Day ราคาทองคำวานนี้ ปรับตัว – $17.00 ตลาดยังคงถูกกดดันจากความกังวลของนักลงทุนว่าเฟดอาจมีการปรับดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ หลังจากประกาศตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์ที่ผ่านมาสูงเกินคาด แม้ว่าเจ้าหน้าทีเฟดหลายรายออกมา แถลงว่า ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องคุมเข้มนโยบายทางการเงินก็ตาม นักลงทุน ชะลอแรงซื้อ ก่อนการประชุมการเงิน ในสัปดาห์หน้า รวมทั้งการเผยตัวเลขค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล PCE นอกจากนี้ตลาดยังคงมีแรงกดดัน หลังกลุ่มฮูติ ยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ของซาอุฯ ในขณะที่พันธมิตรซาอุ เปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ทางอากาศ และล่าสุด อังกฤษยืนยันจะส่งเครื่องบินขับไล่ช่วยป้องกันซาอุฯจากกลุ่มฮูติ ในขณะที่การส่งออกน้ำมันของรัสเซียเข้าสู่ตลาดโลก ยังคงเผชิญความท้าทายจากการโจมตีสถานีน้ำมันจากยูเครน แม้ว่าล่าสุดสหรัฐจะเริ่มมีการเจรจาทั้ง ฝังเซเลนสกี้ เพื่อให้ยุติการโจมตีดังกล่าวแล้วก็ตาม
วานนี้ยังคงมีแรงแรงหนุนทองเล็กน้อย จากข้อมูลภาคอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด โดยยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือน ก.ย. ลดลง 7.3% สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ยอดเริ่มสร้างบ้านลดลง 5.2% สะท้อนผลกระทบจากต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้นและส่งสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ
นักลงทุนกังวลเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้(เหลือการประชุม อีก 2 ครั้งในปีนี้)... ลดการถือทองคำรอประกาศในสัปดาห์หน้า
- รอยเตอร์รายงาน นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ถึง 94 จาก 100 ราย มองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยัง คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75% – 4.00% ในการประชุมวันที่ 27–28 ตุลาคมนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ Fed ต้องการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจเพิ่มเติมและใช้ท่าทีที่ระมัดระวัง
- จุดที่เปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดคือ นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 100 ราย (คิดเป็น 100%) คาดการณ์ว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับผลสำรวจในเดือนก่อนที่มีไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่คาดการณ์เช่นนั้น
- มุมมองที่เข้มงวด (Hawkish) มากขึ้นนี้มาจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังคงเหนียวแน่นและแรงกดดันด้านราคาพลังงาน รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งเกินคาด ทำให้ตลาดมองว่า Fed อาจจำเป็นต้องกลับมาคุมเข้มนโยบายการเงินต่อ
- ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นและมุมมองเชิงเข้มงวดของ Fed ที่ยืดเยื้อนานกว่าคาด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ได้รับแรงหนุน ซึ่งกลายเป็น ปัจจัยกดดันโดยตรงต่อราคาทองคำ ในตลาดโลก ทำให้ทองคำเผชิญแรงขายทำกำไรและเคลื่อนไหวในกรอบที่ถูกกดดัน
ปัจจัยบวกทองเบาบาง จากยอดขายบ้านสหรัฐ ที่ร่วงลง สะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว...ปัจจัยบวกต่อทองคำระยะสั้น
- รายงานของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ (NAR) และสำนักงานสำรวจสำมะโนประชากรของสหรัฐ รายงาน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) ในเดือนกันยายน ลดลงฮวบฮาบถึง 7.3% แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ (ดัชนีลดลงมาอยู่ที่ 66.0) และหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะดิ่งลงไปถึง 11.3% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน (Mortgage Rate) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนดังกล่าว ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างหนัก
- ในขณะที่ ยอดการเริ่มสร้างบ้านใหม่ (Housing Starts) ปรับตัวลดลง 5.2% ในเดือนกันยายนเช่นกัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้สร้างบ้านที่ซบเซาลงอย่างมาก เนื่องจากกังวลเรื่องต้นทุนการก่อสร้างและปัญหาความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคที่จำกัด
- ตัวเลขภาคอสังหาฯ ที่อ่อนแอนี้ถือเป็นเครื่องชี้วัดสำคัญที่ตอกย้ำว่า ต้นทุนการกู้ยืมที่อยู่ในระดับสูงกำลังส่งผลกระทบเชิงลบและกดดันให้เศรษฐกิจสหรัฐโดยรวมชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ซึ่งมักจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดมองว่าเฟด อาจต้องพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินบ้างเช่นกัน
อิหร่านเสนอตัวทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ระหว่าง ฮูติ – ซาอุฯ / อังกฤษประกาศตัวร่วมปกป้องซาอุฯ …หากสถานะการณ์รุนแรงขึ้นจะเป้นบวกต่อราคาน้ำมัน ปัจจัยกดดัน ทองคำ
- อับบาส อารักชี รมต ต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านยังไม่ได้รับคำตอบจากซาอุดีอาระเบียหรือกลุ่มฮูตีในเยเมน หลังเสนอตัวช่วยเป็นคนกลางเจรจาเพื่อยุติการสู้รบระหว่างทั้งสองฝ่าย ก่อนหน้านี้ อารักชีเสนอช่วยอำนวยความสะดวกในการเจรจา ขณะที่กลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่านได้ระดมการโจมตีซาอุดีอาระเบียในช่วงต้นเดือนนี้
- ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา อารัคชีได้เคยติดต่อไปยังทางการซาอุดีอาระเบียเพื่อเสนอตัวช่วยอำนวยความสะดวกและผลักดันให้เกิดการเจรจาทางการเมือง เนื่องจากสถานการณ์สู้รบและภัยคุกคามในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น
- ทางการอิหร่านพยายามเน้นย้ำว่าวิกฤตความขัดแย้งเหล่านี้ไม่มีทางแก้ด้วยวิธีทางทหาร และการมุ่งใช้กำลังทหารจะยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น พร้อมระบุว่าอิหร่านสนับสนุนแนวทางการเจรจาเพื่อหาข้อยุติทางการเมือง แม้ว่าทางซาอุดีอาระเบียจะยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าวก็ตาม
- BBC ระบุว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรภายใต้การนำของนายก แอนดี เบิร์นแฮม (Andy Burnham) ได้อนุมัติส่งความช่วยเหลือทางทหารครั้งสำคัญ ด้วยการส่ง เครื่องบินขับไล่ไทฟูน (Typhoon) ของกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) ไปประจำการเพื่อปกป้องประเทศซาอุดีอาระเบียจากการโจมตีที่ทวีความรุนแรงขึ้นโดยกลุ่มฮูตีในเยเมน
- ย้ำว่า เครื่องบินขับไล่ไทฟูนเหล่านี้จะปฏิบัติภารกิจบินลาดตระเวนและสกัดกั้นภัยคุกคามทางอากาศ (Defensive Counter-Air Missions) เช่น การยิงสกัดโดรนและขีปนาวุธ เพื่อปกป้องเมืองสำคัญและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย แต่จะไม่เข้าร่วมการโจมตีเชิงรุก (Offensive Strikes) ต่อเป้าหมายของกลุ่มฮูตีในเยเมนแต่อย่างใด
- การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการโจมตีระลอกใหญ่ของกลุ่มฮูตีที่พุ่งเป้ามายังดินแดนซาอุดีอาระเบีย รวมถึงเหตุการณ์โจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิด (King Khalid International Airport) ในกรุงริยาด ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและความปลอดภัยในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
- นอกเหนือจากการส่งเครื่องบินขับไล่ไทฟูนแล้ว อังกฤษยังจะจัดส่ง ที่ปรึกษาทางทหาร และเครื่องบินลำเลียงรุ่น A400M ไปช่วยสนับสนุนด้านการขนยศยุทโธปกรณ์ พร้อมทั้งขยายเวลาภารกิจสนับสนุนการเติมน้ำมันกลางอากาศ (Air-to-Air Refuelling) ให้แก่กองทัพซาอุดีอาระเบียออกไปอีก 90 วัน
อิหร่านติดต่อปากีสถาน หวังเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยกับสหรัฐ ... หากโอกาสการเจรจาบรรลุผล จะเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันและเป็นบวกต่อทองคำ ทันที
- 20 ต.ค.สำนักข่าวนูร์นิวส์รายงานว่า มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน หารือกับจอมพล อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ในกรุงเตหะราน เกี่ยวกับความพยายามไกล่เกลี่ยและสถานการณ์ในภูมิภาค แต่ย้ำว่าจะไม่ขอเจรจากับสหรัฐ จนกว่า ข้อเรียกร้องอิหร่านจะได้รับการตอบสนอง
- ข้อเรียกร้องหลักที่อิหร่านเคยยื่นไว้ก่อนหน้านี้สำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์และการเปิดช่องแคบฮอร์มุส (Strait of Hormuz) รวมถึงการเจรจา ได้แก่ การที่สหรัฐ ต้องยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน และยุติการเป็นปฏิปักษ์ในทุกแนวรบระดับภูมิภาค
- ฝั่งสหรัฐ ระบุว่าการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านในตอนนี้ทำได้ยากมาก และสหรัฐ จะยังคงกดดันทางเศรษฐกิจต่อไป จนกว่าอิหร่านจะยุติการโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุส
- ก่อนหน้านี้สหรัฐเพิ่มความกดดันด้วยการเคลื่อนย้ายและเสริมกองเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงการประจำการเรือรบและเรือบรรทุกเครื่องบินระดับท็อปเพื่อคุมเชิงและปิดล้อม
- จนทำให้ ตัวแทนจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนและขู่ตอบโต้ว่า หากสหรัฐ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและ สายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้ทะเล (Undersea Internet Cables) ทั้งบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุส และเส้นทางเชื่อมต่อในภูมิภาค
- ภูมิภาคตะวันออกกลางและทะเลแดงเป็นจุดผ่านสำคัญของสายเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้ทะเลที่หล่อเลี้ยงระบบการสื่อสาร อินเทอร์เน็ต และข้อมูลทางการค้าระหว่างเอเชียและยุโรปเป็นจำนวนมาก การขู่มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างเหล่านี้จึงถูกมองว่าเป็นมาตรการกดดันขั้นเด็ดขาดของอิหร่าน เพื่อให้อีกฝ่ายเห็นถึงผลกระทบวงกว้างระดับโลกหากสงครามปะทุขึ้นอีกครั้ง
H4/H1 ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ sideway 4225-4066 โครงสร้างราคา H4 ยังคงเป็นเทรนด์ขาลง แม้มีสัญญาณ Bullish Divergent H4 และราคาดีดขึ้นมาจากวันศุกร์ที่ผ่านมาได้บ้าง แต่การยืนเหนือ 4225 ได้จึงจะเป็นการยืนยันถึงการสิ้นสุดโครงสร้างขาลงได้สำเร็จ ระยะนี้เน้นการทำกำไรในกรอบไซด์เวย์ 4225-4066 และเน้นการทำกำไรระยะสั้น ช่วงรอการประการดอกเบี้ย และการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า
คำแนะนำ
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ)กรอบ 4090 -4070 / SL 4040 เพื่อทำกำไรระยะสั้น 4095/4100/4105/4110/4115/4120/4125
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ)กรอบ 4066-4042 / SL 4040 เพื่อทำกำไรระยะสั้น 4070/4080/4090/4100/4110
แนวรับ: 4066/4042/4018
แนวต้าน: 4225/318/4370


Leave a Reply