Day เปิดตลาดวานนี้ ราคาน้ำมันดีดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮฮร์มุช หลังสถานะการณ์สู้รับสหรัฐ+อิสราเอล และ อิหร่านทวีความรุนแรงเพิ้มขึ้น ส่งผลต่อการขนส่งพลังงงานในตะวันออกกลาง อีกทั้งอิหร่าน ประกาศจะเผาเรือทุกลำ ที่ผ่านช่องแคบ ฮอร์มุช แต่ทั้ายที่สุดทรัมป์ออกมา ออกมาประกาศกร้าว “จะให้ความคุ้มครอง และรับประกันภัย ถ้าหากเรือต้องการผ่านช่องแคบฮอร์มุช” ลดความพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันลงไปได้บ้าง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 74.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.33 ดอลลาร์ หรือ 4.7% สูงสุด นับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2025
จีนห่วงปิดช่องแคบ ฮอร์มุช กระทบความมั่นคงพลังงานโลก … ปัจจัยบวกต่อน้ำมัน
- กระทรวงต่างประเทศจีน เรื่ยกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปิดช่องแคบ”ฮอร์มุช” รับประกันค่าความปลอดภัยกรณีการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบ เพื่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งควรเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน
- จีนเรียกร้องให้กลับมาเจรจานิวเคลียร์อีกครั้ง ระหว่าง สหรัฐ – อิหร่าน โดยเร็วที่สุด เร่งอิหร่านส่งน้ำมัน (จีนลูกค้ารายใหญ่สุดของอิหร่าน 90% น้ำมันทั้งหมดในอิหร่าน)นำเข้า LNG จากกาต้า ซึ่งถือเป็น 30% ของ LNG ทั้งหมดที่นำเข้า ….หลังจากที่อิหร่านประกาศ “จะเผาเรือทุกลำที่แล่นผ่านช่องแคบ ฮอร์มุช”
- ทรัมป์ ออกมาประกาศกร้าว “จะให้ความคุ้มครอง และรับประกันภัย ถ้าหากเรือต้องการผ่านช่องแคบฮอร์มุช”
การปิดช่องแคบฮอร์มุช สะเทือนค่าขนส่งทางน้ำมัน +ก๊าซ พุ่งสูง…. ปัจจัยบวกต่อน้ำมัน
- ข้อมูลจาก LSEG (London Stock Exchange Group) ระบุว่า “ค่าระวางเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (freight rates)” แตะระดับสูงสุด และส่งผลต่อ ราคาพลังงานทั่วโลก
-ค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ที่สุด (VLCC หรือ Very Large Crude Carrier) ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ Worldscale 419 — เทียบเป็นราว ~$423,736 ต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์ (สูงเป็น 2 เท่าจากวันศุกร์ที่่ผ่านมา)
-ค่าระวาง LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) ก็พุ่งกว่า +40% ในช่วงเวลาสั้น ๆ โดย Atlantic LNG สูงกว่า $61,500/วัน และ Pacific LNG ราว $41,000/วัน - ราคาน้ำมันดิบ : ผู้ซื้อในเอเชียและยุโรปต้องเผชิญต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น ทำให้ ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า (เช่น Brent) พุ่งขึ้นมากในช่วงข่าวนี้ทะลุระดับ $80+ ต่อบาร์เรล
- ราคาก๊าซธรรมชาติ : ขึ้นค่าระวางราว +40% ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดยุโรปและเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะต้นทุนขนส่งคิดรวมเข้าไปในราคาค้าส่งและค้าปลีก
ดอลลาร์แข็งค่ารอบ 1 เดือน นักลงทุนแห่ซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- ดอลล่าร์แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ได้รับแรงหนุนจากการขาย สินทรพัย์เสี่ยง และ แห่ซื้อ สกุลเงินปลอดภัย จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวพุ่งสูงขึ้นและส่งผลให้เงินเฟ้อในอนาคต มีโอกาสพุ่งสูง ซึ่งนักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟด จะยังไปรีบประกาศลดดอกเบี้ยดอลลาร์สหรัฐยิ่งทำใ้ห้ USD(DXY) น่าสนใจเพิ่มมากขึ้นแตะระดับ 99.046 (สูงในรอบ 4เดือน)
- ปัจจัยบวกต่อ USD คือการอ่อนค่าของ JPY และ EUR เนื่องจาก สองกลุ่มประเทศนี้ ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากกลุ่มตะวันออกกลาง และเริ่มไม่แน่นอนนโยบายทางการเงิน ของ BOE และ ECB ซึ่งเดิมมีนโยบาย คง- ลด อัตราดอกเบี้ย ซึ่งหากเงินเฟ้อพุ่งสูง (น้ำมันแพง) นโยบาย “คง-ลด” ยิ่งทำให้ค่าเงินอ่อนลงได้
- แต่นักลงทุนบางท่าน ออกมาเตือน ว่าการแข็งค่าขึนของ USD (DXY) อาจเป็นเพียงแค่ชั่วคราว ชี้ให้เห็นว่า USD เคยปรับตัวเล็กน้อยหลังมิ.ย.ปีที่แล้วที่อิสราเอล (สหรัฐ) ถล่มฐานปฎิบัติการณ์ในอิหร่านและหลังจากนั้น สถานะการก็ย่ำแย่ตลอดมา
- ตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกเผชิญแรงเทขายอย่างหนักติดต่อกันสองวัน สะท้อนให้เห็นว่า สงครามทางอากาศระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน กำลังกดดันตลาดการเงินที่เปราะบางจากความกังวลเงินเฟ้ออยู่แล้ว ราคาพันธบัตรร่วงลง ท่ามกลางความวิตกว่าสงครามที่ยืดเยื้อกับอิหร่านจะผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น และทำให้ความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต้องชะงักลง
– คาดว่าดอกเบี่ยจะสูงนานกว่าเดิม==> นักลงทุนเทขายพันธบัตร(เดิม) ดอกเบี้ยเก่าไม่น่าสนใจ ==> Yield ปรับขึ้น
สถานะการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง เข้าสู่วันที่ 4 ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น …. ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน
- สื่อต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอิสราเอลได้โจมตีสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านเมื่อวันอังคาร ซึ่งเป็นองค์กรนักบวชที่มีหน้าที่คัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศ
- สื่ออิหร่านและอิสราเอลต่างรายงานตรงกันว่า มีการโจมตีสถานที่แห่งหนึ่งของสภาผู้เชี่ยวชาญในเมืองโกม ทางตอนใต้ของกรุงเตหะราน ขณะที่รายละเอียดผลการโจมตีไม่ตรงกัน โดยสถานี Kan News ของอิสราเอล ซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่อาวุโสรายหนึ่ง ระบุว่าสภากำลังประชุมเพื่อเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งแทนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด ขณะที่สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่าน ระบุว่า ไม่มีการประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
- สำนักข่าว Fars ของอิหร่าน รายงานเพิ่มเติมว่า สภาผู้เชี่ยวชาญกำลังดำเนินกระบวนการลงคะแนนผ่านระบบทางไกลและวิธีการรักษาความปลอดภัยรูปแบบอื่น พร้อมระบุว่า การประกาศผู้นำคนใหม่อาจเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
- ทรัมป์ เปิดเผยว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจเริ่มปฏิบัติภารกิจคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากมีความจำเป็น พร้อมระบุว่าได้สั่งการให้สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาของสหรัฐฯ (DFC) จัดทำประกันความเสี่ยงทางการเมืองและค้ำประกันทางการเงินสำหรับการค้าทางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย มาตรการดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในก้าวที่แข็งกร้าวที่สุดของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อควบคุมราคาพลังงานที่พุ่งสูง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง และเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก
- ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส แถลงเมื่อวันอังคารว่า ฝรั่งเศสจะส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle ไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมเดินหน้าสร้างแนวทางระหว่างประเทศร่วมกัน เพื่อรักษาความปลอดภัยการเดินเรือ ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงจากวิกฤตตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง มาครงระบุว่า จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ขณะที่เส้นทางเดินเรือผ่านคลองสุเอซและทะเลแดงกำลังถูกคุกคามจากความขัดแย้งที่ขยายวงกว้าง
- แซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI กล่าวกับพนักงานในการประชุมเมื่อวันอังคารว่า บริษัทไม่มีอำนาจตัดสินใจเชิงปฏิบัติการ เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทไปใช้โดยกระทรวงกลาโหม
H4/H1 ราคาน้ำมันยังคงเคลื่อนไหวในเทรนด์ขาขึ้น กระโดดขึ้นมาในChannel Uptrend Upper ราคาดีดขึ้นมาและสร้าง Overbought ในทุกๆครั้ง จึงควรหาจังหวะในการย่อซื้อน่าจะปลอดภัยกว่า
คำแนะนำ
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ) กรอบ 71.353-74.276/ SL 71.000 เพื่อทำกำไรที่่ เพื่อทำกำไร 74.900/75.842/76.649/77.750/78.484/79.590
แนวรับ 68.215/65.567/62.407
แนวต้าน 69957/66.617/63.456

ปฎิทินเศรษฐกิจ 4 มี.ค.2569

บทวิเคราะห์ข่าว
- รายงาน (API) Weekly Statistical Bulletin
– น้ำมันดิบ สต๊อกเพิ่มขึ้น +5.6 ล้านบาร์เรลสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ (ราว +2.2 ล้านบาร์เรล) การเพิ่มขึ้นของสต๊อกน้ำมันดิบมากกว่าคาด มักสะท้อนว่ามีอุปทานล้น หรือความต้องการใช้งานอาจอ่อนแรงกว่าที่คาดไว้ ซึ่งโดยทั่วไป อาจกดดันราคาน้ำมันดิบให้ไม่ขึ้นแรง หรือคลายความกังวลเรื่องขาดแคลนในระยะสั้นขึ้นได้
– สต๊อกน้ำมันเบนซินลดลง 3.3 ล้านบาร์เรล
– สต๊อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 0.516 ล้านบาร์เรล
– สต๊อกน้ำมันในจุดส่งมอบเมืองคูชิง (Cushing, Oklahoma) เพิ่มขึ้น ~1.5 ล้านบาร์เรล - ติดตามตัวเลข น้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ EIA ว่าให้ผลสอดคล้องกับ API หรือไม่

Leave a Reply