Day วานนี้ ทองคำปิดบวก $36.40 โดยได้แรงหนุนจาก ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 เดือน เนื่องจากตลาดปรับลดคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณชะลอตัว แต่การขึ้นของทองคำเป็นไปอย่างจำกัด หลังมีปัจจัยกดดน นักลงทุนไม่เชือมันการเจรจา ในขณะทีวานนี้เป็นวันสิ้นสุดการขยายเวลา ตาม MOU ฉบับที่ลงนามในเดือน มิย แต่ต่างฝ่ายต่างขู่ตอบโต้กันและกัน ทรัมป์ประกาศขู่โจมตีโอมาน หากเข้ามาแทรกแซช่องแคบฮอร์มุช ตามที่ทรัมป์ เคยประกาศเป็นเจ้าของศุกรที่ผ่านมา ยิ่งให้สถานะการณ์ส่อเค้ารุนแรงและเป็นเป็นบวกต่อราน้ำมันมากขึั้น กดดันราคาทองคำในช่วงเช้านี้
ทรัมป์ยืนยันยึดช่องแคบฮอร์มุช ประกาศจะถล่มโอมานหากมาขัดขวาง…ปัจจัยกดดันราคาทองคำ
- 17 ส.ค. MOU 60 วันครบกำหนด แต่ไร้ซึ่งข้อตกลง โดย MOU mี่ทำขึ้นในเดือน มิ.ย. มีเป้าหมายใช้ 60 วันสำหรับการเจรจาข้อตกลงอย่างถาวร ซึ่งครอบคลุมไปด้วยเรื่อง ยุติปฏิบัติการทางทหาร/ กำหนดกรอบโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน/ปิดทางให้การเดินเรือผ่าน Strait of Hormuz กลับมา /ผ่อนคลาย/ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน … หลัง ทั้ง 2 ฝ่ายต่างกล่าวหากันและไม่ปฎิบัติตามข้อตกลง
- รอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านให้ข้อมูลว่า หากความพยายามทางการทูตล้มเหลว อิหร่านพร้อมเปลี่ยนแนวทางจากDefensive posture เป็น Fully offensive posture (การตั้งรับเป็นแนวรุก เต็มรูปแบบ) อิหร่านยังมองว่า”ความพยายามเจรจาเพื่อยุติสงครามถาวรหยุดชะงัก และสหรัฐ ปฏิเสธการขยายกรอบข้อตกลง ทำให้ฝ่ายอิหร่านเริ่มหมดความเชื่อมั่นว่าการเจรจาจะสามารถแก้ปัญหาได้”
- ในขณะที่ทรัมป ให้สัมภาษณ์ ว่า”ไม่ต้องการขยาย MOU และ อิหร่า่นต้องยอมรับข้อตกลงสหรัฐ โดยเฉพาะเรืองการป้องกันให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์” นอกจากนี้ยังกดดันให้อิหร่านยอมจำนน และยืนยันมีการเจรจาในทางกับลับระหว่างสหรัฐ กับกลุ่ม IRGC ของอิหร่าน
- ทรัมป์ยังประกาศขู่ โอมาน ซึ่งเป็นประเทศตัวกลางในการเจรจาที่ผ่านมา หากเข้ามาขัดขวางความพยายามของสหรัฐ ในการจัดการช่องแคบฮอร์มุช หลังจากที่ทรัมป์เคยพูดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าช่องแคบฮอร์มุชจะถูครอบครองโดยสหรัฐเท่าน้้น และหากเป็นเช่นนั้นจริง สถานะการณ์จะเปลี่ยเป็น Gulf regional escalation ซึ่งมีผลบวกต่อตลาดน้ำมันและกดดันราคาทองคำได้เป็นอย่างมาก
- คริส ไรสต์ รมตพลังงานสหรัฐ ระบุว่าสหรัฐไม่จำเป็นต้องพึ่งพาน้ำมันอิหร่าน และมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐได้ทำให้ศักยภาพการส่งออกน้ำมันของอิหร่านถูกจำกัดอย่างหนัก ขณะที่รัฐบาล Trump ยังคงใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการทหารเพื่อบีบให้อิหร่านยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐ
- ในด้านช่องแคบฮอ์มุช ข้อมูลล่าสุดของ รอยเตอร์พบว่า เสาร์ทีผ่านมา มีเรือผ่านช่องแคบได้เพียงแค่ 5 ลำ ในขณะที่วันอาทิตย์ไม่มีเรื่อผ่าน (เทียบกับ สุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ มีเรือผ่าน 31 ลำ)
- รอยเตอร์เผยว่า เจ้าหน้าที่สูงสุดของอิหร่านจะเปลี่ยนท่าทีทางการทหาร “การรุกอย่างเต็มรูปแบบ”เนื่องจากความพยายามเจรจาเพื่อยุติสงคราม หยุดชะงักลงและสหรัฐปฎิเสธขยายข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว / อิหร่านระบว่า ยังคงเจรจากกับโอมานเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์ุมช
แรงเขขายพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ทำให้ Bondyield ดีดขึ้น USD แข็งค่าขึ้น… กดดัน ทองคำ
- แรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี อันเป็นความกังวลเรื่องหนี้สาธรณะอเมริกา ส่งผลให้อัตราผลตอบแทน หรือบอนด์ยีลด์ ขยับขึ้นแตะ 5.31% ในวันจันทร์ เพิ่มขึ้นเกือบ 6 เบซิสพอยต์ และเป็นระดับสูงสุดนับจากปี 2007 สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อการใช้จ่ายภาครัฐที่เร่งตัว การระดมออกพันธบัตรอายุยาว ขณะที่เงินเฟ้อยังยืนเหนือเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
- การปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยนักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่อาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน และมีแนวโน้มทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นคงอยู่ในระดับสูงต่อไป นอกจากนี้ ยังมาจาการกู้ยืมของภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้นเพื่อระดมทุนสำหรับการลงทุนในภาคปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงความต้องการซื้อพันธบัตรระยะยาวจากนักลงทุนกลุ่มดั้งเดิมที่ลดลง
- ขณะที่การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่เกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปียังคงผลักดันให้หนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้น
H4/H1 วานนี้ราคาทองคำ ลงมาทดสอบกรอบ 4370-4390 ก่อนจะดีดขึ้นไปทดสอบแนวต้าน4434-4450 (แรวต้านสำคัญ) ตามคาด ราคามีการปรับตัวร่วงลง จากปัจจัยกดดัน จากราคาบวกน้ำมันและ USD ที่กดดันทองคำ วันนี้หากไม่สามารถยืนเหนือ 4400 ได้จะมีโอกาสร่วงลงต่อ แนะนำให้เข้าซื้อราคา ต่ำกว่า 4400
คำแนะนำ
- เปิดสถานะซื้อ กรอบราคา 4330-4357 (รอสัญญาณซื้อ) SL 4300 เพื่อทำกำไรระยะสั้น 4370/4380/4390/4400/4410/4420/4430
แนวรับ 4308 /4278/4246
แนวต้าน 4450/4484/4500


Leave a Reply