Day วานนี้ราคาน้ำมันปรับตัวร่วงลงหลังขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่ให้ไว้ 93.068 – 94.050 ปรับตัวร่วงลงจนถึงเช้าวันนี้ หลัง ตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบคงคลัง จาก EIA มากเกินคาด อีกทั้งการส่งออกน้ำมันของซาอุ และกลุ่มประเทศตะวันออกกลางกลับมาเพิ่มขึ้น จนเป็นเหตุให้ กลุ่ม OPEC ต้องตัดสินใจคงเป้าหมายการผลิตเท่าเดิม สำหรับเดือน พ.ย.
แต่อย่างไรก็ตาม น้ำมันยังคงได้อานิสงค์ปัจจัยบวก หลัง การเจรจาสันติภาพ ระหว่างสหรัฐ – อิหร่านหยุดชะงัก ทรัมป์ออกมาปฎิเสธเงื่อนไขการผ่อนคลายมาตราการคว่ำบาตรอิหร่านทั้งหมด ในขณะเดียวกัน ตลาดพลังงานสหรัฐ ยังคงตึงตัง ทรัมป์ยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณามาตราการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล แต่อาจจะไม่แข็งกร้าวเท่ากับหลายวันที่ผ่านมา
การเจรจาสหรัฐ – อิหร่านยังไม่สำเร็จ ... ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน
- วานนี้ ทรัมป์ ปฏิเสธรายงานที่ระบุว่าสหรัฐพร้อมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ขณะที่กาตาร์ยังพยายามทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง วอร์ชิงตัน กับ เตหะราน
- เช่นเดี่ยวกับที่ อิหร่านระบุว่า ได้รับคำตอบจากสหรัฐต่อข้อเสนอฉบับล่าสุดของอิหร่านเพื่อรื้อฟื้นข้อตกลงหยุดยิงในภูมิภาคที่ล่มลง
ซาอุฯ กลับมาโหลดน้ำมันที่ ยานบู/ ฮอร์มุช เพิ่มขึน้ ...ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน
- ซาอุดีอาระเบียเริ่มกลับมา โหลดน้ำมันจากท่าเรือ Yanbu บริเวณทะเลแดง หลังจาก East-West Pipeline กลับมาเดินระบบเส้นทางดังกล่าวช่วยในการหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุชได้ / Reuters รายงานว่า Goldman Sachs ประเมินว่า Gulf oil exports รวมถึง “dark exports” กลับขึ้นมาประมาณ 23.3 ล้านบาร์เรล/วัน ในสัปดาห์ล่าสุด ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปี 2025 และการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนกันยายน
- แต่อย่างไรก็ตาม Reuters ระบุว่าปริมาณน้ำมันที่ผ่าน Hormuz เริ่มฟื้นตัวอย่างมาก โดยกลุ่มประเทศส่งออกน้ำมันตะวันออกกลางเลือกวิธีการขนส่งผ่านช่องแคบแบบ Ship to Ship
- OPEC+ ออกมาระบุว่า สมาชิกมีแนวโน้มที่จะ คงเป้าหมายการผลิตเดือนพฤศจิกายนไว้ในระดับเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงอาจต้องรอการตัดสินใจคร้้งสุดท้ายจากการประชุม ในวันอาทิตย์นี้
API และ EIA รายงานสต็อกนำ้มันดิบเพิ่มขึ้น จากที่คาดการณ์ว่าลดลง … ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน
- 30 ก.ย. API Report รายงาน ปริมาณน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ เพิ่มขึ้น (จากคาดการณ์ – 1.9 ล้านบาร์เรล ) + 1.019 ล้านบาร์เรล
– Gasoline +2.991 ล้านบาร์เรล
– Distillate -0.286 ล้านบาร์เรล - ในขณะที่ EIA รายงาน US Crude Inventories +922,000 บาร์เรล จากที่คาดว่าจะลดลง -264,000 บาร์เรล
- ทังนีี้่ตลาดยังคงจับตา มาตราการจำกดัการส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐ เพื่อลดราคาพลังงานในประเทศ ในขณะที่รอยเตอร์ ระบุว่าตลาดกำลังจับตาความเป็นไปได้ดังกล่าว เพราะอาจทำให้เกิด refined-product oversupply ในสหรัฐฯ และทำให้โรงกลั่นลดการแปรรูป crude แต่อย่างไรก็ตาม สต็อกดีเซลล์คงคัลยังคงค่อนข้างตึงตัว ซึ่งมาตราการนี้อาจสร้างความแต่ต่างระหว่างราคาน้ำมันดิ และ น้ำมันสำเร็จรูปได้
ตลาดลุ้นทรัมป์จะสั่งห้ามส่งออกดีเซล เพื่อควบคุมราคาน้ำมันภายในประเทศหรือไม่ /รัสเซีย ประกาศห้ามส่งออกดีเซล ..ปัจจัยบวกในระยะยาว
- ราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังดำเนินต่อเนื่องในอิหร่านและยูเครน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานทั่วโลก
- ทรัมป์ ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล แต่ท่าทีล่าสุดดูเหมือนจะไม่แข็งกร้าวเท่ากับช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยทรัมป์ระบุว่า “เราอยู่ในสถานการณ์ที่ดีมาก” พร้อมระบุถึงการกลับมาเพิ่มขึ้นของการส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงที่ผ่านมา
- ขณะที่รอยเตอร์ ระบุว่าตลาดกำลังจับตาความเป็นไปได้ดังกล่าว เพราะอาจทำให้เกิด refined-product oversupply ในสหรัฐ และทำให้โรงกลั่นลดการแปรรูป crude แต่อย่างไรก็ตาม สต็อกดีเซลล์คง ค่อนข้างตึงตัว ซึ่งมาตราการนี้อาจสร้างความแตกต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบ และ น้ำมันสำเร็จรูปได้
- ขณะเดียวกัน รัสเซีย ขยายมาตรการห้ามส่งออกดีเซล สำหรับผู้ผลิตออกไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม เหตุผลหลักคือพยายามควบคุมราคาน้ำมันภายในประเทศและแก้ปัญหา Supply ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีโรงกลั่นของรัสเซียโดยโดรนยูเครน ทั้งนี้หากทรัมป์ยืนยันห้ามส่งออกดีเซล ควบกังวลในซัปพลายดีเซลจะเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในท้ายที่สุด
H4/H1 ราคาน้ำมันปรับตัวร่วงแตะระดับแนวรับ 91.690 ก่อนที่จะดีดตัวขึ้น หลังปรากฎสัญญาณ Bullish Divergence H1 ทั้งนี้หากราคายืนเหนือ 96.500 ได้สำเร็จก็จะมีโอกาสที่จะเบรคโครงสร้างขาลงระยะสั้น และกลับเข้ากรอบ Channel Uptrend H4 ได้ แต่หากไม่สามารถผ่าน 96.500 ได้ ก็จะกลับมาเขากรอบChannel Downtrend H1 ซึ่งแนวรับ 91.690 – 89.190 ถือว่าเป็นแนวรับที่สำคัญ
คำแนะนำ
- เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย) กรอบ 95.500 – 96.500 SL 97.500 เพื่อทำกำไร 95.100/94.500/94.100/93.700/92.800/92.600/92.200
แนวรับ 91.690 / 89.190 / 88.311
แนวต้าน 100.605/102.525/107.135


Leave a Reply