Day ราคาน้ำมันวานนี้ปรับตัวร่วงลงหลังจากขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 102.758 ปิดแท่งรายวัน Doji Bearish ปัจจัยกดดันหลังการหารือระหว่าง ประธานาธิปดีอิหร่าน กับ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกฃ่เกลี่ย ระหว่าง สหรัฐ – อิหร่าน และการ ฮูติ – ซาอุฯ ภายหลังจากที่อิหร่านออกมาขู่ทำลาย โครงข่ายอินเตอร์เน็ตใต้ทะเล หากสหรัฐบุกโจมตีอิหร่าน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 101.79 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.87 ดอลลาร์ หรือ -1.8% หลังแตะ 110.48 ดอลลาร์ระหว่างวัน ส่วนงวดส่งมอบเดือนธ.ค. ปิดลดลง 72 เซนต์ อยู่ที่ 97.82 ดอลลาร์/บาร์เรล
อิหร่านติดต่อปากีสถาน หวังเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยกับสหรัฐ ... ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน
- 20 ต.ค.สำนักข่าวนูร์นิวส์รายงานว่า มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน หารือกับจอมพล อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ในกรุงเตหะราน เกี่ยวกับความพยายามไกล่เกลี่ยและสถานการณ์ในภูมิภาค แต่ย้ำว่าจะไม่ขอเจรจากับสหรัฐ จนกว่า ข้อเรียกร้องอิหร่านจะได้รับการตอบสนอง
- ข้อเรียกร้องหลักที่อิหร่านเคยยื่นไว้ก่อนหน้านี้สำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์และการเปิดช่องแคบฮอร์มุส (Strait of Hormuz) รวมถึงการเจรจา ได้แก่ การที่สหรัฐ ต้องยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน และยุติการเป็นปฏิปักษ์ในทุกแนวรบระดับภูมิภาค
- ฝั่งสหรัฐ ระบุว่าการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านในตอนนี้ทำได้ยากมาก และสหรัฐ จะยังคงกดดันทางเศรษฐกิจต่อไป จนกว่าอิหร่านจะยุติการโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุส
- ก่อนหน้านี้สหรัฐเพิ่มความกดดันด้วยการเคลื่อนย้ายและเสริมกองเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงการประจำการเรือรบและเรือบรรทุกเครื่องบินระดับท็อปเพื่อคุมเชิงและปิดล้อม
- จนทำให้ ตัวแทนจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนและขู่ตอบโต้ว่า หากสหรัฐ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและ สายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้ทะเล (Undersea Internet Cables) ทั้งบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุส และเส้นทางเชื่อมต่อในภูมิภาค
- ภูมิภาคตะวันออกกลางและทะเลแดงเป็นจุดผ่านสำคัญของสายเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้ทะเลที่หล่อเลี้ยงระบบการสื่อสาร อินเทอร์เน็ต และข้อมูลทางการค้าระหว่างเอเชียและยุโรปเป็นจำนวนมาก การขู่มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างเหล่านี้จึงถูกมองว่าเป็นมาตรการกดดันขั้นเด็ดขาดของอิหร่าน เพื่อให้อีกฝ่ายเห็นถึงผลกระทบวงกว้างระดับโลกหากสงครามปะทุขึ้นอีกครั้ง
สถานะการณ์ช่องแคบฮอร์มุช ยังคงน่ากังวลหลังเกิดเหตุรายวัน / ในขณะที่ฮูติ ออกมายอมรับการโจมตีเป้าหมายพลังงานซาอุฯ .. ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน
- ตลาดกลับมากังวลขั้นสุดยอดอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (Supertanker) เกิดเหตุเพลิงไหม้จากการชนทุ่นระเบิดทางตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุส ประกอบกับข้อมูลจากบริษัทติดตามเรือ Kpler ที่ระบุว่ามีการโจมตีเรือขนส่งสินค้าและเรือน้ำมันไม่ต่ำกว่า 18 ครั้งในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และขยายวงกว้างเลยไปถึงอ่าวโอมาน
- กลุ่มฮูตีออกมาอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีเป้าหมายพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ทั้งโรงงานของ Saudi Aramco ในเมืองยานบู (Yanbu) และแหล่งน้ำมันชายบัห์ (Shaybah)
อิหร่านเสนอตัวทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ระหว่าง ฮูติ – ซาอุฯ / อังกฤษประกาศตัวร่วมปกป้องซาอุฯ …ตลาดจับตาดูท่าที และความคาดหวังของอิหร่านในการเป็นตัวกลาง
- อับบาส อารักชี รมต ต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านยังไม่ได้รับคำตอบจากซาอุดีอาระเบียหรือกลุ่มฮูตีในเยเมน หลังเสนอตัวช่วยเป็นคนกลางเจรจาเพื่อยุติการสู้รบระหว่างทั้งสองฝ่าย ก่อนหน้านี้ อารักชีเสนอช่วยอำนวยความสะดวกในการเจรจา ขณะที่กลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่านได้ระดมการโจมตีซาอุดีอาระเบียในช่วงต้นเดือนนี้
- ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา อารัคชีได้เคยติดต่อไปยังทางการซาอุดีอาระเบียเพื่อเสนอตัวช่วยอำนวยความสะดวกและผลักดันให้เกิดการเจรจาทางการเมือง เนื่องจากสถานการณ์สู้รบและภัยคุกคามในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น
- ทางการอิหร่านพยายามเน้นย้ำว่าวิกฤตความขัดแย้งเหล่านี้ไม่มีทางแก้ด้วยวิธีทางทหาร และการมุ่งใช้กำลังทหารจะยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น พร้อมระบุว่าอิหร่านสนับสนุนแนวทางการเจรจาเพื่อหาข้อยุติทางการเมือง แม้ว่าทางซาอุดีอาระเบียจะยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าวก็ตาม
- BBC ระบุว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรภายใต้การนำของนายก แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) ได้อนุมัติส่งความช่วยเหลือทางทหารครั้งสำคัญ ด้วยการส่ง เครื่องบินขับไล่ไทฟูน (Typhoon) ของกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) ไปประจำการเพื่อปกป้องประเทศซาอุดีอาระเบียจากการโจมตีที่ทวีความรุนแรงขึ้นโดยกลุ่มฮูตีในเยเมน
- ย้ำว่า เครื่องบินขับไล่ไทฟูนเหล่านี้จะปฏิบัติภารกิจบินลาดตระเวนและสกัดกั้นภัยคุกคามทางอากาศ (Defensive Counter-Air Missions) เช่น การยิงสกัดโดรนและขีปนาวุธ เพื่อปกป้องเมืองสำคัญและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย แต่จะไม่เข้าร่วมการโจมตีเชิงรุก (Offensive Strikes) ต่อเป้าหมายของกลุ่มฮูตีในเยเมนแต่อย่างใด
- การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการโจมตีระลอกใหญ่ของกลุ่มฮูตีที่พุ่งเป้ามายังดินแดนซาอุดีอาระเบีย รวมถึงเหตุการณ์โจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิด (King Khalid International Airport) ในกรุงริยาด ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและความปลอดภัยในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
- นอกเหนือจากการส่งเครื่องบินขับไล่ไทฟูนแล้ว อังกฤษยังจะจัดส่ง ที่ปรึกษาทางทหาร และเครื่องบินลำเลียงรุ่น A400M ไปช่วยสนับสนุนด้านการขนยศยุทโธปกรณ์ พร้อมทั้งขยายเวลาภารกิจสนับสนุนการเติมน้ำมันกลางอากาศ (Air-to-Air Refuelling) ให้แก่กองทัพซาอุดีอาระเบียออกไปอีก 90 วัน
สหรัฐหวังเป็นตัวกลางการเจรจา ยูเครน สงบศึกรัสเซีย ดันน้ำมันรัสเซียสู่ตลาดโลก
- สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ได้เข้าพบกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน รวมถึงผู้นำนอร์เวย์ ฟินแลนด์ และตัวแทนระดับสูงจากยุโรปและ NATO ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าการพูดคุยเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์และมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
- ฝั่งยูเครนได้นำเสนอแนวคิดและข้อเสนอใหม่ในที่ประชุม ซึ่งครอบคลุมถึงองค์ประกอบสำคัญของกรอบสันติภาพเชิงครอบคลุม เช่น การประกันความปลอดภัยให้แก่ยูเครน (ในลักษณะคล้ายคลึงกับมาตรา 5 ของ NATO), แผนเศรษฐกิจหลังสงคราม และสถาปัตยกรรมความมั่นคงในยุโรป
- หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่นอร์เวย์ วิตคอฟฟ์มีกำหนดการเดินทางไปเข้าพบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อนำข้อเสนอฉบับอัปเดตดังกล่าวไปหารือและสร้างแนวทางสู่การเจรจาระดับพหุภาคีต่อไป โดยมี จาเรด คุชเนอร์ (Jared Kushner) เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ด้วย
- ทรัมป์ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยระบุว่าถึงเวลาแล้วที่ยูเครนควรต้องหาทางยุติสงครามและบรรลุข้อตกลงกับรัสเซีย
- ทั้งนี้สหรัฐ ได้ประกาศ ผ่อนปรนและระงับการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรชั่วคราวเฉพาะในส่วนของ “น้ำมันดีเซลที่มาจากรัสเซีย” (ผ่านการออกใบอนุญาตทั่วไป General License 135 โดยกระทรวงการคลังสหรัฐ) เพื่อเปิดทางให้รัสเซียสามารถส่งออกดีเซลกลับเข้าสู่ตลาดสหรัฐ และตลาดโลกได้ แม้จะถูกคัดค้านทั้งจาก EU และ UK และยูเครนก็ตาม
– ยกเลิกข้อจำกัดและมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับการขาย การจัดส่ง การถ่ายโอน และการนำเข้าน้ำมันดีเซลที่มีแหล่งกำเนิดจากรัสเซียเป็นการชั่วคราว (กำหนดเบื้องต้นถึงช่วงต้นเดือนเมษายน 2027)
– สหรัฐฯ ตั้งเป้าหวังให้อุปทานน้ำมันดีเซลของรัสเซียทยอยกลับคืนสู่ตลาดโลก (เริ่มต้นรอบแรกกว่า 300,000 ตัน และทยอยเพิ่มขึ้นในเดือนต่อๆ ไป)
H4/H1 ราคาปรับต่วร่วงลงหลังขึ้นมาทดสอบกรอบ 100.021- 102.758 (ตามคาด) ซึ่งเป็นกรอบแนวต้านสำคัญ Supply Day + Bearish Diverghence H4 แต่การหลุดร่วงยังคงไม่ทะลุ Channel Uptrend H1 ลงมาราคา rebound กลับขึ้นไปทันที หากจังหวะในการย่อซืึอจึงจะปลอดภัยกว่า เนื่องจากบริเวณแน้วต้าน Supply Day ยังคงเป็นแนวรับที่แข็งแรง
คำแนะนำ
- เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย)กรอบ 102.205-103.300/SL 104.000 เพื่อทำกำไร101.200/100.800/100300/99.900/99.400/98.800/98.000/97.000
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ) กรอบ 94.400-96.180 /SL 94.000 เพื่อทำกำไร 96.500/97.000/97.500/98.000/98.400/98.800/99.500
แนวรับ 94.432/91.174/90.147
แนวต้าน 102.205/103.300/105.488

ปฎิทินเศรษฐกิจ 21 ต.ค.2569

บทวิเคราะห์ – รายงาน ข่าว
- ประกาศ API Weekly Statistical Bulletin (WSB) ของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา
– สต็อกน้ำมันดิบ ลดลง 4.93 ล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ค่อนข้างมาก (ตลาดคาดว่าจะลดลงเพียงประมาณ 800,000 ถึง 1.3 ล้านบาร์เรลเท่านั้น) และต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่เคยร่วงลงหนักถึง 11.12 ล้านบาร์เรล
– สต็อกเบนซิน ลดลง 2.0 ล้านบาร์เรล (มากกว่าที่คาดว่าจะลดลงราว 400,000 บาร์เรล)
– สต็อกดีเซล(น้ำมันกลั่น) ลดลง 2.6 ล้านบาร์เรล (มากกว่าที่คาดว่าจะลดลงราว 1.2 ล้านบาร์เรล) - รายงานฉบับนี้สะท้อนภาวะอุปสงค์(ความต้องการใช้น้ำมัน)ในสหรัฐที่มีความแข็งแรงมาก เนื่องจากตัวเลขสินค้าคงคลังทั้งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันปรับตัวลดลงทุกรายการติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนฝั่งราคาพลังงานในตลาดโลกครับ
- คืนนี้ ติดตามประกาศตัวเลข สต็อกน้ำมันดิบ จากสถาบัน EIA ซึ่งคาดว่าน้ำมันจะลดลงจากเดิมเล็กน้อย แต่หากผลออกมา สต็อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ จะส่งผลบวกต่อราคาน้ำมัน แต่หาก ออกมาสต็อกติดลบน้อยกว่าที่คาด อาจะได้เห็นการย่อตัวลงของราคาน้ำมัน

Leave a Reply