Day ศุกร์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น +$ 109.20 สูงสุดในรอบ 3เดือน แรงหนุนมีอย่างต่อเนื่องหลังจากราคายืนเหนือค่าเฉลี่ย 200 วัน ได้สำเร็จ (Apx $4503 ซึ่งเป็นแนวต้านทางเทคนิคทีสำคัญ เป็นสัญญาณเชิงบวก เข้าสู่เป้าหมาย $ 47xx ได้ในระยะกลาง ในขณะที่การซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลของกระทรวงการคลังสหรัฐ กลับยิ่งเป็นปัจจัยกดดัน USD(DYX) (ส่งผลบวกต่อทอง) และการอ่อนค่าของราคานำมัน (ขายทางเทคนิค บริเวณต้านสำคัญ) กลับยิ่งส่งบวกต่อทองคำในช่วงเช้านี้ด้วยเช่นกัน
นักลงทุนแห่ขาย พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมิน การแทรกแซงคลังสหรัฐ … กดดัน USD ปัจจัยบวกต่อทองคำ
- ราคา USD ปรับตัวร่วงลงอย่างต่อเนือง จนถึงระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน พ.ค. หลังจากที่กระทรวงคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ ประกาศเข้าแทรกแซงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล นักลงุทนกังวล หนี้รัฐบาลสหรัฐที่พุ่งสูงถึง $40 ล้านล้าน อีกทั้งรัฐบาลสหัฐยังออกพันธบัตรเพิ่มเข้าในระบบอีกจำนวนมาก เพื่อแข่งกับ การกู้เงินของบริษัทเทคโนโลยีเพื่อ AI ซึ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์สหรัฐ ปรับตัวร่วงลง เช่นเดียวกับ USD(DXY) ที่อ่อนค่าลงเช่นกัน
- ก่อนเข้ารับตำแหน่ง เบสเซนต์ เคยตำหนิวิธีการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของรมต คลังคนเก่า ที่พยายาปรับโครงสร้างตลาดพันธบัตรขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ล่าสุดเค้าก็ได้ดำเนินทางในลักษณะเดียวกัน ด้วยการ ประกาศแผนซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุยาว และชดเชยด้วยการออกพันธบัตรอายุสั้นเพิ่ม โดยเรียกแนวทางนี้ว่า “Treasury Twist” ซึ่งอ้างอิงถึงแผนของธนาคารกลางสหรัฐในช่วงทศวรรษ 1960 ที่มุ่งปรับโครงสร้างอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
- Reuters รายงานล่าสุดว่า Dollar Index อ่อนลงแตะระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 3 เดือน แม้ Treasury Yield ยังอยู่สูง เพราะนักลงทุนมองว่าการซื้อคืนพันธบัตรเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว และยังมีความกังวลเรื่อง Fiscal Deficit และหนี้รัฐบาล
- ก่อนหน้านี้ 19 ส.ค.กระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรอายุ 10-30 ปีอีกเท่าตัว เป็นอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ต่อรอบ ซึ่งจะครอบคลุมพันธบัตรอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. – 4 พ.ย. นักลงทุนกลับมองว่าจะเป้นการเพิ่มต้นทุนของการกู้ยืมที่สูงขึ้น จึงมีแรงขายออกอย่างต่อเนื่อง
- ในขณะที่ JP Morgan มองว่า การเพิ่มการซื้อคืนจากรัฐบาลสหรัฐ อาจเป็นการย้อนศร ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐฐาลสูงขึ้นเรื่อยๆ การแทรกแซงเป็นเพียงการแก้ปัญหา liquidity และโครงสร้างตลาดเท่านั้น นอกจากนี้การซื้อคืนพันธบัตร ต้องกใช้เงินซื้อคืน (ออกหนี้ชุดใหม่)มากขึ้น เช่นกัน
- นักลงทุนปรับเพิ่มคาดการณ์ที่เฟด จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. เป็น 63.0% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 58-61 %
แคนาดาเตรียมตอบโต้การเรียกเก็บภาษีสหรัฐ เริม 8 ก.ย. … ปัจจัยบวกต่อทองคำ
- หลังการเจรจาการค้าเกือบ 1 เดือน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีสินค้าจากแคนาดาเพิ่มเติม คาร์นีย์ตัดสินใจถอนตัวจากข้อตกลงในช่วงนาทีสุดท้ายของคืนวันศุกร์ (21 ส.ค.) ส่งผลให้สหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้ภาษี 50% กับสินค้าจากแคนาดามูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์
- มาร์ก คาร์นีย์ นายกแคนาดา ยืนยันจะตอบโต้ด้วยมาตราการภาษีสินค้าสหรัฐ ในอัตาที่เท่ากัน แบบ ดอลลาร์ต่อ ดอลล่าร์ แทนที่จะตอบรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นธรรมของสหรัฐ
- เดวิด โคเล็ตโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Abacus Data บริษัทสำรวจความคิดเห็นในแคนาดา กล่าวว่า “ชาวแคนาดาส่วนใหญ่พร้อมสนับสนุนจุดยืนที่แข็งกร้าว แต่หากการสนับสนุนเริ่มลดลง นั่นเป็นเพราะภาษีเริ่มส่งผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจแคนาดา และการตอบโต้เริ่มทำให้ราคาสินค้าที่ชาวแคนาดาจำเป็นต้องใช้ปรับตัวสูงขึ้น”
- ผลสำรวจระบุว่า ชาวแคนาดาส่วนใหญ่ไม่พอใจกับมาตรการภาษีของทรัมป์ รวมถึงคำพูดหลายครั้งที่สื่อไปในทางแคนาดาอาจกลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ และสนับสนุนให้รัฐบาลใช้จุดยืนที่แข็งกร้าวในการเจรจากับสหรัฐฯ นอกจากนี้ ชาวแคนาดายังไม่เชื่อมั่นว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะยึดมั่นในเงื่อนไขของข้อตกลง
- คาร์นีย์ยังคงได้รับคะแนนนิยมในระดับสูง โดยสถาบัน Angus Reid Institute รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า มากกว่า 75% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยกับการตัดสินใจปฏิเสธการเจรจา แม้เกือบ 90% จะกังวลเกี่ยวกับต้นทุนทางเศรษฐกิจ ขณะที่ผลสำรวจของ Abacus Data เมื่อสัปดาห์ก่อนพบว่า มีเพียง 18% ที่สนับสนุนให้รัฐบาลยอมอ่อนข้อเพื่อแลกกับการบรรลุข้อตกลง
- ทั้งนี้ ทรัมป์ อาศัยอำนาจภายใต้กฎหมาย Tariff Act ปี 1930 ที่ไม่เคยถูกนำมาใช้มาก่อน เพื่อเก็บภาษีรอบใหม่กับสินค้าแคนาดา ซึ่งต่างจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในรอบก่อน เนื่องจากครั้งนี้ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ทรัมป์เป็นผู้เจรจาในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก โดยครอบคลุมสินค้า 5% ที่แคนาดาส่งออกไปยังสหรัฐและคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของแคนาดาไม่มากนัก แต่จะสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อบางอุตสาหกรรม
- โรเบิร์ต คาฟซิก นักเศรษฐศาสตร์จาก BMO Capital Markets กล่าวว่า ผู้ผลิตพลาสติก เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ และเครื่องจักรของแคนาดาจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่มาตรการภาษีจะสร้างแรงกดดันอย่างไม่สมดุลต่อมณฑลที่ประกาศห้ามนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากสหรัฐ
- พิจารณาโดยรวม การเรียกเก็บภาษีรอบใหม่ดูเหมือนจะอยู่ในระดับที่เศรษฐกิจแคนาดาสามารถรับมือได้ และจะทำให้อัตราภาษีเฉลี่ยที่แท้จริงของสหรัฐฯ ต่อสินค้าจากแคนาดาเพิ่มขึ้นเป็น 7.5% จากประมาณ 5% แต่จะยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นที่มีต่อความสัมพันธ์ทางการค้ามากขึ้น และจะกระทบถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ โดยธุรกิจขนาดเล็กอยาจประสบปัญญาห การลงทุนภาคธุรกิจลดลงต่อเนื่องกัน 5 ไตรมาสแล้ว หลัง บริษัทต่างๆ ลดหรือยกเลิกแผนการใช้จ่ายด้านเงินทุน
- นอกจากนี้ คาร์นีย เดินหน้าลดการถึงพาสหรัฐ และเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่อส่งน้ำมันและท่าเรือ เพื่อเปิดทางให้สินค้าของแคนาดาเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ
ตลาดจับตามาตรการต่อจีน หลัง รมว.คลังสหรัฐเตรียมประกาศมาตรการกดดันตลเศรษฐกิจ อิหร่าน และประเทศที่ช่วยเหลื่ออิหร่าน ในคืนนี้1.00 ขอวันที่ 25 ส.ค. … ปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
- 24 ส.ค. สก็อต เบสเซนต์ รมต คลังสหรัฐ เตรียมแถลงมาตรากรกดดันเศรษฐกิจอิหร่าน ตอนตี 1.00 คืนวันที่ 25 ส.ค. โดยจะประกาศมาตราการที่เรียกว่า เป็นมาตราการโดดเดี่ยวเศรษฐกิจ ไม่เคยมีมาก่อน D-Day โดยเป้าหมายเพิ่มแรงกดดันเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศที่สนับสนุนอิหร่าน โดยพุ่งเป้าที่ การเงิน การค้า การขนส่ง และประเทศที่ให้การช่วยเหลือ ในรูปแบบใดก็ตามกับอิหร่าน “ประเทศใดก็ตามที่ทำหน้าที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงทางการเงินให้กับระบอบการปกครองที่กำลังเสื่อมถอย จะต้องเผชิญกับการถูกโดดเดี่ยวไปพร้อมกัน” โดยถ้อยแถลงดังกล่าวมุ่งตรงไปยังรัฐบาลต่างชาติที่ยังคงทำธุรกรรมกับอิหร่าน
- ตลาดจับตา จีน ประเทศคู้ค้ารายใหญ่สุดของอิหร่าน จะได้รับผลลงโทษหรือไม่
- อิหร่าน ออกมาขู่เตือนประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียไม่ให้เข้าร่วมมาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐพร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ โดย โมห์เซน เรซาอี ผู้บัญชาการทหารระดับสูง ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านเมื่อต้นเดือนนี้ ให้คำมั่นว่าจะโจมตีผลประโยชน์ของประเทศเพื่อนบ้านที่มั่งคั่งจากน้ำมัน หากประเทศเหล่านั้นเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการกดดันเพื่อโดดเดี่ยวอิหร่าน “ประเทศใดก็ตามที่ให้ความร่วมมือในการสร้างข้อจำกัดทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน จะถือเป็นศัตรูของเรา” เรซาอีกล่าว
- นักลงทุนคาด อุปทานราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจตึงตัวมากยิ่งขึ้น แต่ผลกระทบในระยะใก้ลอาจมีจำกัด เนื่องจากการส่งออกน้ำมันยังคงเผชิญปัญหาการส่งออกอย่างหนักอยู๋แล้วในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว ตลาดเองก็พยายามในการหาเส้นทางทดแทนช่องแคบฮอร์มุช อีกทั้งยังหาแหล่งน้ำมันทดแทน ในช่วงที่ผ่านมาเช่นกัน แม้ว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุชจะมีข้อจำกัดก็ตาม แต่ ช่วงที่ผ่านมา ท่อส่งน้ำมัน การส่งแบบ ship to ship ,น้ำมันจากแหล่งหินดินดานของสหรัฐ , การฟื้นตัวของเวเนซุเอล่า และปริมาณการส่งน้ำมันของอาหรับเอมิเรต ที่ออกจากกลุ่ม OPEC + เพื่อการส่งน้ำมันออกไม่ตามโควต้า ล้วนแล้วแต่ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ตลาดได้ … อาจจะไมส่งผลบวกต่อราคาน้ำมันมากเหมือนเคย
สัดส่วนนักลงทุนทองคำทั่วโลก Gen Z แห่ซื้อทองคำ เพื่อลงทุนและออม
- World Gold Council (WGC) หรือสภาทองคำโลกรายงาน Gen Z จะเป็นกลุ่มผู้บริโภคและนักลงทุนทองคำที่เติบโตเร็วที่สุดโดยพฤติกรรมกำลังเปลี่ยนจากการซื้อทองในรูปแบบดั้งเดิม ไปสู่ การซื้อ ทองคำผ่าน แพลตฟอร์มดิจิทัล / การออมทองเป็นงวด/ การลงทุนผ่านผลิตภัฒท์การเงิน
- โดยประเทสอิหรเดีย ถือครองอยู่ในภาคครัวเรือนประมาณ 31,000 ตัน ซึ่ง WGC มองว่าเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศทองคำยุคใหม่ โดย Gen Z ที่มีความคุ้นเคยกับ Fintech และ Digital Gold อาจเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมการถือครองทองในอนาคต
- นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติม Q1 2026 ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทั่วโลกอยู่ที่ 474 ตัน เพิ่มขึ้น 42% YoY โดยนักลงทุนในเอเชียเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
- ในขณะที่ ความต้องการลงทุนผ่านทองคำแท่งและเหรียญของจีนใน Q1 พุ่ง 67% YoY สู่ 207 ตัน
H4/H1 ศุกร์ทีผ่านมาราคาทองคำเกิดแรง Panic Buy หลังทะลุเส้นค้าเฉลี่ย 200 วันที่ระดับราคา 4503 (แนวต้านเทคนิคที่สำคัญ) เริ่มปรากฎ Bearish Divergence H1-H4 ระวังการไล่ซื้อ และ TF day ปรากฎ hidden Bearish Divergence ระวังราคามีการย่อลง ปัจจัยสนับสนุนจากการประกาศ มาตราการ D-Day ของสก็อต เบสเซนต์ตอน ตี 1 คืนนี้ อาจส่งผลต่อบวก น้ำมัน และกดดันราคาทองคำระยะสั้นได้ (อาจส่งผลบวกต่อทองคำในระยะกลาง อาจเปลียนในรูปแบบสงครามการค้า มากกว่าความกังวลเงินเฟ้อ)
คำแนะนำ
- เปิดสถานะขาย กรอบราคา 4650-4670 (รอสัญญาณขาย) SL 4675 เพื่อทำกำไรระยะสั้น 4645/4640/4635/4630/4625/4620
- เปิดสถาะนซื้อ กรอราคา 4586-4617 (รอสัญญาณซื้อ) SL 4580 เพื่อทำกำไร 4620/4625/4630/4635/4640/4645/4650/4655/4670/4675
แนวรับ 4563/4500/4450
แนวต้าน 4660/4700/4770


Leave a Reply