Day โครงสร้างเป็นเทรนด์ขาลง ปิดแท่ง Bullish Marubozo ราคาน้ำมันเริ่มมีการทรงตัว ปรากฎแพทเทริน Harmonic Shark Pttn ใน timeframe day (ซึ่งถือเป็น Sideway ในกรอบ Day) มีโอกาสเคลื่อนที่ขึ้นไปทดสอบ 71.621 ปัจจัยส่งผลบวกต่อราคาน้ำมันในเรื่องความไม่สงบในตะวันออกกลาง
สถานะการความขัดแย้งในตะวันออกกลาง … ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมัน
- กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีตอบโต้ หลังจากอิสราเอลยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง ด้วยการกลับไปทำสงครามที่ฉนวนกาซ่าอีกครั้งซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต มากกว่า 591 คน บาดเจ็บมากกว่า 1042 คน ท่ามกลางการเดินหน้าประท้วงรัฐบาลของชาวอิสราเอล ที่ไม่พอใจการตัดสินใจกลับไปทำสงครามของ เบนจามิน เนทันยาฮู
- กลุ่มฮูติ ระดมกำลังเปิดฉากตอบโต้ เรื่อบรรทุกเครื่องบินสหรัฐทุกลำที่เข้าสู่ทะเลแดง และ ยิงขีปนาวุธใส่สนามบิน “เทล อาวีฟ” ประเทศอิสลาเอล หลังจากทีสหรัฐ ใช้กลยุทธ์ Encirclement Attack ล้อมวงโจมตีเยเมน 5 วันติดต่อกัน (ประเทศฐานทัพของฮูติ) สหรัฐยังอ้างว่าอิหร่านเป็นผู้สนับสนุนเบื้องและให้หยุดการช่วยเหลือฮูติโดยทันที (แม้ว่าทางอิหร่านเคยออกมาปฎิเสธว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในครั้งนี้) ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ปล่อยให้เป็นการสู้รบกันเองระหว่าง สหรัฐ – ฮูติ อีกทั้งยังขู่จะกำจัด ฮูติให้สิ้นซาก
- มาตราการคว่ำบาตร สหรัฐ ต่ออิหร่านรอบใหม่ (เดือนก.พ.ทรัมป์ระบุจะกดดันอิหร่าน ด้วยมาตราการขึ้นสุดให้การส่งออกน้ำมัน = 0 เพื่อกดดันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไปได้) โดยพุ่งเป้าไปทีการส่งออกน้ำมันจากอิหร่านไปจีน (จีนนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ที่สุด) โดยพุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นและเรือบรรทุกน้ำมันจากจีน
ปรับลดปริมาณสต็อกน้้ำมัน …. ลดอุปทานน้ำมันให้สอดคล้องกับอุปสงค์การใช้น้ำมัน
- OPEC+ ออกกำหนดการณ์ใหม่ สำหรับประเทศสมาชิก+ รัสเซีย , คาซักสถาน และอิรัก ในการลดการผลิตน้ำมันเพิ่มเติม เหลือ 189 K Barrel – 435K Barrel ต่อวัน ต่อเนื่องไปถึงเดือน มิ.ย. 2569 เพื่อลดอุปทานน้ำมันล้นตลาด
ปริมาณสต็อกน้ำมัน … อุปทานมาก ส่งผลกดดันราคาน้ำมัน
- 19 มี.ค. ประกาศตัวเลข น้ำมันคงคลัง พบ น้ำมันดิบ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินคาด ในขณะที่น้ำมันกลั่น ลดลงเกินคาด ทั้งนี้ความต้องการการใช้น้ำมันในสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง แม้มีสัญญาณบ่งชี้เศรษฐกิจชะลอตัว
- นักลงทุนยังคงชะลอการลงทุนในสหรัฐ หลังจากมาตราการนโยบายการขึ้นภาษีในสหรัฐ (ทั้งที่ประกาศใช้ไปแล้วและรอการประกาศใช้ Reciprocal Tariffs ในวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งกังวลว่าสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ได้เร็วกว่าสัญญาณ
- Fed ลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐ (GDP) จาก 2.1% เหลือ 1.7% (สัญญาณการเกิด เศรษฐกิจถดถอยคือ GDP ติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส การปรับลด GDP ถือเป็นวิธการยืดหยุ่นไม่ให้เกิดสัญญาณเร็วขึ้น) …. GDP ลดลงส่งผลต่อปริมาณการใช้น้ำมันลดลงเช่นกัน
- Fed คาดการณ์ PEC(ค่าใช้จ่ายผู้บริโภค) เพิ่มขึ้น 2.5% และ Core PCE (ค่าใช้จ่ายผู้บริโภค ไม่ร่วมอาหารและพลังงาน) เพิ่มเป็น 2.8 % ซึ่งแสดงให้เห็นว่าค่าใช้จ่าย (ไม่มีอาหาร+พลังงาน) อยู่ในตัวเลขที่สูงมาจากการที่ต้องซื้อของนำเข้า(ทีผลิตไม่ได้เอง) ในราคาที่แพงขึ้น
จับตานโยบายกระต้นเศรษฐกิจจีน … เพื่อกระตุ้นอุปสงค์น้ำมันให้สูงขึ้น
- ตัวเลขเงินเฟ้อ จีน – 0.70 ในขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ 5.40% (สหรัฐ 4.10%) ทยอยประกาศ 8 นโยบาย + 30 มาตรา ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือน :- กำหนดพันธบัตรภาคครัวเรื่อน , ประกาศคงดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้น 1 ปี =3.10% และดอกเบี้ยระยะยาว 5 ปี = 3.60%
H4 / H1 โครงสร้างยังคงเป็นเทรนด์ขาขึ้นระยะสั้น ราคาปรับตัวขึ้นชนบริเวณ กรอบเทรนด์ไลน์ขาลง Day แม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนที่ออกข้างใน TF H4 ตแต่ยังคงเป็นการ ยก High – ยก Low ขึ้น
แนะนำ
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ) ที่กรอบ 67.820 -68.169/ SL 67.500 เพื่อทำกำไร ที่ 69.026 /69.308/69.727
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ) ที่กรอบ 66.939 -66.568 / SL 66.000 เพื่อทำกำไรที่ 67.360 /68.380 /69.026
แนวรับ 67.727 / 66.552 /66.087
แนวต้าน 69.026/69.771/70.519

Leave a Reply