ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการเงินที่ตึงตัว อาจทำให้การใช้พลังงานต่ำกว่าคาด
WTI Crude Oil (สัญญาเดือนใกล้สุด) ปิดที่ 87.54 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.77 ดอลลาร์ หรือ -1.98%
คลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ไม่มีเหตุการณ์ที่กระทบอุปทานผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มเติม… ปัจจัยกดดันน้ำมัน
- ตลาดเชื่อว่าความเสี่ยงของสงครามที่กระทบอุปทานน้ำมันลดลงชั่วคราว ทั้งจากความหวังการเจรจา สหรัฐ – อิหร่านกลับมาอีกคร้ง (แม้ว่าอิหร่านยังคงปฎฺเสธ ว่ายังไม่มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐ)
- ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า มีการหารือเชิงลึกเกี่ยวกับอิหร่าน ขณะที่มีรายงานว่าชาติคนกลาง โดยเฉพาะโอมาน ยังคงพยายามผลักดันให้สหรัฐฯ และอิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา โดยมีเป้าหมายการเจรจา เพื่อ ลดการปะทะทางทหาร + รักษาการเดินเรือผ่าน ช่องแคบ ฮอร์มุช + ลดความเสี่ยงต่อการส่งออกน้ำมัน ของอ่าวเปอร์เซีย
- อีกฝากของช่องแคบฮอรุมุช ในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่มีการโจมตีฐานทัพอิหร่านเพิ่มเติม รวมถึง ไม่มีการโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน จากฝั่งสหรัฐ และ ไม่มีการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ จากอิหร่าน ตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้
- แม้ว่ารัฐบาลทรัมป์จะไม่เคยออกมาเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริง สำหรับคลังอาวุธ แต่เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายออกมาเตือนว่าคลังขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเริ่มกระทบความพร้อมในการรับมือเหตุการณ์อื่น โดยเฉพาะในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก มีรายงานการใช้ ขีปนาวุธสกัดจำนวนมาก + ระบบ Patriot +THAAD ตลอดจน SM-3 SM-6 และ เครืองสกัดโครนจำนวนาก ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายฝายเชื่อว่า อาจจะเป็นแรงจูงใจให้สหรัฐ ต้องยุติสงครามที่ยืดเยื้อนี้ โดยเร็ว
- อีกด้านขออิสลาเอล มีข้อมูลสหนับสนุนจากหลายสำนักข่าว ระบะว่า หลังการสู้รบต่อเนื่องกับอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน คลังขีปนาวุธสกัดของอิสราเอล โดยเฉพาะระบบ Arrow และระบบป้องกันภัยทางอากาศอื่น ๆ ถูกใช้งานในอัตราที่สูงมาก ในขณะที่ เนทันยาฮู ถูกวิจารณ์ว่า ไม่ได้เพิ่มงบประมาณสำหรับการผลิตขีปนาวุธสกัด แม้จะถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่านหลายระลอกตั้งแต่ปี 2024
- นอกจากนี้ยังมีประเด็นว่า ทาง IRGC ได้ เผยแพรคลิป AI ทีมีลักษณะ ปลุกระดบม ชักชวนผู้สนันสนุน อิสราเอลให้ ลอบสังหาร Melania Trump ภรรยาทรัมป์ และ Barron Trump ลูกขายทรัมป์ ผู้ซึงอาศัยอยู่ในวอชิงตัน
- ล่าสุด ฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน รายงานว่า สามารสกัด ขีปนาวุธ 5 ลูกที่ยิงมากจากอิหรานได้สำเร็จ และไม่มีรายงานผู้เสียขีวิต
ตลาดเปลี่ยนโฟกัส สงคราม กลับมาทีนโยบายการเงินแทน
- 28 ก.ค. ดัชนีดอลลาร์ DXY ปรับปตัวย่อลง 0.12% แต่ยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน 101.80 ดอลลาร์อ่อนค่าเล็กน้อย เนื่องจาก ยังไม่มัน่ใจผลการประชุมเฟดในคืนนี้ที่จะส่งผสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็วๆนี้หรือไม่ จึงมีการลด สถาะน long USD
- ราคาน้ำมันปรับตัวร่วงลง ตลาดมาองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อด้านพลังงานอาจเริ่มลดลง จึงลดโอกาสที่เฟดจะใ้ช้นโยบายเข้มงวดมากขึั้นกว่าเดิม ส่งผลให้ USD อ่อนตัวลงเล็กน้อยเช่นกัน
- แตอย่างไรก้ตามนักลงทุนยังคงคาดว่าเฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยสูง เนื่องจาก ตลาดแรงงานยังแข็งแรง / เงินเฟ้อพื้นฐานยังสูง ตลอดจน ภาษีนำเข้าของสหรัฐ ยังผลักต้นทุนสินค้า
- หากคืนนี้ เฟดส่งสัญญาณในเชิง Hawkish (เข้มงวดมากขึ้น) DXY แข็งค่าขึ้น อาจส่งผลกดดันราคาน้ำมันลงได้ แต่หากเฟดส่งสัญญาณ เชิง Dovish (ผ่อนคลายมากขึ้น) DXY อาจอ่อนค่า และช่วยพยงราคาน้ำมันได้
H4/H1 ราคาน้ำมันยังคงยืนอยู่เหนือจุด Choch H4 ที่ 79.500 ได้ โครงสร้างราคาใน H4 ยังคงเป็น Sideway – Uptrend ราคามีการรีบาวด์กลับขึ้นไปทันที่ที่มีการสร้าง low 78.526 แต่คาดว่ามีโอกาสที่ราคาจะกลับลงมาทดสอบ จุด Choch ได้อีกครั้ง
- เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย)ที่กรอบ 83.107-84.106/ SL /85.000 เพื่่อทำกำไร 81.700/81.000/80.600/79.564/79.300
- ติดตามผลการประชุม FED คืนนี้ หากออกมาในเชิง Hawkish จะส่งกดดันราคาน้ำมันลงต่อใน (ในฐานะสินทรัพย์จับคู่ USD)
แนวรับ 79.50/77.48/75.54
แนวต้าน 86.87.89.13/92.36

ปฎิทินเศรษฐกิจ 29 ก.ค.2569

บทวิเคราะห์- รายงาน ข่าว
- รายงาน API Weekly Statistical Bulletin สัปดาห์ที่ผานมา ปริมาณน้ำมันดิบ ลดดลงมากกว่าคาด -3.30 ล้านบาร์เรล ในขณะที่คาดการณ์ -1.3 ถึง – 2.5 ล้านบาร์เรล… ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน นอกจากนี้สะท้อน โรงกลั่นยังเดินเครื่องในระดับสูง และความต้องการใช้น้ำมันังคงแข็งแรงอยู่ แต่ปริมาณน้ำมันดิบพร้อมขายในสหรัฐลดลง
- แต่ คลังน้ำมัน เบนซิน เพิ่มขึ้น 918 K บาร์เรล สะท้อนการใช้น้ำมันซิน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ หรือโรงกลั่นผลิตเบนซินออกมามากกว่าความต้องการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา.. กดดันราคาน้ำมัน
- ติดตามรายงาน EIA Weekly Petroleum Status Report ซึ่งเป็นตัวเลขทางการของรัฐบาลสหรัฐ Crude Oil จะลดลงใกล้เคียง -3.3 ล้านจะเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันระยะสั้นเช่นกัน
ปฎิทินเศรษฐกิจ 30 ก.ค.2569

- ติดตามผลการประชุม เฟด คืนนี้ รวมถึง FOMC Statement
– หากเฟดส่งสัญญาณในเชิง Hawkish (เข้มงวดมากขึ้น : คงอัตราดอกเบี้ย หรือ ขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้ง) DXY แข็งค่าขึ้น ส่งผลกดดันราคาน้ำมันลงได้ ในฐานะสินทรัพย์จับคู่
– แต่หากเฟดส่งสัญญาณ เชิง Dovish (ผ่อนคลายมากขึ้น : ลดอัตราดอกเบี้ย ) DXY อาจอ่อนค่า และช่วยพยุงราคาน้ำมันได้

Leave a Reply