กลยุทธ์การลงทุน Crude Oil (WTI) ประจำวันที่ 12 มี.ค.2568

Day โครงสร้างยังคงเป็นเทรนด์ขาลง ราคาลงมาทดสอบแนวรับรายสัปดาห์ ที่กรอบ 63.919 -65.464 ก่อนจะมีการทรงตัวกลับขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน Supply H4 (66.419-67.090) ปิดจบแท่ง Bullish with both Shadows ฟื้นตัวในกรอบแคบ เนื่องจาก

  • การอ่อนค่าของ USD (DXY) เกียวกับความกังวลในมาตรการขึ้นภาษีของโดนัล ทรัมป์ (การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่ต่ำสุดในรอบสามปี)
  • เริ่มจากวานนี้ (11 มี.ค.) มารค์ คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาคนใหม่ ประกาศไม่ยอมเป็นรัฐที่ 51 ของ สหรัฐ และขู่จำกัดการส่งออกพลังงานและไฟฟ้าไปยังสหรัฐ โดยเรียกเก็บภาษีพลังงานไฟฟ้า 25% ไปยังสหรัฐ
  • ขณะที่ดรัมป์ ตอบโต้กลับด้วยการขู่เรียกเก็บภาษี เหล็กและอะลูมิเนียมจากแคนาดา เพิมเป็น 50% ซึ่งจะประกาศใช้ทันที ให้แคนนายกเลิกภาษีนำเข้านมจากสหรัฐ (250-390%)เพื่อป้องกันอุตสาหกรรมนมภายในประเทศแคนาดา และยังคงขู่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มรถยนต์จากแคนาดา ในวันที่ 2 เม.ย. หากแคนาดายังไม่ยกเลิกมาตราการภาษีด้านพลังงานไฟฟ้า
  • ท้ายที่สุด รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ สหรัฐ ออกมาชี้แจ้งยังคงไม่เรียกเก็บภาษีตามที่โดนัล ทรัมป์พูด ซึ่งเป็นการคลายความตึงเครียสในการเรียกเก็บภาษีจากฝั่งแคนาดาเช่นกัน …. นักลงทุนยังคงกังวลกับมาตราการภาษีของทรัมป์ ตลอดจนผลกระทบต่อมาตราการภาษีทั่วโลก ซึ่งมีผลตรงต่อความต้องการปริมาณน้ำมัน
  • ตลาดหุ้นอเมริกา ถูก Down Grade (จาก Overweight สู่ Neutral ) ที่มาจากการนโยบายทรัมป์ ที่คาดว่าจะนำไปสู่เศรษฐกิจถดถอย ” Trump Session” (Nasdaq -0.28% / S&P -0.76% และ Dow Jone -1.95%) ซึ่งติดลบติดต่อกัน 2 วัน มูลค่าความเสียหายมากกว่า 4 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ
  • หลังความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการขึ้นภาษีรายวันของ โดนัล ทรัมป์ นักวิเคราะห์คาด เศรษฐกิจ USA มีความเสี่ยงต่อการเกิดเศรษฐกิจถดถอยในระยะสั้น เพราะนโยบายการขึ้นภาษีของทรัมป์ ส่งผลให้เศรษฐกิจหยุดชะงักระยะยาว / และคาดว่า FED จะชะลอการลดดอกเบี้ยออกไปจนกว่าจะสิ้นสุดสมัยของทรัมป์ / และการนโยบายการขึ้นภาษีของ สหรัฐ จะเป็นการเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ให้สหรัฐเอง (สินค้าสูงขึ้นจากนำเข้าสินค้าที่แพงขึ้น) และอาจเกิด ภาวะ Stagflation (เงินเฟ้อสูง + เศรษฐกิจซบเซา (อัตราการว่างงานสูง) …. นักลงทุนชะลอการลงทุนและเฝ้าดูการประกาศตัวเลข CPI ในคืนนี้ ซึงคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะลดลง 2.9% (เดือนที่แล้ว 3.0% ) จากราคาน้ำมันทีลดต่ำลง
  • ประกาศตัวเลขตำแหน่งว่างงาน JOLTS Job Opening ที่ออกมามากกว่าเดือนที่แล้วและคาดการณ์ 7.74M ซึ่งสะท้อนภาคเศษฐกิจที่ออกมาในทิศทางที่ดีอยู่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเช่นกัน (ตามคาด)
  • สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา ระบุ น้ำมันคงคลังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดาการณ์ ในขณะที่ OPEC+ ยืนยันจะเพิ่มกำลังการผลิตแบบค่อยเป็นค่อยไปในเดือนเม.ย. ทีคาดว่าจะเพิ่มอุปทานน้ำมันล้นตลาด จนถึงปี 2026
  • ฮูติ (กลุ่มติดอาวุธชีอะห์ที่มีอิทธิพลในประเทศเยเมน) ขู่โจมตีเรือสินค้า หากอิสลาเอลยังคงตัดไฟฟ้าและน้ำดื่มในฉนวนกาซ่า และยังคงปิดกั้นฉนวนกาซ่า ไม่ให้ได้รับการช่วยเหลือจากชาติต่างๆ ทั้งนี้อิสราเอลอ้างเพื่อกดดันให้ ฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดอีก 59 คนออกมา(คาดมีตัวประกันมีชีวิต 24 คน) ในขณะที่ UN และชาติอาหรับรุมประนามการกระทำของอิสราเอล ที่ทำขึ้นตั้งแต่ 2 มี.ค… ปัจจัยความไม่สงบในตะวันออกกลาง จะเป็นปัจจัยส่งผลบวกต่อราคาน้ำมัน
  • น้ำมัน WTI FUTURE เพิ่มขึ้น 0.6% /66.30 ดอลล่าร์ ต่อ บาร์เรล

H/ H1 โครงสร้างยังคงเป็นเทรนด์ขาลง แม้ราคาจะทรงตัวได้ แต่ยังคงเป็นการทรงตัวในกรอบแคบที่ 65.063 -66.896 ที่อยู่ระหว่าง Support week และ Supply H4 แนะนำทำกำไรในช่วงกรอบ ไซด์เวย์เน้นหน้า Sell เพื่อรอปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน

แนะน

  • เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย) ที่กรอบ 66.419-67.090 / SL 67.500 เพื่อทำกำไรที่ 65.922/65.432/65.095

แนวรับ 65.095/63.581/61.651

แนวต้าน 66.871/69.664/70.421

ปฎิทินเศรษฐกิจ 12 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์ข่าว

  • โดนัล ทรัมป์ ประกาศตัดใช้งบประมาณ USAID 83% ของโครงการณ์ความช่วยเหลือทั้งหมด และมีการโอนย้ายโครงการเหลือไปสู่กระทรวงต่างประเทศ ซึ่งกระทบ 50 ประเทศที่สหรัฐช่วยเหลือ … คาดการณ์จำนวน Unemployment Rate ประกาศเดือนหน้าจะสูงขึ้น
  • ติดตามประกาศตัวเลข CPI y/y ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ซึ่งเดือน ม.ค = 3.0% ในขณะที่คาดการณ์อยู่ที่ 2.9 % (การปรับลดมาจากราคาน้ำมันที่คาดปรับตัวลงเช่นกัน) ในขณะที่ Fed Watch Tool คาดว่า FED จะคงดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ในวันที่ 19 มีค ถึง 97% (และไม่ส่งผลดีต่อราคาน้ำมันทั้งสิ้น)
  • – หากตัวเลขประกาศ < 3.0% ส่งผลให้ Fed อาจจะยังคงดอกเบี้ย => ดอกเบี้ยต่ำ ค่าเงิน USD แข็ง => กดดันราคาน้ำมัน / เงินเฟ้อตำ เศรษฐกิจชะลอตัว การใช้น้ำมันลดลง ราคาน้ำมันลดลง
  • – หากตัวเลขประกาศ > 3.0% (แต่ไม่เกิน 5.0%) ส่งผลให้ Fed ยังคงดอกเบี้ย เนื่องจากเงินเฟ้อยังไม่สูงมาก และเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง และรอดูผลในเดือนถัดไป => ดอกเบี้ยต่ำ ค่าเงิน USD แข็ง => กดดันราคาน้ำมัน / เงินเฟ้อตำ เศรษฐกิจชะลอตัว การใช้น้ำมันลดลง ราคาน้ำมันลดลง
  • ติดตามประกาศตัวเลข ปริมาณน้ำมันคงคลัง ที่คาดมีการใช้ลดน้อยลง ซึ่งส่งผลต่อ ปริมาณน้ำมันคงคลังเหลือล้น … อุปทานสูง
  • ติดตามสถานะการ ในตะวันออกกลาง หากมีการปะทุความรุนแรง ตลอดจนท่าทีของ อิหร่าน จะมีผลตรงต่อราคาน้ำมัน


by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *