Mindblown: a blog about philosophy.
-
โพลล์คาดทองพุ่งทำนิวไฮในปีนี้ ขณะธ.กลางจ่อลดดอกเบี้ย
ผลสำรวจของรอยเตอร์พบว่า นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ตลาดทองในปีนี้ โดยคาดว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจ และการลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐจะดันราคาพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ ราคาทองพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,135.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา และทรงตัวสูงกว่าระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์มาตลอดในปีนี้ หลังจากที่พุ่งขึ้น 13% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของทองนับตั้งแต่ปี 2020 ผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์และเทรดเดอร์ 38 คนพบว่า ค่ากลางราคาทองจะอยู่ที่ระดับ 2,053.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์สำหรับปีนี้ โดยคาดว่าราคาจะอยู่ที่ 2,025 ดอลลาร์สำหรับไตรมาสแรก และ 2,050 สำหรับไตรมาสสอง เทียบกับผลสำรวจเมื่อ 3 เดือนก่อนที่คาดว่าราคาทองจะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 1,986.50 ดอลลาร์ในปีนี้ นายแฟรงค์ ชาเลนเบอร์เกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์จากแอลบีบีดับเบิลยูกล่าวว่า “ถ้าจังหวะการลดดอกเบี้ยเร็วขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ก็มีโอกาสค่อนข้างสูงที่เราจะเห็นราคาทองพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่” นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า ธนาคารกลางสหรัฐ จะรอจนถึงไตรมาส 2 ก่อนที่จะลดดอกเบี้ย ข้อพิพาทในตะวันออกกลางในขณะนี้, การเลือกตั้งในประเทศสำคัญๆ, การซื้อของธนาคารกลาง และการฟื้นตัวของกองทุน ETF ทองน่าจะเพิ่มความน่าสนใจของทอง Reuters
-
สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ 29/01/2567
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกขึ้นในวันศุกร์ แต่ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq ปรับลงในวันศุกร์ ในขณะที่หุ้นบริษัทอินเทลดิ่งลง 11.91% หลังจากอินเทลคาดการณ์รายได้ที่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในตลาดเป็นอย่างมาก ในขณะที่อินเทลพยายามไล่ตามบริษัทอื่น ๆ ในการแข่งขันกันในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ และอินเทลต้องรับมือกับตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ที่อ่อนแอ ทางด้านหุ้นเคแอลเอ คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ผลิตชิปดิ่งลง 6.6% หลังจากเคแอลเอคาดการณ์รายได้ไตรมาสสามที่น่าผิดหวัง นอกจากนี้ ดัชนีฟิลาเดลเฟียสำหรับหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐก็รูดลง 2.9% ในวันศุกร์ และปิดตลาดในแดนลบเป็นวันที่สองติดต่อกัน หลังจากดัชนีเพิ่งพุ่งขึ้นมาปิดตลาดที่สถิติระดับปิดสูงสุดใหม่ในวันพุธที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในบรรดาบริษัทในดัชนี S&P 500 ที่เปิดเผยผลประกอบการออกมาแล้วนั้น บริษัท 78.2% เปิดเผยผลกำไรที่ดีเกินคาด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 67% โดยหุ้นบริษัทอเมริกัน เอ็กซ์เพรสพุ่งขึ้น 7.1% ในวันศุกร์ และทะยานขึ้นแตะสถิติสูงสุดใหม่ หลังจากบริษัทบัตรเครดิตแห่งนี้คาดการณ์ผลกำไรประจำปีที่สูงเกินคาด อย่างไรก็ดี หุ้นบริษัทวีซ่าดิ่งลง 1.7% หลังจากวีซ่าคาดการณ์รายได้ไตรมาสปัจจุบันที่ระดับต่ำ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวกขึ้น 0.16% สู่ 38,109.43 ในวันศุกร์ และปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการปรับขึ้น 0.65% จากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการปิดตลาดรายสัปดาห์ในแดนบวกเป็นสัปดาห์ที่…
-
สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ
ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 7.16 ดอลลาร์ สู่ 2,019.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดี ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีปรับลงจาก 4.178% ในช่วงท้ายวันพุธ สู่ 4.132% ในช่วงท้ายวันพฤหัสบดี และการปรับลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ก็ส่งผลบวกต่อราคาทอง เพราะทองเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย ทั้งนี้ บอนด์ยิลด์ได้รับแรงกดดันในวันพฤหัสบดี หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาสสี่ และรายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อในเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงสู่ 1.9% ในไตรมาสสี่ จาก 2.9% ในไตรมาสสาม ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นในวันพฤหัสบดี หลังจากสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจในกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ของสหรัฐเติบโต 3.3% ในไตรมาสสี่เมื่อเทียบเป็นตัวเลขเต็มปี หลังจากเติบโต 4.9% ในไตรมาสสาม โดยอัตราการเติบโตนี้อยู่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 2% สำหรับไตรมาสสี่ โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดนี้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ดี หุ้นเทสลาซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าดิ่งลง 12% และลงไปแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2023 หลังจากนายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลาประกาศเตือนว่า ยอดขายของเทสลาจะชะลอการเติบโตลงในปีนี้ ถึงแม้เทสลาปรับลดราคารถยนต์ลงจนสร้างความเสียหายต่ออัตราผลกำไรของบริษัท โดยการดิ่งลงของหุ้นเทสลาในวันนี้ส่งผลให้มูลค่าของบริษัทเทสลาในตลาดหุ้นดิ่งลง 7.0 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับราว 5.80…
-
สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ
ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นในวันพุธโดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยหลายประการ ซึ่งรวมถึงตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐที่ดิ่งลงอย่างรุนแรงเกินคาด, การร่วงลงของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ, มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน, ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงในทะเลแดง, อิสราเอล และอิรัก และราคาน้ำมันก็ได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ในวันพุธด้วย เพราะการอ่อนค่าของดอลลาร์ส่งผลให้น้ำมันมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ ทั้งนี้ สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ รายงานในวันพุธว่า สต็อกน้ำมันดิบในคลังสหรัฐดิ่งลง 9.2 ล้านบาร์เรล สู่ 420.7 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 19 ม.ค. ถึงแม้โพลล์รอยเตอร์คาดว่า สต็อกน้ำมันดิบอาจลดลงเพียง 2.1 ล้านบาร์เรล ทางด้านปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐดิ่งลงจากสถิติสูงสุดที่ 13.3 ล้านบาร์เรลที่เคยทำไว้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน สู่ 12.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดรอบ 5 เดือน ในขณะที่บ่อน้ำมันในสหรัฐประสบปัญหาทางการผลิตเพราะภาวะอากาศหนาวจัด ราคาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 72 เซนต์ หรือ 1.0% มาปิดตลาดที่ 75.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของตลาดหุ้นสหรัฐปรับลงในวันพุธ แต่ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq บวกขึ้นในวันพุธ…
-
สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ :MORNING BRIEF
-
MORNING BRIEF:ภาวะตลาดต่างประเทศ..วันนี้
-
USA:คาดการลดดอกเบี้ยของเฟดอาจช่วยสกัดการผิดนัดชำระหนี้จังค์บอนด์
-
USA:บริษัทขนาดยักษ์มีราคาหุ้นพุ่งขึ้นแข็งแกร่งในปี 2023 เพราะ AI
Top 20 companies in the world by market cap Top 20 companies in the world by market cap https://tmsnrt.rs/3OAhlz8 Change in market cap in December Change in market cap in December https://tmsnrt.rs/47cjbgK
-
นักลงทุนคาดราคาทองพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้
Gold outperforms dollar, yields in 2023 https://tmsnrt.rs/3H1SGPg Gold boosted by US rate cut prospects https://tmsnrt.rs/4av8rvE Investors turn bullish again on gold https://tmsnrt.rs/3NLrJTI Precious metals performance in 2023 https://tmsnrt.rs/41MBsz1
-
Hello world!
Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!
Got any book recommendations?