Day วานนี้ราคาน้ำมัน ปิด +$70.50 ปัจจัยบวกจากการร่วงลง ของราคาน้ำมัน หลังการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่อิหร่าน – การตาร์ มีความเป็นไปได้ที่จะยุติสงครามลง ทรัมป์เสริม “การเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านอาจมีความคืบหน้า” ขณะที่อิหร่านเร่งผลักดันข้อเสนอในการหยุดยิง ในขณะที่ มาโก้ รูบิโอ รมต ต่างประเทศสหรัฐ ก็ออกมาบอกว่า ทรัมป์เองก็ต้องการหลีกเลี่ยงทางการทหาร และใช้สันติวิธีทางการทูต
อย่างไรก็ตามประกาศตัวเลขผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ภาคผลิต – ISM Manufacturing เดือน ต.ค. เพิ้มขึ้น 55.5 สูงเกินคาด ตลาดยังคงประเมินว่าเฟดอาจจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. 77% ซึ่งส่งผลให้ทองคำยังคำยังคงไม่สามารถยืนฟื้นตัวได้ เปิดตลาดเช้านี้ราคาทองคำปรับย่อตัวลงมา หลังตลาดน้ำมันเริ่มฟื้นตัวจาก สัญญาณ Oversold ที่เกิดขึ้น
ทรัมป์และอิหร่าน ส่งสัญญาณพร้อมเปิดทางให้การทูตแก้ไขความขัดแย้ง... ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน ปัจจัยบวกทองคำ
- 2 พ.ย. ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “อิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้” ด้านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ว่า ทรัมป์ไม่ต้องการใช้กำลังทหารกับอิหร่าน และต้องการแก้ไขความขัดแย้งผ่านแนวทางทางการทูต
- แม้ว่าก่อนหน้านี้ ทรัมป์จะระบุว่าจะไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันได้สะท้อนความเสี่ยงที่ความขัดแย้งทางทหารอาจยกระดับขึ้นอย่างรุนแรงหลังผ่านพ้นช่วงเลือกตั้งไปแล้ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมากกว่า 10% ในเดือนต.ค.
- IRNA Islamic Republic News Agency สำนักข่าวอิหร่าน รายงานว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานต้องการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา พร้อมระบุว่า อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้มอบอำนาจบางประการให้รัฐบาลดำเนินการในเรื่องนี้
- ในขณะที่ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า “การบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ยังเป็นไปได้ หากรัฐบาลวอชิงตัน แสดงความตั้งใจอันดีและต้องการหาทางออกอย่างสันติอย่างแท้จริง”และยังกล่าวว่า ผู้ไกล่เกลี่ยกำลังหารือถึงข้อเสนอที่อิหร่านเสนอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) เมื่อเดือนก.ย. โดยอิหร่านคาดหวังให้สหรัฐ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ลดกำลังทหารในภูมิภาค และยุติการปิดล้อมทางทะเล
- ไรอัน แมคเคย์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของ TD Securities มองว่า “กระแสข่าวเกี่ยวกับการใช้แนวทางทางการทูตมีผลอย่างมากต่อราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่สะท้อนค่าพรีเมียมความเสี่ยงจากความกังวลว่าความขัดแย้งอาจยกระดับ
- แต่ตราบใดที่สงครามยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน และยังมีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและการโจมตีจากกลุ่มฮูตีอย่างต่อเนื่อง คาดว่าค่าพรีเมียมความเสี่ยงจะยังไม่หมดไปจากกระแสข่าวความพยายามทางการทูตเพียงอย่างเดียว”
ตลาดจับตาผลการเลือกตังกลางเทอม 3 พ.ย. อาจเป็นตัวในการกำหนดทิศทางราคาพลังงาน ทั้งจากการเจรจา หรือ การโจมตี … ตลาดนัำมัน และตลาดทองคำยังคงผันผวน
- คะแนนนิยมของ ทรัมป์ ยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันจำนวนมากมองว่า การลงคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมในวันอังคาร เป็นโอกาสในการแสดงจุดยืนคัดค้านประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน
- ขณะทีผลการสำรวจของ Reuter / Ipso วานนี้ สะท้อนจุดอ่อนทางการเมืองของพรรครีพับลิกัน ท่ามกลางราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นนับตั้งแต่ทรัมป์เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเมื่อเดือนก.พ. โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 46% สนับสนุนพรรคเดโมแครต ขณะที่ 38% สนับสนุนพรรครีพับลิกัน
- Senario A หากพรรค รีพบลลิกันของทรัมป์ ครองเสียงข้างมาก 2 สภา
– รัฐบาลสามารถกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ นโยบายการสนับสนุนพลังงานฟอสซิลในประเทศ (Drill, baby, drill) จะถูกผลักดันต่ออย่างเต็มที่
– ประกอบกับหากผลการเลือกตั้งช่วยลดความตึงเครียดทางการเมืองลงและเอื้อต่อการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านตามที่ฝ่ายบริหารพยายามส่งสัญญาณ การเร่งปิดดิลเจรจาสันติภาพจะทำให้คะแนนนิยจากปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงจากราคาน้ำมัน ลดลงได้อย่างรวดเร็ว
– ราคาทองคำอาจเผชิญแรงกดดันหรือปรับ (ปรับฐานระยะสั้น) เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองลดลง ความเชื่อมันในนโยบายเศรษฐกิจฟื้นตัว อาจมีแรงกดดันจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อชะลอตัวลงตามราคาน้ำมันที่ร่วงลง - Senario B หาก เดโมแครด คุมสภาใดสภาหนึ่ง หรือคุมสภาผู้แทนราษฎร์
– การเมืองภายในจะเข้าสู่ภาวะชะงักงัน (Gridlock) ฝ่ายเดโมแครตจะเร่งตรวจสอบนโยบายต่างประเทศและการดำเนินสงครามอย่างเข้มข้น
– ทรัมป์ถูกจำกัดอำนาจงบประมาณทางทหาร อาจทำให้ตลาดมองว่าความเสี่ยงในการทำสงครามยืดเยื้อเพิ่มขึ้น ทรัมป์อาจเลือกใช้มาตรการทางทหารที่เด็ดขาดมากขึ้นเพื่อแสดงความแข็งกร้าว (Hardline stance) / และหากทรัมป์ ใช้ VETO สู้ จะทำให้ทิศทางราคาพลังงานระยะยาวผันผวนและแกว่งตัวแรง
– ทองคำอาจมีการปรับตัวร่วงลงในระยะสั้น และหาก ทรัมป์ใช้ VETO อาจสร้างความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ทองคำอาจมีแรงซื้อกลับในฐานะสินทรัพย์ปลอภัย
ศาลฎีกาสหรัฐ ปัด คำร้องทรัมป์ “แยกบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ในแคริฟอร์เนียจากบัตรอื่น และไม่นำมาน้บคะแนน”
- ทรัมป์อ้างว่า พบรายชื่อบุคคล 20,000 รายชื่อที่อาจไม่มีสัญชาติสหรัฐ อยู่ในทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งของรัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากที่ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) ส่งจดหมายแจ้งต่อรัฐแคลิฟอร์เนียลงวันที่ 16 ก.ค. ว่า อาจมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งซึ่งไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ กว่า 190,000 คน และขอให้รัฐร่วมมือตรวจสอบสถานะของบุคคลเหล่านั้น ในเวลาต่อมา DHS เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการจัดทำรายชื่อ แต่รัฐบาลไม่ได้ตอบกลับจนกระทั่งวันที่ 13 ต.ค. กระทรวงยุติธรรมจึงได้ส่งรายชื่อฉบับปรับปรุงจำนวน 20,000 คนให้เจ้าหน้าที่รัฐ โดยระบุว่าบุคคลเหล่านี้อาจไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ และได้รับบัตรเลือกตั้งไปแล้ว
- ขณะที่รัฐแคลิฟอร์เนียระบุว่า รายชื่อดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนสูงมาก และระบุว่า ทรัมป์พยายามสร้างความเคลือบแคลงต่อกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศ
- 2 พ.ย.ศาลฎีกาสหรัฐ มีมติ ปฏิเสธที่จะเข้าแทรกแซงตามคำกล่าวอ้างของรัฐบาล และยืนยันให้นับคะแนน 20,000 รายชื่อนี้เหมือนเช่นผู้มีสิทธิในสหรัฐ ทั่วไป
ประกาศตัวเลข PMI – Manufacturing ออกมาดีเกินคาด .. ปัจจัยกดดันราคาทองคำ
- 3 พ.ย.ISM ประกาศ ดัชนีภาคการผลิต (PMI): พุ่งขึ้นสู่ระดับ 55.5 สูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 54.5 และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ (ราว 54.7)
- สะท้อนการขยายตัว ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 (ดัชนีอยู่เหนือระดับ 50) และนับเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน สะท้อนว่าภาคอุตสาหกรรมการผลิตของสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งมา
- ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ (New Orders): เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 55.5 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10
- ดัชนีราคา (Prices Paid): แม้จะย่อลงมาอยู่ที่ 75.2 (จาก 77.9 ในเดือน ก.ย.) แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก สะท้อนว่าแรงกดดันด้านต้นทุนและเงินเฟ้อยังคงมีอยู่
- ความแข็งแกร่งของภาคเศรษฐกิจและตัวเลขเงินเฟ้อด้านต้นทุนที่ยังทรงตัวในระดับสูง ทำให้ตลาดประเมินว่าเฟดอาจมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อ โดยมีความน่าจะเป็นราว 77% ที่เฟดอาจพิจารณา ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ เพื่อสกัดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ
H4/H1 วานนี้ราคาทองคำ rebond ขึ้นหลัง ราคาน้ำมันปรับตัวร่วงลง + สัญญาณ Oversold ทองคำในวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้การ reboud มีอย่างจำกัดไม่สามารถยืนเหนือ 3970 และทะลุ Channel Downtrend ขึ้นไปได้ เช้านี้มีการปรับย่อตัวลงในลักษณะ ฺButterfly Hamonic Pattern ในการเคลื่อนไหว กรอบไซด์เวย์ 3970-3890
คำแนะนำ
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ)กรอบ 3890-3905 / SL 3880 เพื่อทำกำไรระยะสั้น 3910/3920/3930/3940
แนวรับ: 3870/3844/3803
แนวต้าน: 4038/4083/4318

ปฎิทินเศรษฐกิจ 3 พ.ย.2569

บทวิเคราะห์- รายงานข่าว
- ติดตามยอดตำแหน่งเปิดรับสมัครงาน JOLT Job Opening หากตัวเลขออกมามากว่า คาดการณ์ > 7.15M (ตัวเลขมากจนสร้างความประหลาดใจ) จะส่งผลกดดันราคาทองคำ แต่หากตัวเลขยังคงใกล้เคียงก่อนหน้า -คาดการณ์ ราคาจะเคลื่อนไหวในทิศทางโครงสร้างทางเทคนิค
- ติดตาม ประกาศผลการเลือกตั้งกลางเทอมแบบไม่เป็นทางการณ์ (ประกาศผลทางการ 6.00 วันที่ 4 พ.ย. เป็นต้นไป) อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาด

Leave a Reply