กลยุทธ์การลงทุน Crude Oil (WTI)  ประจำวันที่ 29 ต.ค. 2569

Day วานนี้ราคาน้ำมันดีดขึ้นบริเวณกรอบ 102.344-101.881 ที่ให้ไว้ (ตามคาด) ราคาขึ้นมาทดสอบได้เพียงกรอบแนวต้านเดิมที่เคยเป็นแนว GAP การร่วงลงของราคาในวันจันทร์ (ตามคาด)หลังผลการประชุมเฟดเผยออกมาในตอนตี 1.00 ซึ่งส่งผลให้ USD แข็งค่าขึ้น และกดดันนำมัน ในฐานะสินทรัพย์จับคู่ (ตามคาด)
แตอย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน ยังคงมาจากความเสี่ยงอุปทานน้ำมัน จากการสู้รบในเยเมน และ การถูกโจมตีโรงกลั่นน้มำันในซาอุ จากกลุ่ม ฮูติ รวมถึงความกังวลสหรัฐ เตรียมความพร้อมในการกลับมาโจมตี อิหร่านอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในสัปดาห์หน้า (3 พ.ย.) ปัจจัยบวกอีกประการมาจากการคาดการ ราคาน้ำมันโดยเฉพาะ Brent ที่อาจปรับสูงที่ 110 USD/Barrel ภายในสิ้นปี 2026 เพิ่มคาดการจากเดิมที่ 100 USD/Barrel) และคาดการว่าน้ำมันจะค่อยๆ ลดลง ตั้งแต่เดือน มี.ค. – ก.ย. ในปีหน้า ซึงรวมไปถึงวิกฤต ก๊าซธรรมชาตในยุโรป ที่พุ่งสูง 100 ยูโร ต่อเมกะวัตต์ ที่กำลังจะกระทบ ผู้บริโภคครัวเรือนและอุตสาหกรรมในยุโรปโดยตรงซึ่งเป็นช่วงก่อนเข้าสูงหน้าหนาว ที่คาดว่าราคาพลังงานจะขยับแพงขึ้นเรื่อยๆ / นอกจากนี้ รายงานประจำสัปดาห์ ทั้ง API และ EIA ก็ให้ผลทีสอดคล้องกันคืน ราคาน้ำมันดิบคงคลังลดลง เกินคาด ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองต่ำว่า กว่า ค่าเฉลี่ย 5 ปี ราว 4%

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนธ.ค. ปิดที่ 102.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.88 ดอลลาร์ หรือ +3%

ผลการประชุมเฟด ตัดสินใจคงดอกเบี้ยเดือน ต.ค. ตลาดยังคาดหวังเพิ่มดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. … ปัจจัยบวกต่อ USD กดดันราคาน้ำมัน

  • 29 ต.ค. เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3.75%–4.00% มติ 10: 2 เสียง( เบธ แฮมแม็ก และ ลิซ่า คุก) แต่ยังไม่ปิดทางขึ้นต่อ ระยะเวลาระหว่าง ต.ค.-ธ.ค. จะใชข้เพือ่ ประเมินข้อมูลทางเศรษฐกิน และเงินเฟ้อชุดใหม่ก่อนการตัดสินใจ Inforamtion – Rich interval
  • เศรษฐกิจสหรัฐ : เฟดมองว่า ยังคงมีความยืดหยุ่นและเติบโตได้ดี โดยคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปีนี้อยู่ที่ราว 2.3% และปีหน้าประมาณ 2.4% ซึ่งสะท้อนถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการลงทุนภาคธุรกิจที่แข็งแกร่ง และไม่คิดว่าเศรษฐกิจที่แข็.แกร่งจะเป็นต้นเหตุเงินเฟ้อ
  • อัตราการว่างงาน : อยู่ในระดับต่ำ 4.1% ซึ่งอยู่ในเกณท์ดีตามเป้าหมาย
  • อัตราเงินเฟ้อ : คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE ปีนี้อยู่ที่ 3.4% , และลดลงสู่เป้าหมาย 2.0% ในช่วงปีต่อไป
  • เควิน วอร์ช ยำจุดยืนนำเงินเฟ้อกลับมา ที่ 2.0% และ ปฎฺิเสธ Forward Gidance (จะไม่กำหนดทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้าในอนาคต) เชื่อว่าการผูกมัดตัวเอลกับตัวเลขจะลดความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบาย ทำให้ตลาดเงินต้องอิงคำพูดมากเกินไป
  • เควิน ยอมรับว่าผู้บริโภค ภาคครัวเรือน ต้องเผชิญ ความยากลำบากทางการเงิน จากภาวะเงินเฟ้อทีสะสมมานาน เงินเฟ้อที่สูงกว่า 2.0% มาเกือบ 6 ปี
  • เควิน ย้ำเรื่อง AI เป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่สนับสนุนการขยายตัว แต่ชี้ไปที่ Productivity หรือผลิตภาพของเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตได้มากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อในระดับเดียวกัน
  • ประกาศเปลี่ยนโครงสร้างการประชุม ปี 2028 เหลือโอกาสในการปรับดอกเบียตามกำหนด 6 ครั้ง (แต่ยังไม่เผยรายละเอียด) ในขณะที่ ปี 2027 การประชุมทั้งหมด 8 ครั้ง แต่ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะมีหนึ่งการประชุมที่เป็นการประชุมด้านยุทธศาสตร์ โดยไม่มีการลงมติเรื่องอัตราดอกเบี้ยและไม่มีแถลงการณ์หลังประชุม

UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์น้ำมันปลายปี คาดมี.ค.- ก.ย.ปีหน้าจึงจะคล่อยลด…ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน

  • ธนาคาร USB ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ณ สิ้นปี 2026 ขึ้นสู่ระดับ 110 ดอลลาร์/บาร์เรล จากเดิม 100 ดอลลาร์ และคาดว่าราคาน้ำมันจะทรงตัวระดับสูงอีกหลายเดือนข้างหน้า
  • ธนาคารยังปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันเบรนท์ในเดือนมี.ค. 2027 เป็น 95 ดอลลาร์/บาร์เรล จากเดิม 90 ดอลลาร์ และปรับเพิ่มคาดการณ์เดือนมิ.ย. 2027 เป็น 90 ดอลลาร์ จาก 85 ดอลลาร์ รวมถึงเดือนก.ย. เป็น 85 ดอลลาร์ จาก 80 ดอลลาร์
  • จากความไม่แนนอนจาก สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงความเร็วในการฟื้นตัวของกำลังการผลิตน้ำมันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียและความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก ซึ่งคาดเดาได้ยาก และแม้ปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางจะฟื้นตัวขึ้นอย่างมากหลังเผชิญภาวะอุปทานชะงักงันอย่างรุนแรง แต่ปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบและคอนเดนเสตผ่านท่าเรือของประเทศในอ่าวเปอร์เซียยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง
  • นอกจากนี้ยังระบุว่า เดือนต.ค. มีรายงานการโจมตีเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ต้นทุนประกันภัยและค่าขนส่งทางเรือเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่หนุนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ โดยค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) ในเส้นทางตะวันออกกลาง-จีนพุ่งขึ้นเป็น 30-40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากระดับ 1-3 ดอลลาร์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้องเดินเรือในระยะทางที่ไกลขึ้น อีกทั้งจำนวนเรือบรรทุกน้ำมันยังมีจำกัด

สหรัฐเตือนอ่าวอาหรับตั้งแผนรับการโจมตีอิหร่านหลังจบการเลือกตั้ง … ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน

  • CNN รายงานสถานะการณ์ความตึงเครียด สหรัฐ-อิหร่านหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐ เผยว่า กองกำลังสหรัฐในตะวันออกกลางมีความพร้อมและมีกำลังพลยุทโธปกรณ์มากเพียงพอที่จะปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่านได้ ภายใน 96 ชั่วโมง ทันทีหลังจากได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
  • เจ้าหน้าที่ระบุว่าหากมีการสั่งโจมตีจริง ปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็น “ความพยายามครั้งใหญ่” (a big effort) ซึ่งกว้างขวางและรุนแรงกว่าการโจมตีจำกัดขอบเขตในอดีต (เช่น การทำลายเรดาร์หรือแท่นย่อยมิสไซล์ที่อิหร่านซ่อมแซมได้เร็ว) โดยเป้าหมายอาจครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ฐานทัพทางทหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน
  • กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุ เป็นหน้าที่ในการเตรียมแผนเลือกตั้งทางทหารเพื่อรองรับคำสั่งประธานาธิบดี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มองว่าทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด แต่มีแนวโน้มพิจารณาเรื่องดังกล่าว ซึ่งกรอบเวลาที่เป็นไปได้มากที่สุดอาจเกิดขึ้นช่วงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ
  • ในขณะที่อิสราเอลพยายามล็อบบี้และเตรียมพร้อมโจมตีอิหร่านเช่นกัน แม้ว่าผลการเลือกตั้งในอิสลาเอล คะแนนของเนทันยาฮูยังสูสี และยังไม่ยืนยันว่าจะสามารถดำรงตำแหน่งเดมิได้หรือไม่
  • 28 ต.ค. The Wall Street Journal รายงานว่า สหรัฐ ได้แจ้งประเทศอาหรับในอ่าวเปอร์เซียหลายประเทศให้เตรียมรับความเป็นไปได้ของการทำสงครามกับอิหร่านอีกครั้งในลักษณะ ปฏิบัติการทางทหารที่สั้นแต่รุนแรง หลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พฤศจิกายน นอกจากนี้ยังมีรายงานถึงการเตรียมความพร้อมสหรัฐ
    – เคลื่อนย้ายระบบป้องกันขีปนาวุธ Patriot จากรัฐเท็กซัสไปยังภูมิภาค และย้ายกำลังพลออกจากฐานที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น
    – กำลังเติมคลังอาวุธ เตรียมเครื่องบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินขับไล่ และอาจส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินอีกหนึ่งกองพร้อมหน่วยนาวิกโยธินเข้ามาเสริมกำลังในเดือนพฤศจิกายน

ฮูติก็เดินหน้าโจมตีซาอุอย่างต่อเนื่อง … ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน

  • ทั้งนี้ Anadolu กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุ ระบุภายหลังว่า ได้มีการโจมตีเป้าหมายทางทหารของฮูติในเยเมน โดยอ้างว่า ได้ทำลาย อุโมงค์สำหรับเก็บขีปนาวุธ 5 แห่ง , แท่นยิงขีปนาวุธ 4 แท่น และ คลังเก็บขีปนาวุธ 1 แห่ง โดยโฆษกกองกำลังพันธมิตรระบุว่า เป้าหมายคือทำลายเครือข่ายขีปนาวุธและตัดเส้นทางลำเลียงของฮูตี
  • 27 ต.ค.กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียรายงานว่า สามารถสกัดขีปนาวุธนำวิถี 3 ลูกที่มุ่งหน้าไปยังจังหวัดทางตะวันออกของซาอุฯ และสกัดโดรน 4 ลำที่มุ่งหน้าสู่พื้นที่ทางใต้ได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานการสกัดโดรนเหนือกรุงริยาดก่อนหน้านั้น
  • ยาห์ยา ซารี (Yahya Saree) โฆษกทางทหารของกลุ่มฮูตี ออกมาแถลงว่ากองกำลังฮูตีได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบียในจังหวัดตะวันออก (Eastern Province) บริเวณ ราสทานูรา (Ras Tanura) ซึ่งมีกำลังการผลิตราว 550,000 บาร์เรลต่อวัน และอ้างว่าทำให้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่
  • ข้อมูลจากสำนักข่าวต่างประเทศและหน่วยงานด้านความมั่นคงระบุว่า มีรายงานการเกิดเพลิงไหม้บริเวณใกล้กับคลังหรือสถานีส่งออกน้ำมันราสทานูราจริง รวมถึงตรวจพบร่องรอยความร้อนจากดาวเทียม (NASA FIRMS) ในพื้นที่
  • แต่ทางการซาอุฯ และ  Saudi Aramco ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันเกี่ยวกับการโจมตีตัวโรงกลั่นดังกล่าว แม้ว่าแหล่งข่าววงในจะระบุว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงที่เกิดขึ้นบริเวณใกล้กับอาคารปลายทาง (Terminal) ได้อย่างรวดเร็วแล้วก็ตาม 

ประกาศรายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ทั้ง EIA และ API ยังคงติดลบ ต่อเนื่อง … ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน

  • 28 ต.ค. API ประกาศสต็ฮกน้ำมันดิบคงคลัง อยู่ที่ – 2.031 M(จากคาดการณ์ว่า + 0.800M) แต่ลดลงน้อยกว่าสัปดาห์ที่ผานมา ในขณะที่ น้ำมันเบนซินและ ดีเซล(น้ำมันกลั่น) ตัวเลขดีขึ้นจากสัปดาห์ก่อนกลับมาติดบวก ที่ +2.390M และ +0.380M
  • สต็อกน้ำมันดิบและ Cushing ที่ลดลงช่วยพยุงราคา แต่การเพิ่มขึ้นของสต็อกเบนซินและน้ำมันกลั่นทำให้ต้องระวังแรงขายเมื่อราคาปรับขึ้น
  • รายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA)
    –  สต็อกน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 410.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ปริมาณสำรองอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีราว 4%
    – สต็อกน้ำมันดีเซลและน้ำมัน 3 ลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สะท้อนถึงความต้องการใช้พลังงานในภาคขนส่งและอุตสาหกรรมที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
    –  สต็อกน้ำมันเบนซินกลับเพิ่มขึ้นถึง 3.9 ล้านบาร์เรล เนื่องจากความต้องการใช้ชะลอตัวลงในสัปดาห์ดังกล่าว ซึ่งเข้ามาช่วยลดแรงกดดันด้านราคาบางส่วน

H4/H1ราคาน้ำมันเริ่มมีการฟื้นกลับ H1 เสียโครงสร้างฝั่งขาชั่วคราว ในขณะที่ H4 การย่อต่อที่ผ่านมายังไม่เสียโครงสร้างแต่เป็นระดับการย่อที่ retracement 61.8 ของ H4 และยังคงไม่เสียโครงสร้างขาขึ้นในระยะกลาง มีโอกาสที่ราคาจะกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 105.502 ได้อีกครั้ง

คำแนะนำ

  • เปิดสถานะซื้อ (หากราคาแท่ง H1 ปิดเหนือ 104.189 ได้ + รอราคาย่อตัวลง +รอสัญญาณซื้อ) กรอบ 102.344-101.881/SL 100.000 เพื่อทำกำไร 102.700/102.900/103.200/103.900/104.400/104.900
  • เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ) กรอบ 101.377-100.662 /SL 100.000 เพื่อทำกำไร 101.600/102.000/102.300/102.900/103.300/103.900/104.300/105.178

แนวรับ 100.662/98.027/96.940

แนวต้าน 105.502/107.112/110.553


by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *