Day ราคาน้ำมันวานนี้ปรับตัวขึ้น หลังเกิดเหตุการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันรอบใหม่ ซึ่งเพิ่มความกังวลต่ออุปทานน้ำมัน ขณะที่นักลงทุนกลับมาประเมินสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในอนาคตนี้ได้หรือไม่
ในขณะที่ทางพันธมิตรพรรค รีพับลิกัน จำนวนมาก โยนความผิดการเลือกตั้งกลางเทอมให้กับ พีท เฮกเซ็ธ รมต กลาโหมว่ามีบทบาทในการชักจูงให้ทรัมป์ โจมตีอิหร่าน โดยไม่มีแผนการยุติสงคราม หรือรับมือกับผลที่ตามมา ซึ่ง สส สหรัฐ อาจลงมติถอดถอน พีท เฮกเซ็ธในสัปดาหหน้า
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนธ.ค. ปิดที่ 90.52 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.40 ดอลลาร์ หรือ +2.72%
เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีรอบใหม่ .…ปัจจัยบวกน้ำมัน
- Reuters, Al Jazeera และหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ (UKMTO) มีการรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีทางตอนเหนือของกาตาร์ในวันที่ 4 พ.ย. โดยวัตถุไม่ทราบชนิด 2 ลูก เหตุอยู่ห่างจากเมือง Madinat ash-Shamal ทางตอนเหนือของกาตาร์ประมาณ 50 ไมล์ทะเล หรือ 93 กิโลเมต
- ในเวลาต่อมา กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ลำหนึ่งพยายามผ่านเส้นทางเดินเรือที่อิหร่านประกาศว่าเป็นพื้นที่ต้องห้ามทางตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนเกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้จากการชนทุ่นระเบิด
- IRGC รายงานเพิ่มเติมว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่อีกลำเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงขณะออกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยเรือลากจูงที่เข้าไปช่วยดับไฟก็เกิดไฟไหม้ตามไปด้วย
- ในเวลาต่อมา กองทัพอิหร่านรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันอีก 3 ลำชนทุ่นระเบิดทางทะเลในพื้นที่ทางตะวันออกของช่องแคบฮอร์มุซและเกิดไฟไหม้ แต่อย่างใรก็ตาม ยังไม่มีการเผยรายละเอียดการชนทุนระเบิดทั้ง 4 ลำ ออกมาตามที่อิหร่่นแจ้ง
- รอยเตอร์รายงานสรุป ตั้งแต่วันที่ 1-5 พ.ย.มีเรืออย่างน้อย 5 ลำรายงานเหตุการณ์ผิดปกติหรือการโจมตีในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ตามข้อมูล UKMTO และยังไม่สามารถระบุผู้โจมตีได้ / และรายงานว่า ตั้งแต่เดือน ก.ย.มีเรือที่ถูกโจมตีอย่างน้อย 35 ลำ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในตั้งแต่ ก.พ.
- นักวิเคราะห์ City Group ประเมินว่า เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมผ่านไปแล้ว ทำเนียบขาวอาจเน้นอำนาจการต่างประเทศ โดยอาจยกระดับการโจมตีอิหร่านขึ้นมา
โลกยังไม่ไว้ใจทรัมป์ จับตาเปิดฉากสงครามกับอิหร่าน … ปัจจัยบวกต่อนำ้มัน
- 5 พ.ย. Giovanni Staunovo นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณท์จาก UBS มองว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีข้อยุติ เป็นเหตุผลที่ให้ราคาน้ำมันดีดขึ้น แม้ว่า ราคาน้ำมันจะร่วงลงทันทีที่ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ พรรครีพับริกัล เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และตลาดยังคงประเมินว่าทรัมป์จะเริ่มทำสงครามกับอิหร่านอย่างไร ในขณะที่การทูตยังคงไม่แน่นอน ผนวกกับ น้ำมันเชิงเพลิงคงคลังทั่วโลก เริ่มอยู่ในระดับที่ต่ำมาก
- นอกจากนี้ยังมองว่าการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ไม่ได้มีเหตุผลแค่เรื่องพลังงาน แต่ยังอาจช่วยกระจายความเสี่ยงและป้องกันเงินเฟ้อได้ด้วย
- โดยคาดว่าโลหะอุตสาหกรรมจะได้แรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI และการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ไฟฟ้า ส่วนก๊าซธรรมชาติยุโรปและน้ำมันยังผันผวนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความผันผวนนี้จะยังคงอยู่จนถึงเดือน ม.ค. ปีหน้า ทันที่ที่ พรรคเดโมแครทเข้ารับตำแหน่ง
- ยูเรเซียกรุ๊ฟ ปรับลดโอกาสที่ สหรัฐจะโจมตีอิหร่าน เหลือ 60% จากเดิมที่คาดว่ามีโอกาสที่ 65% แตโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลง อยู่ที่ 10% จากเดิมที่ 20% ลดลงเช่นกัน ซึ่งคาดว่าทรัมป์เองอาจไม่ยอมรับข้อตกลงอิหร่านที่ทำให้สหรัฐดูเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ยูเรเซียกรุ๊ฟ ยังไม่ทิ้งโอกาสที่ราคานัำมันจะดีดขึ้นอีก 10-15 USD หากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในอนาคต
เดโมแครต เดินเกมเร็วดึงสหรัฐออกมาจากสงคราม … ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน
- 4 พ.ย. รอยเตอร์รายงานว่า เดโมแครตเตรียมใช้มาตรการหลายด้าน ทั้งการออกกฎหมาย การควบคุมงบประมาณกลาโหม และการตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร เพื่อกดดันให้รัฐบาลทบทวนการทำสงคราม
- เสียงข้างมากชุดใหม่นี้จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเดือนมกราคม 2027 ไม่ใช่เข้าควบคุมสภาทันทีหลังการเลือกตั้ง
- นอกจากนี้ยังจะผลักดันมติภายใต้กฎหมาย War Powers Resolution ปี 1973 เพื่อบังคับให้ประธานาธิบดีถอนกำลังทหารออกจากการสู้รบกับอิหร่าน หากไม่มีการอนุมัติจากสภาคองเกรส และจำกัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับ การปฎิบัติการทางทหารในอิหร่าน และจะเพิ่มการตรวจสอบรัฐบาลทรัมป์
- รอยเตอร์ยังรายงานอีกว่า เดโมแครตอาจผลักดันให้มีการทบทวนความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอล ซึ่งปัจจุบันมีกรอบความช่วยเหลือประจำปีประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์ และอาจพิจารณาจำกัดความช่วยเหลือด้านอาวุธเพิ่มเติม
- ล่าสุด พันธมิตรพรรค รีพับลิกัน จำนวนมาก โยนความผิดการเลือกตั้งกลางเทอมให้กับ พีท เฮกเซ็ธ รมต กลาโหมว่ามีบทบาทในการชักจูงให้ทรัมป์ โจมตีอิหร่าน โดยไม่มีแผนการยุติสงคราม หรือรับมือกับผลที่ตามมา ซึ่ง สส สหรัฐ อาจลงมติถอดถอน พีท เฮกเซ็ธในสัปดาหหน้า
H4/H1 ราคาน้ำมันสิ้นสุดโครงสร้างเทนด์ขึ้นระยะสั้น – กลาง แม้ว่าวานนี้ราคาจะมีการ Rebound ขึ้นมาทั้งจากเรื่องตลาดยังคงเประเมินสถานะการณ์ สหรัฐ-อิหร่าน หรือแม้กระทั้ง สัญญาณซ์้อทำกำไรหลังเกิดบริเวณโซน Oversold + Bullish Divergence ใน H1 ราคาเริ่มมีการสร้าง Channel Downtrend ในระยะสั้น ดังนั้นหากราคายืนเหนือ 99.764 ได้ จะมีโอกาสที่เทรนดขาขึ้นจะกลับมา หรือหาราคาทะลุ Channel Downtrend ขึ้นไปได้ และกลับลงมาทดสอบ กรอบ 91.057-89.850 และต้องยืนอยู่ได้เท่านั้น
คำแนะนำ
- เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย)กรอบ 93.407-95.662 / SL 96.000 เพื่อทำกำไรระยะส้น 92.207/91.800/91.200/90.500/90.100/89.700/88.100/87.400/86.800/86.100
แนวรับ 87.355/85.960/83.931
แนวต้าน 93.369/96.563/98.628

ปฎิทินเศรษฐกิจ 6 พ.ย.2569

บทวิเคราะห์ – รายงานข่าว
- ติดตามประกาศตัวเลข Nonfarm ในคืนนี้ หาก จำนวนการจ้างงานนอกภาคการเกษตร สูงกว่า 100K จะส่งผลบวกต่อ USD ราคาน้ำมันอาจได้รับอานิสงค์กดดันในฐานสินทรัพย์จับคู่ USD ปรับตัวร่วงลงได้
- แต่หากอยู่ที่ 50 -70 K มีโอกาสที่ราน้ำมันจะทรงตัวในระยะสัน้
- แต่หากต่ำว่า 25 K มีโอกาสที USD และ น้ำมันอาจร่วงลงได้ เนื่องจาก Demand หรือความต้องการน้ำมันลดลงเช่นกัน
- ทั้งนี้ อัตราการว่างงานต้องคงที่ ระดับ 4.2% แต่หากอัตราการว่างงานต่ำว่า 4.2% จะยิ่งเป็นบวกต่อ USD นำมันอาจได้รับอานิสงค์เชิงบวกได้เช่นกัน เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนความต้องการน้ำมันอาจเพิ่มขึ้นด้วย

Leave a Reply