Day เช้าวานนี้GBP มีการ rebound ขึั้นเล็กน้อยหลังจากที่สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาร่วงลงแตะ จุด Oversold (ไม่ปรากฎสัญญาณ Divergence) เป็นการปิดสถานะขายทางเทคนิก ราคารีบาวน์ขึ้นมาอีกหลังหลังสถานะการ ช่องแคบฮอร์มุชเริ่มดีขึ้น ปัจจัยสำคัญกดดันราคา USD(DXY) ให้อ่อนค่าลงตลอดท้้งวัน แต่ GBP ยังคงดีดขึ้นได้ไม่ไกลราคาเข้าโซนขายที่ให้ไว้ 1.33123-1.33360 ก่อนปรับตัวร่วงลง (ตามคาด) เช้านี้ (USD มีการ rebound ขึ้น หลังจากมีการขายวานนี้ในโซน Oversold) ประกอบกับวันนี้ มีเหตุเรือถูกวัถุไม่ทราบชินยิงใส่ใกล้ฮอร์มุช ทำให้สถานะการในฮอรมุชกับมาเป็นที่กังวลอีกคร้่ง
แม้ว่าต่างฝ่ายต่างไฟเขียว อนุญาติเรือน้ำมัน(ที่ตกลงกับอิหร่านแล้ว)ผ่านช่องแคบฮอร์มุชได้ แต่ล่าสุดมีรายงาน “เรือบรรทุกน้ำมันถูกยิง” … ปัจจัยกลับมาบวกต่อ USD กดดัน GBP
- 17 มี.ค.มีรายงานข่าวระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกวัตถุคล้าย projectile ยิงใส่ใกล้เมือง Fujairah ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ ช่องแคบฮอร์มุซ ความเสียหาย ไม่รุนแรงมาก แต่ทำให้ตลาดกังวลเรื่องความปลอดภัยของการเดินเรือ
- ในช่วง 2 สัปดาห์ของการสู้รบกัน เรือพาณิชย์อย่างน้อย 20 ลำถูกโจมตี ซี่งเป็นทั้งเรือ บรรทุกน้ำมันและเรือสินค้า
วานนี้ USD อ่อนค่าลง หลังจากสถานะการณ์การส่งออกช่องแคบฮอรมุชดีขึ้น (ลดการตึงตัวของราคาน้ำมัน) เรือน้ำมันเริ่มทยอยผ่านได้ … ปัจจัยกดดัน USD ปัจจัยบวกต่อ GBP
- อิหร่าน : หลังจากที่ อับบาส อารักชี รมตต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุชยังคงเปิดอยู่ซึ่งอยู่วภายใต้การควบคุมของอิหร่าน และจะปิดเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมันและเรือที่เป็นศัตรูของอิหร่านเท่านั้น(สหรัฐ และพันธมิตร) แต่เรืออื่นๆสามารถผ่านได้ตามปกติ และพร้อมให้ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเพื่อเปิดช่องให้กับนานาชาติเข้าเจรจากับอิหร่านเพื่อขอผ่าน
– จีนมีการเจรจากันก่อนหน้านี้ 11 มี.ค. ปล่อยเรือน้ำมันให้กับจีน อย่างน้อย 11.7 ล้านบาร์เรล ผ่านช่องแคบฮอร์มุช ในบรรดาเรือน้ำมัน6 ลำ มี 3 ลำติดธงชาติอิหร่าน และ 3 ลำติดธงชาติจีน
– อินเดีย การพูดคุยทางการทูตโดยตรงกับอิหร่าน มีเรือ LPG ของอินเดีย 2 ลำ ผ่านและเรือบรรทุกน้ำมัน 1 ลำ จากซาอุดิอาระเบีย สามารถแล่นผ่านได้ และเริ่มทยอยผ่านออกมาได้หลายลำ
– ตรุกี รัฐมนตรีคมนาคมออกมายืนยันเองว่าได้รับอนุญาติจากอิหร่่านให้ผ่านได้
– ปากีสถาน มีเรือน้ำมัน Karachi tanker ผ่านช่องแคบได้หลังเจรจากับอิหร่าน
– ซาอุดิอาระเบีย อนุญาติให้เรือน้ำมันซาอุผ่านได้บางลำเท่านั้น - 16 มี.ค. สก็อตต์ เบสเซนต์ รมตคลังสหรัฐ เปิดเผยกับ CNBC ว่า สหรัฐยังคงอนุญาตให้อิหร่านส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป โดยกล่าวว่า “เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านสามารถออกจากพื้นที่ได้แล้ว ซึ่งเราได้อนุญาต เพื่อให้มีอุปทานน้ำมันส่งไปยังหลายๆพื้นที่
ทรัมป์ผิดหวัง นานาประเทศปฎิเสธการส่งเรือรบเข้าช่วยสหรัฐ เปิดทางช่องแคบฮอร์มุช … ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน และ USD แต่เป็นปัจจัยบวกต่อ GBP
- 5 ประเทศ (อังกฤษ จีน ญีุ่ปุ่น ฝรั่งเศส เกาหลีใต้)ออกมาปฎิเสธข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่จะให้ส่งเรือรบเข้าช่วยสหรัฐในการเปิดช่องแคบฮอร์มุช
– ข้อปฎิเสธ 5 ประเทศ
– อังกฤษ : โฆษกกลาโหมอังกฤษ “กำลังหารือกับพันธมิตรและหุ้นส่วน เพื่อรับประกันความปลอดภัยการขนส่งทางเรือในภูมิภาค
– จีน : สถานฑูตจีน จีนเรียกร้องให้ยุติการสู้รบ โดยทุกฝ่ายมีหน้าที่ในการรับประกัน จัดหาพลังงานที่มันคงและไม่ติดขัด
– ญี่ปุ่น : เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น แถลงกับสื่อท้องถิ่น “ญี่ปุ่นจะไม่ส่งเรือเพียงเพราะทรัมป์ร้องขอ ญี่ปุ่นจะตัดสินใจตอบโต้ด้วยตนเอง และการตัดสินใจอย่างอิสระเป็นเรืองสำคัญ”
– ฝรั่งเศศ : กระทรวงต่างประเทศฝรังเศส โพส “จะไม่มีการส่งเรือไป เรือบรรทุกเครื่องบินฝรั่งเศสยังอยู่ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกอยุ่”
– เกาหลีใต้ : ประธานาธิปดีเกาหลีใต้ “จะพิจารณาข้อเรียกร้อง ของทรัมป์อย่างรอบคอบ และจะสื่อสารใกล้ชิดกับสหรัฐ” - ทรัมป์ เรียกร้องให้ Nato เข้าช่วยเปิดเส้นทางเดินเรือหลัง ถูกปฎิเสธจาก 5 ชาติ ล่าสุด Nato ออกมายืนยัน จะไม่มีการปฏฺบัติการทางทหารร่วมในช่องแคบฮอร์มุช โดยให้เหตุผลหลัก
– สงครามกับอิหร่าน ไม่ได้เกิดจาก NATO ทั้งองค์กร
– เป็นการปฏิบัติการของ สหรัฐ + อิสราเอล
หลายประเทศในยุโรป (เยอรมนี อังกฤษ อิตาลี ) ปฎิเสธที่จส่งเรือรบและไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่าน / 17 มี.ค. อิตาลี ประกาศถอนกำลังบางส่วนในตะวันออกกลางที่ประจำอยู่ฐานทัพสหรัฐในอิรัก (ทหารทั้งหมด 141 นาย : 102 ส่งกลับอิตาลี และ 40 นายส่งไปจอร์แดน) เนื่องจากป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตีขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน - ทรัมป์ยังคงไม่พอใจต่อท่าทีหลายประเทศ ยังไม่ได้ให้คำ มั่นชัดเจนต่อข้อเรียกร้อง และปฎิเสธการช่วยเหลือ เวลาต่อมา ทรัมป์เปิดเผยว่าได้ขอให้จีนเลื่อนการจัดการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ออกไปประมาณหนึ่งเดือน โดยให้เหตุผลว่าเขาจำเป็นต้องอยู่ในกรุงวอชิงตันเพื่อกำกับดูแลสถานการณ์สงครามกับอิหร่านอย่างใกล้ชิด
เปิดระบายน้ำมันสต็อกออกมาแก้ปัญหาวิกฤติน้ำมันในฮฮร์มุช… ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน และ USD แต่เป็นปัจจัยบวกต่อ GBP
- 17 มี.ค. IEA ระบุว่า แม้ว่าจะปล่อยน้ำมันสต็อก 400 ล้านบาร์เรลแล้ว แต่ยังมีน้ำมันฉุกเฉินประมาณ 1.4 พันล้านบาร์เรลเหลืออยู่ ซึ่งหากนับรวม(คลังรัฐบาล + เอกชน) รวม ยังปล่อยเพิ่มได้ถึง 1.8 พันล้านบาร์เรล
- 11 มี.ค. IEA ประกาศจะระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉิน คร้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ รวม 400 ล้านบาร์เรล หลังจากที่มีการประชุมฉุกเฺฉินของสมาชิก 32 ประเทศของ IEA โดยมาจาก
– คลังน้ำมันรัฐบาล 271.7 ล้านบาร์เรล
– คลังสำรองของภูมิภาคอุตสาหกรรม 166.6 ล้านบาร์เรล
โดยน้ำมันดังกล่าวจะเข้าสู่ตลาดในเอเซียทันที และ ปลายเดือน มี.ค. จะเข้าสู่ตลาดยุโรปและอเมริกา - สหรัฐ ประกาศระบายน้ำมันสำรองจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ 172 ล้านบาร์เรล โดยจะเริ่มปล่อยออกมาในวันนี้ 16 มี.ค. และใช้เวลา 120 วันในการปล่อยสต็อกออกมาทั้งหมด
- สก็อตต์ เบสเซนต์ รมต คลัง สหรัฐ ยืนยันมาตราการระยะสั้น อนุญาตชั่วคราวให้สามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเล (ไม่อนุญาติให้สั้งซื้อน้ำมันในการผลิตใหม่) โดย ครอบคลุมน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันจากรัสเซียที่บรรทุกขึ้นเรือก่อนเวลา 00.01 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ และอนุญาตให้ซื้อขายได้จนถึงเวลา 00.01 น. ของวันที่ 11 เม.ย
– ปริมาณน้ำมันรัสเซียอยู่ระหว่างการขนส่ง 124 ล้านบาร์เรล กระจาย 30 จุด เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมัน 5-6 วัน - การไม่อนุญาติใหม่มีการสั่งซื้อน้ำมันใหม่จากรัสเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียมีรายได้จาก ภาษีที่จัดเก็บตั้งแต่ขั้นตอนการสกัดน้ำมัน / ก่อนหน้านี้ ได้ยกเว้นให้อินเดียสามารถซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียเป็นเวลา 30 วัน
- กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือกลุ่ม G7 และสหภาพยุโรป (EU) ยังคงใช้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียจากกรณีบุกยูเครนในปี 2022 โดยกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียไว้ที่ 44.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน EU ยังให้คำมั่นว่าจะยุติการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียทั้งหมดภายในสิ้นปี 2027
Bond Yield อังกฤษพุ่งสูง หนุนค่าเงิน GBP
- 16 มี.ค. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 2 ปี (สะท้อนความคาดหวังดอกเบี้ย BOE ในระยะสั้น) ปรับตัวขึ้นสูง สะท้อนว่า BOE ยังคงตึงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม 3.75 ( เท่ากับดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐปัจจุบัน และมากกว่า ดอกเบี้ย EU 2.75% และ JPY 0.75%)
– เกิดกระแส capital flow จาก EU และ JP เข้าสู่ GBP
– -ขายพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษออกมามาก ส่งผลให้ Bond Price ปรับตัวลดลง และ Yield พุ่งสูงขึ้น และส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ UK มากขึ้น (มีการซื้อ GBP ก่อนเข้าซื้อสินทรัพย์) ส่งผลให้ GBP ปรับตัวขึ้นขั่วคราว - เงินเฟ้อฝั่งอังกฤษ สูงกว่า EU คาดการณ์ว่า มีโอกาสที่ BOE จะตึงอัตราดอกเบี้ยออกไป
สถานการณ์สหรัฐ – อิหร่าน กลับมาตึงเคียดในช่วงเช้านี้ … ปัจจัยบวกต่อ USD กดดัน GBP
- 17 มี.ค. มีรายงานว่าอิหร่าน ยิงโดรนและมิสไซล์โจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียหลายแห่ง เช่น UAE และฐานทัพที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง โดยใช้โดรน โจมตีคลังน้ำมันและสนามบิน ใน UAE นอกจากนี้ยัง ส่งโดรนพลีชพเข้าสู่ซาอุดิอารเบีย
- มีรายงานการโจมตีใกล้สถานทูตสหรัฐในอิรัก และการโจมตีฐานทัพเรือและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆในภูมิภาค
- ล่าสุด หน่วยข่าวกรองสหรัฐออกมา ระบว่า แม้ถูกโจมตี แต่ รัฐบาลอิหร่านยังคงควบคุมประเทศและช่องแคบฮอร์มุซได้ และกองกำลัง IRGC กำลังรวมอำนาจมากขึ้น
H4/H1 GBP ปรับตัวร่วงลงในกรอบ Channel Downtrend ตาม Pattern Head and shoulders
คำแนะนำ
- เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณซื้อ)กรอบ1.32443-1.32199 /SL 1..32000 เพื่อทำกำไร 1.32996/1.32892/1.32776/1.32725/1.32651/1.32500
แนวรับ 1.32179/1.31574/1.30898
แนวต้าน 1.33713/1.34070/1.34776


Leave a Reply