Day วานนี้ราคาทองคำเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน ปิดบวก $6.5 โดยขึ้นไปแตะบริเวณ $4,696/oz ก่อนย่อตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนเริ่มระมัดระวังแรงซื้อบริเวณแนวต้านสำคัญ $4,700 ปัจจัยพื้นฐาน สนับสนุนราคาทองคำจาก การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ อันเนื่องจากความกังวลต่อเสถียรภาพของตลาดพันธบัตรสหรัฐ และความกังวลด้านฐานะการคลังของสหรัฐ
นอกจากนี้ ความต้องการทองจากจีนยังแข็งแกร่ง หลังยอดนำเข้าทองสุทธิผ่านฮ่องกงเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นราว 11 %
สหรัฐอัดสภาพคล่องซื้อพันธบัตร สกัดผลตอบแทนพุ่ง… ส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวลดลง USD อ่อนค่า ปัจจัยบวกต่อ ทองคำ
- CNBC รายงาน อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงการคลังสหรัฐ ว่า “กระทรวงการคลังอาจใช้เงินในบัญชี Treasury General Account (TGA) มาใช้ซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องออก T-Bill เพิ่มทันที” แต่ยังคงไม่ได้บอกว่าจะนำออกมาเท่าไหร่ และเมื่อไหร่
- Treasury General Account (TGA) คือ บัญชีธนาคารของรัฐบาลสหรัฐที่ฝากไว้ที่เฟด (โดยเงินดังกล่าวมาจาก รายได้ภาษี ,เงินที่รัฐบาลได้จากการออกพันธบัตร และรายได้อื่นๆของรัฐบาล) ซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น $935 พันล้าน
- ก่อนหน้านี้ สก็อต เบสเซนต์ เคยประกาศเพิ่มวงเงินการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว จาก 2 พันล้าน เป็น 4 พันล้านร่อรอบ โดยเน้นพันธบัตรอายุ 10-30 ปี
- แผนการณ์ดังกล่าว เป็นที่ ถกเถียงถึงประสิทธิผลในระยะยาว แต่ทิศทางของตัวชี้วัดสำคัญและสถานะการลงทุนในตลาดสะท้อนว่า มาตรการดังกล่าวเริ่มส่งผลแล้ว
- ตั้งแต่เบสเซนต์ประกาศแผนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวดีกว่าสวอปที่มีอายุใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีกับสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย หรือสวอปที่เทียบเท่ากัน หดแคบสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เป็นเกณฑ์อ้างอิงก็ทยอยลดลง หลังจากผันผวนในช่วงแรกที่ตลาดเริ่มรับรู้แผนเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตร
ยอดนำเข้าทองคำสุทธิจีนผ่านฮ่องกงเพิ่มขึั้น 11% … ปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
- ข้อมูลจาก Hong Kong Census and Statistics Department ระบุว่า เดือน ก.ค. 2569 จีนมีการนำเข้าทองคำสุทธิผ่านฮ่องกงจำนวน 56.193 ตัน เพิ่มขึ้นจาก 50.679 ตันในเดือน มิ.ย. หรือประมาณ +11% MoM และเพิ่มขึ้นถึง 28% YoY จาก 43.923 ตันในเดือน ก.ค. 2568
- จุดที่น่าสนใจคือ แม้ปริมาณนำเข้าทองคำทั้งหมดผ่านฮ่องกงจะลดลงประมาณ 3% แต่ทองที่ “ไหลเข้าสู่จีนสุทธิ” กลับเพิ่มขึ้น 11% แสดงว่าทองจำนวนมากขึ้นถูกเก็บไว้ในจีนและไม่ได้ถูก Re-export ออกไป
นักลงทุนมองข้ามมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐิจต่ออิหร่านของสหรัฐ มองเห็นโอกาสของการเจรจาในท้ายที่สุด … ปัจจัยกดดันราคาน้ำมันแต่ส่งผลบวกตอราคาทองคำ
- วานนี้ราคาน้ำมันปรับตัวร่วงลงกว่า3% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ หลังนักลงทุนมองข้าม “มาตราการคว่ำบาตรอิหร่าน ของสหรัฐ” ที่มุ่งเน้นในเรื่องเศรษฐกิจของอิหร่าน มากกว่าการสู้กันทางด้านกำลังทหาร
- มาตราการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน Operation Economic Outcast จะมุ่งเน้นไปที่ 5 ่ภาคส่วนสำคัญคือ
– สินทรัพย์ดิจิทัล/ เทคโนโลยี / ทองคำ/ การบิน /และการขนส่งทางเรือ ซึ่งสหรัฐคาดว่าเป็นสิ่งทีอิหร่านใช้ในการพยุงเศรษฐกิจของตัวเอง - ในขณะที่อิหร่านเองก็ยอมรับ “เศรษฐกิจอิหร่านอยู่ในภาวะวิกฤต”อัตราเงินเฟ้อพุ่งเป็น 90% , GDPหดตัวรุนแรง (การส่งออกน้ำมันเป็น”ศูนย์” + ค่าใช้จ่ายในการผลิตอาวุธที่สูง + เงินสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธทั่วตะวันออกกลาง) ตำแหน่งงานหายไปมากกว่า 1 ล้านตำแหน่ง ซึ่งล้วนมาจากการที่สหรัฐปิดช่องทางเดินทะเลของอิหร่าน
- ล่าสุด มีรายงาน ว่าอิหร่านได้กลับมาเจรจากับโอมาน เกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีการหารือเกี่ยวกับการจัดตั้ง เส้นทางเดินเรือชั่วคราวร่วมกัน (Joint Temporary Navigational Corridor) รวมถึงการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ ทำให้นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่าการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจเริ่มกลับมาดำเนินการได้ในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันในเช้าวันนี้
- อย่างไรก็ตาม การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุช ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ สถานะการณ์ยังคงมีความเสี่ยงสูง ล่าสุด มีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุชอีกครั้ง
สงครามเศรษฐกิจ สหรัฐ – นานาชาติ เริ่มก่อตัว … ปัจจัยบวกต่อทองคำในระยะยาว
- สหรัฐ – จีน : หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ออกมาตอบโต้ “ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอิหร่านไม่ควรถูกขัดขวางหรือบ่อนทำลาย” และย้ำว่า ” จีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ” “มาตราการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐ ไม่มีพื้นฐานตามกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก รัฐมนตีความมั่นคงแห่งสหประชาติ จึงไม่มีเหตุที่ต้องเชื่อถือ” ถอยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง สหรัฐ มีการประกาศคว่ำบาตรทั้ง บุคคล บริษัท จีน และเรือ่ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน รวมทั้งหมดเกือบ 60 ราย
- สหรัฐ – แคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ประกาศ อบโต้ด้วยการปรับขึ้นภาษีนำเข้าในอัตราเดียวกับมาตรการภาษีใหม่ที่ ทรัมป์ ประกาศใช้ โดยแคนาดาจะเพิ่มภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าประเภทเหล็กและอะลูมิเนียมจากสหรัฐฯ เป็น 50% พร้อมเรียกเก็บภาษีสินค้าสหรัฐรายการอื่นเพิ่มเติม ซึ่งจะครอบคลุมสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ ไปยังแคนาดามูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์แคนาดาต่อปี
H4/H1 ราคาทองคำอยู่ในช่วง พักฐานหลังเกิด Panic Buy จากการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงและทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 3 เดือน อย่างไรก็ตาม โครงสร้างหลักในภาพใหญ่ยังคงเป็น ขาขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์จึงยังไม่ควรไล่ซื้อบนราคาสูง แต่ควรรอให้ราคาย่อตัวเข้าสู่โซนแนวรับหรือแนวต้านสำคัญ เพื่อให้ได้ Risk/Reward ที่เหมาะสมกว่า
วานนี้ราคาทองคำ ปรับตัวร่วงลงก่อนบริเวณแนวรับที่ให้ไว้ 4620 -4595 ก่อนปรับตัวขึ้น(ตามคาด) บริเวณแนวต้าน 4680-4664 และปรับตัวลง(ตามคาด) ภาพรวมวันนี้ เป็นการเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ $4,620–4,690 บริเวณ $4,666–4,681 เป็นโซนที่ต้องระวังแรงขาย เนื่องจากเป็นบริเวณแนวต้านสำคัญและมีลักษณะของ QM Zone / Supply Zone ขณะที่ในเชิง Momentum พบว่า H4 และ Day เริ่มเข้าสู่ภาวะ Overbought ส่วน H1 เริ่มมีการปรับตัวลงเพื่อเคลียร์ Bearish Divergence ทำให้ระยะสั้นมีโอกาสเกิดการพักฐานต่อ
ขณะเดียวกัน USD (DXY) เริ่มมีการ Rebound ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น โดยตลาดยังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของประธาน Fed ที่ Jackson Hole ซึ่งอาจทำให้ทองคำผันผวนสูงขึ้น
คำแนะนำ
- สัญญาณ วานนี้ เปิดสถานะขาย กรอบราคา 4680-4664 (รอสัญญาณขาย) SL 4705 เพื่อทำกำไรระยะ 4660/4650/4640/4630/4620/4610
- เปิดสถานะขาย กรอบราคา 4620 -4595 (รอสัญญาณขาย + ราคาปิดแท่งต่ำกว่า 4595 ) SL 4625 เพื่อทำกำไร 4590/4580/4570/4560
- หากตลาด เกิด Panic Sell แนะนำรอซื้อที่โซน 4560-4585 (รอสัญญาณซื้อ) SL 4560 เพื่อทำกำไรที่ 4590/ 4595/4600/4605/4610/4615
แนวรับ: $4,586 / $4,551 / $4,507
แนวต้าน: $4,664 / $4,680 / $4,700

ปฎฺทินเศรษฐกิจ 26 ส.ต.2569

บทวิเคราะห์ -รายงาน ข่าว
- ติดตามตัวเลข PCE ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค (ไม่รวมอาหารและพลังาน) หากตัวเลขมากกว่า 0.2% (คาดการณ์ )สะท้อนเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ลดความหวังที่เฟดจะผ่อนคลายนโยบายดอกเบี้ย กดดันราคาทองคำ และหากตัวเลขยิ่งสูงมากยิ่งมีโอกาสที่จะเกิด Panic Sell ราคาทอคำ /หากตัวเลขอกมาน้อยกว่า 0.1% จะเป็น Bullsih Surpcei ให้กับราคาทองคำ ซึ่งสะทอ้นภาพเงินเฟ้อชะลอตัว

Leave a Reply