กลยุทธ์การลงทุน GBPUSD ประจำวันที่ 13 พ.ค. 2569

Day วานนี้ GBP ปรับตัวร่วงลงแรงในรูปแบบ Raising Wadge หลังขึ้นไปทดสอบกรอบแนวต้านที่ให้ไว้ 1.366325-1.36603 (ตามคาด) นอกจากสถานนะการณ์ในฮอร์มุชที่ยังไม่มีทีท่่ายุติแล้วแรงกดดัน ยังมีทั้งการเมืองภายในอังกฤษที่ถูกมาองว่าจัดการเศรษฐกิจแลปัญหาความมั่นคงได้ไม่ดีพอ ยิ่งส่งแรงกดดันไปถึงค่าเงิน GBP ไม่ร่วมกับการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อฝังสหรัฐ ที่ออกมาแย่ตามคาด ลดโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ ยิ่งทำให้ USD แข็งค่าขึ้นและกดดัน GBP ให้ต้องกลับมาอยู๋ใน โหมด Oversold แต่เริ่มมีการเข้าซื้อทางเทคนิคกลับขึ้นไปได้บ้าง การเคลื่อนไหว โดยรวมยังคงอยู่ใน Sideway กรอบใหญ่ 1.35132- 1.36603 ยาวนานต่อเนื่องติดต่อกันตั้งแต่ ปลาย เม.ย. 2569

การเมืองอังกฤษสั่นคลอน แต่ สตาร์เมอร์ไม่สนโดนบีบออก ยืนยันเดินหน้าแผนปฎิรูปประเทศต่อ… ปัจจัยกดดัน GBP (ลดความเชื่อมันของนักลงทุน)

  • เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศ ยืนยันที่จะเดินหน้าแผนปฏิรูปประเทศต่อไป โดยปฎฺเสธข้อเรียกร้องจากสมาชิกพรรคที่ต้องการให้ลาออก หรือเปลี่ยนผู้นำคนใหม่ในพรรค ขึ้นนายกรัฐมตรีแทน ทั้งนี้ หลังจากพรรคแรงงานของเขา แพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างมาก
  • สืบเนื่องจาก ประชาชนอังกฤษ ไม่พอใจ ต่อค่าครองชีพ ภาษี เศรษฐกิจ และปัญหาเมืองใหญ่ ทำให้คะแนนนิยมรัฐบาลอ่อนลงต่อเนื่อง

เงินเฟ้อสหรัฐ ปรับตัวพุ่งสูง ลดโอกาสปรับลดดอกเบี้ยสหรัฐปีนี้ … ปัจจัยบวกต่อ USD กดดัน GBP

  • ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) ของสหรัฐ เดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2023 โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.3% ในเดือนมี.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.7%เนื่องจากวิกฤตราคาน้ำมัน จากสงครามอิหร่านซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น
  • ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน แตะที่ 2.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2025 โดยเพิ่มขึ้นจาก 2.6% ในเดือนมี.ค. และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 2.7%
  • ต้นทุนพลังงานพุ่งขึ้นถึง 17.9% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2022 เมื่อเทียบกับระดับ 12.5% ในเดือนมี.ค. ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้น 28.4% และน้ำมันทำความร้อนที่พุ่งสูงถึง 54.3% นอกจากนี้ เงินเฟ้อในหมวดที่พักอาศัยยังเร่งตัวขึ้นแตะ 3.3% และหมวดอาหารอยู่ที่ 2.3%

สหรัฐ- อิหร่าน ยังคงกลับมาเผชิญความตึงเครียดเหมือนเช่นเคย… ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน และ GBP กดดันราคาทองคำ

  • ทั้งจีน (หวัง อี้) และสหรัฐ (มาโก รูบิโอ) ต่างเห็นพ้องต้องที่ไม่ยอมให้ประเทศใด หรือองค์กรใดเรียกเก็บค่าผ่านทางน่านน้ำสากล อย่างช่องแคยฮอร์มุช
  • 12 พ.ค. อิหร่าน ออกมาขู่ตอบโต้ด้วยการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมให้สูงถึงขั้น 90%เพื่อผลิตอาวุธนิวเคลียร์ หากมีการถูกโจมตีซ้ำ CSIS รายงานว่า ศักยภาพอิหร่านขณะนี้สามารถผลิตหัวรบนิวเคลียร์ได้ถึง 10 ลูก
  • เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพล่าสุดจากอิหร่าน โดยระบุว่าการหยุดยิงในขณะนี้อยู่ในภาวะใกล้ล่ม
  • โดยข้อตกลงที่อิหร่านเสนอ การยุติสงครามถาวร, การชดเชยความเสียหาย, การยกเลิกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ, การยกเลิกคว่ำบาตร และการเคารพอธิปไตยของอิหร่าน ในขณะที่สหรัฐต้องการให้อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์
  • ฝั่ง พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ยืนยันว่าสหรัฐ มีทั้งแผน เตรียมพร้อม ยกระดับ และถอนกำลัง รอไว้สำหรับการตัดสินใจของ โดนัลล์ ทรัมป โดยทันที ไม่ต้องรออนุมัตจากสภาคองเกรส
  • ในขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เผยงบประมาณสงครามพุ่งถึง 29,000 ล้าน ดอลลาร์ ซึ่งเป็น ต้นทุนปฏิบัติการทางทหารโดยตรง เป็นหลัก เช่น กระสุน อาวุธยุทโธปกรณ์ การซ่อมบำรุง และเบี้ยเลี้ยงกำลังพล แต่ยังไม่รวม ค่าความเสียหายของฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลางหลังจากการถูกโจมตี ทั้งใน บาห์เรน คูเวต กาตาร์ อิรัก และ UAE ในขณะที่รายงานข่าวหลายสำนัก ระบว่า หากรวมค่าเสียหายทั้งหมดฝั่งสหรัฐ อาจไปถึง 40000 – 50000 ล้นดอลลาร์(ประมาณ 4.4%–5.6% ของงบกลาโหมสหรัฐ)
  • จีนกระตุ้นให้ปากีสถานเร่งบทบาทตัวกลางไกล่เกลี่ย และช่วยแก้ไขปัญหาการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ ลินด์ซีย์ แกรแฮม สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ ถามถึงความไม่เป็นกลางของปากีสถาน ที่ยอมให้เครื่องบินของอิหร่านลงจอดในฐานทัพของตน เพื่อหลีกเลี่ยงจากโจมตีจากสหรัฐ
  • ออสเตรเลียประกาศเข้าร่วมภารกิจร่วมกับฝรั่งเศสและอังกฤษ เพื่อรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะส่งเครื่องบินตรวจการณ์ E-7A Wedgetail เข้าร่วมปฏิบัติการ / ทั้งนี้ปฎิบัติการนี้เป็นเพียง”เชิงรับ” ทำหน้าที่สนับสนุนทางการทูต ไม่ไช่การยกระดับสงคราม ทำหน้าที่ในการเตือนภัยล่วงหน้า และเรือรบที่คอยใช้ในการตรวจภัยคุกคาม ตลอดจนเฝ้าระวันสถานะการณ์ในช่องแคบ

ตลาดเฝ้าจับตาการพบประกันระหวา่ง ทรัมป์ และ สีเจิ้งผิลที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้

  • หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าทรัมป์อาจจะนำเอาประเด็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุชขึ้นมาหารือในครั้งนี้ด้วย แม้วา่่ทรัมระบุว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากจีนในการยุติสงครามกับอิหร่าน แม้ว่าความหวังในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพจะลดน้อยลง แต่จะมุ่งเน้นกาเจรจาด้านการค้าเพียงอย่างเดียว

H4/H1 H4 โครงสร้างเป็นเทรนด์ขาขึ้น แต่ยังคงเคลื่อนไหวออกข้างกรอบ1.35465-1.36428 มีความพยายามยก Low แต่ยังไม่สามาถยืนเหนือ 1.36428 ขึ้นไปได้ ราคาปรับตัวรร่วงลงในลักษณะ Raising Wadge

คำแนะนำ

  • เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย) กรอบ 1.35790-1.35917 / SL 1.36100 ทำกำไรระยะสั้น 1.35695/1.35529/1.35426/1.35352/135259

แนวรับ 1.34988/1.34480/1.34004

แนวต้าน  1.37003/1.36603/1.36325


by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *