Day ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นหลังจากย่อตัวลงใกล้เคียงแนวรับ 59.072 ขึ้้นมาระดับแนวต้านเดิมที่ให้ไว้ ราคาน้ำมันได้รับแนวหนุน จาก แหล่งผลิตน้ำมันขนาดใหญ่ 2 แห่งในคาซักสถานหยุดผลิตชั่วคราว และปริมาณการส่งออกน้ำมันเวเนซุเอล่ายังอยู่ในระดับต่ำ ปัญหาในการหาบริษัทสหรัฐเข้ามาฟื้นฟูกำลังการผลิตในเวเนซุเอล่ายังคงยากอยู่
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 60.62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.4%
การผลิตน้ำมันชั่วคราวในคาซัคสถานหยุดชะงัก …. ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน
- แหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ของคาซัคสถาน Tengiz และ Korolevskoye ถูกระงับการผลิตตั้งแต่ประมาณ 18 ม.ค. จากไฟไหม้และปัญหากำลังไฟฟ้าที่นำไปสู่การหยุดชั่วคราวของระบบจ่ายไฟในไซต์งาน ซึ่งอาจยืดออกไป 7–10 วัน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการซ่อมโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า และ การจัดส่งอุปกรณ์ที่จำเป็น
- แม้การผลิตหยุดชั่วคราวจะกดดันให้ราคาขึ้น แต่ในวันถัดมา ราคาน้ำมันดิบบางส่วนปรับตัวลดลง เมื่อแรงกดดันจากข่าวคาดการณ์สต็อกน้ำมันของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นและปัจจัยความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกยังคงมีอยู่ ทำให้ตลาดราคายังไม่แน่นอนทั้งหมด
- การหยุดผลิตไม่เพียงกระทบปริมาณน้ำมันที่ผลิตเอง แต่ยังส่งผลต่อ การส่งออกทางท่อของ CPC (Caspian Pipeline Consortium) ซึ่งรับผิดชอบการขนส่งน้ำมันของคาซัคฯ ไปยังทะเลดำเพื่อนำส่งตลาดยุโรปและโลก ฐานการส่งออกนี้เคยมีปัญหามาก่อนจากการซ่อมบำรุงและการโจมตีด้วยโดรน ทำให้สถานีรับน้ำมันไม่พร้อมเต็มกำลัง
– ปริมาณน้ำมันที่ถูกยกเลิกส่งออกจากคาซัคสถาน ในช่วงนี้อาจมากถึงประมาณ 600,000–700,000 ตัน ซึ่งตรงกับหลายล้านบาร์เรล หากหายไปจากตลาดจริง จะสร้างแรงกดดันด้านอุปทานที่ชัดเจน
– Tengiz เป็นแหล่งน้ำมันที่สามารถผลิตได้ระดับหลายแสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถ้าหยุดผลิตนาน จะสะเทือนทั้งปริมาณน้ำมันดิบส่งออกและความเชื่อมั่นของตลาดอีกด้วย
–
การส่งออกน้ำมันเวเนซุเอล่าน้อยกว่าคาด การบรูณะกำลังการผลิตน้ำมันเป็นไปได้ยาก …ปัจจัยบวกต่อน้ำมัน
- เวเนซุเอลาได้ทำ ข้อตกลงจำกัดปริมาณการส่งออกน้ำมันกับสหรัฐภายใต้ข้อตกลงขายน้ำมันมูลค่ารวมสูงถึง ~50 ล้านบาร์เรล
- แต่การดำเนินการจริงเป็นไปอย่าง ช้าและไม่ราบรื่น เนื่องจากปัญหาโลจิสติกส์ เช่น การถ่ายเทน้ำมัน (transfer) การจัดเก็บในคลัง และผู้ซื้อบางรายไม่ตรงกับราคาที่คาดไว้ ทำให้ปริมาณส่งออกยังไม่เต็มศักยภาพตามข้อตกลงเดิม
– บริษัทสหรัฐฯ เช่น Valero ได้ซื้อขนส่งน้ำมันเวเนซุเอลาครั้งแรกภายใต้ข้อตกลงใหม่
– ราคาขายอยู่ที่ ส่วนลดจากราคา Brent ประมาณ $8.50–$9.50 ต่อลูกบาร์เรล ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังมีแรงเสนอลดราคาสูงเพื่อจูงใจผู้ซื้อ - ปัญหาเศรษฐกิจในเวเนซุเอล่ายังได้รับผลกระทบ
– แม้จะมีรายได้จากการขายน้ำมันบางส่วน รัฐบาลเวเนซุเอลามองว่าการเข้าถึงรายได้นี้ช่วย เสถียรค่าอัตราแลกเปลี่ยนและลดเงินเฟ้อ ได้บ้าง แต่ปัญหาใหญ่ยังอยู่ที่ค่าครองชีพสูง, เงินเฟ้อยังอยู่ระดับสูง และการเข้าถึงเงินทุนยังมีข้อจำกัด - สถานะการณ์ผลิตน้ำมันการส่งออกโดยรวมยังไม่เข้าระบบ
– กระทรวงพลังงานสหรัฐ คาดว่าการผลิตน้ำมันเวเนซุเอลาอาจ เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 30 % จากปัจจุบัน หากมีการลงทุนและการยกเลิกภาวะปิดกั้นบางส่วน
– แต่ในปัจจุบันเวเนซุเอลาผลิตได้เพียงประมาณ 900,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพหลายล้านบาร์เรลต่อวันที่เคยเป็นในอดีต
สหรัฐไม่จบ จ่อถล่มอิหร่าน …. ปัจจัยบวกต่อ น้ำมัน
- 22 ม.ค. มีรายงานข่าวจากต่างประเทศว่าทรัมป์ กำลังกดดันทีมที่ปรึกษาให้เตรียมแผนทางทหารที่ “เด็ดขาด” ต่ออิหร่าน มากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ถอยกลับจากแผนโจมตีเพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความรุนแรงในตะวันออกกลาง หลังจากทรัมป์ได้รับข่าวว่า อิหร่านพยายามลอบสังหารและโจมตีสหรัฐอย่างจริงจัง
- 21 ม.ค. รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านได้ออกมาประกาศว่าหากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน อิหร่านจะตอบโต้ด้วยทั้งกำลังที่มีอยู่ ไม่เหมือนกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจทำให้การปะทะครั้งใหม่รุนแรงและยืดเยื้อกว่าเดิม
- มีรายงานว่าสหรัฐ ปิดระบบติดตามเรือใกล้น่านน้ำอิหร่าน นอกจากนี้ กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS -อับบราฮัมลินคอน ปิดระบบ ติดตามตัวตนอัตโนมัติ มุ่งหน้าสู่ช่องแคบ ฮอรมุข / เรือ USS Harry และ USS R- ford มุ่งหน้าออกจากทะเลแคลิเบียนเข้าสู่น่านน้ำอิหร่าน
H4/H1 โครงสร้างยังคงเป็นเทรนด์ขาขึ้น ณ ปัจจุบันราคานัำมันปรับตัวย่อลงในระดับ 50.00% ที่ตรงกับ Demand H4 กรอบ 58.754-58.340 ปรากฎสัญญาณ Bullish Divergence H4 ราคา Rebound ขึ้น ตามคาด ปัจจ้ยบวกต่อน้ำมันในระยะนี้ยังมีอยู่เน้นย่อ Buy ทำกำไรระยะสั้น
คำแนะนำ
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ) กรอบ 60.124-60.327 / SL 59.500 เพือ่ทำกำไร 60.475/60.594/60.763/60.861/61.099
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ) กรอบ 59.717-60.024 / SL 59.500 เพือ่ทำกำไร 60.204/60.305/ 60.475/60.594/60.763/60.861/61.099
แนวรับ 59.072/58.754/58.340
แนวต้าน 60.907/61.646/62.471

ปฎฺิทินข่าวเศรษฐกิจ 22 ม.ค.2569

บทวิเคราะห์ข่าว
- US API Weekly Statistical Bulletin ของวันที่ 22 ม.ค ….. ปัจจัยกดดันราคาน้มมัน น
– สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาร์เรล แสดงถึงปริมาณน้ำมันคงค้างสูงขึ้นในคลังของสหรัฐมากกว่าการบริโภคหรือการส่งออกในสัปดาห์ที่แล้ว
– สต็อกเบนซินเพิ่มค่อนข้างมาก (~6.2 ล้านบาร์เรล) ซึ่งอาจสะท้อนภาวะอุปทานเกินความต้องการหรือการชะลอการใช้งาน
-สต็อกดีเซล/ดีสติเลทลดเล็กน้อย แสดงถึงการใช้งานที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง

Leave a Reply