Day เปิดตลาดวานนี้ราคาน้ำปรับตัวร่วงลงไปก่อน บริเวณ 81.299 แต่ทันทีเปิดตลาดลอนดอน กับดีดตัวพุ่่งสูง ปัจจัยหนุนสำคัญ หลัง รายงานจาก Wall Street Journal ที่ระบุว่า ทรัมป์ “ไม่สนใจกลับสู่เงื่อนไขใน MOU เดิมที่ทำไว้เดือน มิ.ย. ตามที่อิหร่านคาดหวัง” ส่งผลหนทางการเจรจาสันติภาพสหรัฐ – อิหร่าน อาจต้องยากมากขึ้น ส่งผลบวกต่อราคาน้ำมันระยะสั้นทันที
อย่างไรก็ตาม เช้าวันนี้ราคาน้ำมันปรับย่อตัวลง นักลงทุนกลับมองภาพรวม ความหวังปัญหาในฮอร์มุชอาจคลี่คลายได้ หลังมีความคืบหน้าการเจรจา อิหร่าน – โอมาน (การบริหารและเปิดเส้นทางฮอร์มุชร่วมกัน) ทำให้ตลาด ลด Risk Premium ลง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 83.53 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.30 ดอลลาร์ หรือ +1.6%
ทรัมป์เมินเงื่อนไข MOU เดิมที่เคยตกลงกับอิหร่าน … ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมันระยะสั้น
- 27 ส.ค. The Wall Street Journal รายงาน รัฐบาลของทรัมป์ได้แจ้งต่อบรรดาคนกลางที่พยายามไกล่เกลี่ยว่า สหรัฐฯ ไม่มีความสนใจที่จะกลับไปใช้เงื่อนไขของ Memorandum of Understanding (MOU) ที่เคยตกลงกับอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นกรอบข้อตกลงที่อิหร่านคาดหวังให้ใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจารอบใหม่ และอิหร่านใช้เป็นเงื่อนไขในการเปิดช่องแคบฮอร์มุช ทรัมป์ คาด แรงกดดันทางเศรษฐกิจ ณ ปัจจุบัน จะทำให้อิหร่านยอมเปิดช่องแคบในท้ายที่สุด
- ในขณะที่ ณ ปัจจุบัน ยังคงมีเรือผ่านช่องแคบได้เพียงวันละ 8 -10 ลำ จากการควบคุมของอิหร่าน นอกจากนี้อิหร่านยังคุมเข้ม เรือที่ส่งผ่านด้วยวิธี Ship to Ship (โอนถ่ายเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในทะเล โดยอีกลำจอดรออยู่ ทะเลอาหรับ)
- ทั้งนี้ MOU เดิมที่สหรัฐทำขึ้นกับอิหร่าน โดยมีเป้าหมาย ให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุชได้อีกครั้ง และลดการโจมตีเรือสินค้า อีกทั้งยังเป็นการเริ่มต้น การเจรจา โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึง่สหรัฐต้องยกเลิการควบคุมทางออกทะเลของอิหร่าน ตลอดจน ปลดล็อกการคว่ำบาตร (บางส่วน- ทั้งหมด) และเปิดโอกาสให้อิหร่านเข้าถึงทรัพย์ที่ถูกอายัติไว้ในต่างประเทศ แต่จากการโจมตีเรือสินค้าของอิหร่านล่าสุด ทำให้ ต้องมีการยกเลิก MOU นี้ไป
ปากีสถานและจีน เมิน บทลงโทษประเทศทีให้การช่วยเหลืออิหร่าน จากมาตราการกดดันทางเศรษฐกิจ สหรัฐ ต่อ อิหร่าน ล่าสุด
- 27 ส.ค. ปากีสถานระบุว่า ไม่มีข้อผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่ออิหร่านของสหรัฐ เว้นแต่มาตรการดังกล่าวจะถูกกำหนดโดยสหประชาชาติ ส่งสัญญาณว่าปากีสถานพร้อมเดินหน้าการค้ากับอิหร่านต่อไป หลังสหรัฐฯ เตือนว่าจะใช้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อประเทศที่ทำธุรกิจกับเตหะราน
- เช่นเดียวกับจีน ทีก่อนหน้านั้น 26 ส.ค. หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ออกมาตอบโต้“ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอิหร่านไม่ควรถูกขัดขวางหรือบ่อนทำลาย” และย้ำว่า ” จีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ” “มาตราการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐ ไม่มีพื้นฐานตามกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งยังไม่ได้รรับการอนุมัติจาก รัฐมนตีความมั่นคงแห่งสหประชาติ จึงไม่มีเหตุที่ต้องเชื่อถือ” การตอบโต้ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ สหรัฐมีการประกาศ คว่ำบาตร บุคคล, บริษัท และเรือจีน ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน รวมทั้งหมดเกือบ 60 ราย (ไม่มีสถาบันการเงินเจีนในประกาศนี้)
เวเนซุเอล่ากำลังพิจารณาถอนตัวออกจาก OPEC …. ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน หากเป้นจริงโอกาส Supply ล้นตลาดในระยะยาว
- 28 ส.ค.Bloomberg ระบุว่า เวเนซุเอลากำลังพิจารณาอย่างจริงจังว่าจะถอนตัวจาก OPEC โดยมีการพูดคุยเรื่องแนวคิดนี้กับเจ้าหน้าที่สหรัฐแล้ว แต่ ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย (เหตุที่ต้องเจรจากับสหรัฐก่อน เนื่องจาก บริษัทน้ำมัน-พลังงานสหรํฐ ขนาดใหญ๋หลายแห่ง เข้าไปลงทุนและถือประโยชน์ในเวเนซุเอล่า หลังจากที่ทรัมป์โค่นอำนาจ มาดูโร ผุ้นำเวเนฯได้สำเร็จช่วงต้นปี และเข้าแทรกแซงธุรกิจแหล่งน้ำมันในเวเนฯ)
- การถอนตัวจากสมาชิก OPEC เช่นเดียวกับที่ UAE เคยประกาศ ในเดือน เม.ย.ปีนี้ เพื่อไม่ต้องการให้ OPEC ต้องคอยคำหนดโควต้าการส่งออกประเทศสมาชิก ซึ่งเวเนซุเอล่า ต้องการอิสระในการเพิ่มกำลังการผลิตเป็นอย่างมาก และเปิดทางให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุน และมีปริมาณน้ำมันสำรอง 300 พันล้านบาร์เรล (มากที่สุดในโลก) ที่ต้องการระบายอก
การตาร์ และ คูเวต สองประเทศที่แก้เกมส์ปิดฮอร์มุชของอิหร่าน สกัดราคาน้ำมันพุ่ง… ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน
- 27 ส.ค.Bloomberg รายงานว่า คูเวตและกาตาร์สามารถฟื้นการส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาได้ประมาณ 70% ของระดับก่อนเกิดสงคราม โดยอ้างข้อมูลจาก traders ที่ติดตามการขนส่งน้ำมันในพื้นที่
- ประมาณเดือน มิ.ย. เป็นต้นมา ทั้งสองประเทศ เริ่มใช้วิธี Shutting คือการให้เรือบรรทุกน้ำม้ันทยอยขนส่งน้ำมันออกจาก ช่องแคบฮอร์มุช และถ่ายน้ำมันให้เรือลำอื่น ในอ่าวโอมาน (Ship to Ship) ทั้งนี้ UAE เป็นผู้ผลิตน้ำมันในอ่าว รายแรกที่ส่งผ่านด้วยวิธีนี้
- นอจกนี้ยังมี ซาอุฯ ที่เพิ่มปริมาณการส่งน้ำมันผ่านทะเลแดง แม้ว่าจะมีความเสี่ยงจากกลุ่มฮูติในช่วงแรก
- Bloomberg ที่มีการรายงานต่อระบุว่า ปริมาณน้ำมันดิบที่กำลังเคลื่อนผ่านฮอร์มุช เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 7–8 ล้านบาร์เรล/วัน จากประมาณ 4 ล้านบาร์เรล/วันในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้น 75-100% ซึ่งจะทำให้ท้ายที่สุด ปัจจัยเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุช อาจไม่ไช่เรื่องที่หนุนราคาน้ำมันอีกต้อไป
- แต่ขัดแย้งกับ ข้อมูล Kpler ที่ทางรอยเตอร์รายงานว่า ปริมาณส่งออกผ่านฮอร์มุช ในเดือนสิงหาคมยังอยู่เพียงประมาณ 2.3 mb/d และต่ำกว่าช่วงก่อนสงครามมาก
H4/H1 แม้ว่าจะมีการ rebound และมีการสร้าง Channal Uptrend H1 ในระยะสั้น แต่โครงสร้าง H4 ยังคงถือว่าเป็น SIdeway กอรบ 85.301 -80.315 ราคาติดแนวต้าน Supply 85.301 ในขณะที่ ภาพของ HM Cypher ก็ยังคงอยู่มีโอกาสจะกลับลงมาทดสอบ Golden Zone บริเวณ 79.712–78.120 ได้อีกครั้งเช่นกัน
คำแนะนำ
- เปิดสถานะขาย กรอบราคา 84.636-85.320 (SL 86.200ก) เพื่อทำกำไร 84.306/83.697/83.320/83.000/82.721
- เปิดสถานะขาย หากราคาทะลุกรอบ 82.860-82.497 ลงมาก่อนแล้วกลับขึ้นไป retest โดยวาง SL 83.500 เพื่อทำกำไร 82.000/81.500/81.300
แนวรับ 81.299/80.315/79.712
แนวต้าน 85.301/86.562/87.910

ปฎิทินเศรษฐกิจ 28 ส.ค.2569

บทวิเคราะห์ – รายงานข่าว
- แม้ว่าว่าราคา WTI จะให้ความสำคัญกับข่าวนอกตาราง ในเรื่อง การเจรจา สหรัฐ-อิหร่าน และ ปริมาณน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุช และโอกาสที่จะกลับมาเปิดช่องแคบ แต่ ถ้อยแถลงของ Kavin Warsh ในงาน Jackson Hole มีส่วนที่ให้เกิดความผันผวนในระยะสั้น (เนืองจากเป็นสินทรัพย์ที่จับคู่กับ USD ด้วยเช่นกัน)
- หากถ้อยแถลง ออกมาในเชิง Hawkish นโยบายการเงินเข้มงวด เพือแก้ไขเงินเฟ้อ ขึ้นดอกเบี้ย จะส่งผลให้ USD(DXY) แข็งค่าขึ้นและกดดันราคาน้ำมัน WTI ได้จากปัจจัยนี้ชั่วคราวได้เช่นกัน แต่หากไม่มีการสื่อสารในเรือง นโยบายการเงินหรือเงินเฟ้อ อยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ ราคาน้ำมัน จะกลับมาอิงปัจจัยจาก่ข่าวนอกตารางที่ว่านี้เป็นหลัก

Leave a Reply