Day วานนี้ราคาน้ำมันปรับย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับที่ให้ไว้ 91.492 -93.202 ก่อนที่จะพยายาม Rebound ขึ้นในช่วงเช้าวันนี้(ตามคาด) การย่อตัววานนี้ ปัจจัยสำคัญมาจากสถานะการณ์ ช่องแคบฮอร์มุช ที่เริ่มมีหลายๆประเทศที่เจรจากับอิหร่าน ทยอยส่งเรือน้ำมันผ่านช่องแคบนี้ออกมาได้ ประกอบกับ สก็อตต์ เบสเซนต์ รมต คลังสหรัฐ เผยว่า สหรัฐยินยอมให้อิหรานส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุชนี้ ได้ เพื่อให้มีอุปทานน้ำมันส่งในพื้นๆทีอื่นทั่วโลก หลังจากที่ทรัมป์ผิดหวังกับการเรียกร้องให้นานาชาติส่งเรือรบเช้าช่วยในการโจมตีช่องแคบและอิหร่าน นอกจากนี้ IEA ยังระบุว่า อาจมีการระบายน้ำมันสำรองออกมาเพิ่่มเติม เพื่อสกัด การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอีกด้วย
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 93.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 5.21 ดอลลาร์ หรือ 5.3%
สุถานะการ์ช่องแคบฮอร์มุช เริ่มทยอยเปิดให้เรือน้ำมันแล่นผ่านได้ … ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน
- อิหร่าน : หลังจากที่ อับบาส อารักชี รมตต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุชยังคงเปิดอยู่ซึ่งอยู่วภายใต้การควบคุมของอิหร่าน และจะปิดเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมันและเรือที่เป็นศัตรูของอิหร่านเท่านั้น(สหรัฐ และพันธมิตร) แต่เรืออื่นๆสามารถผ่านได้ตามปกติ และพร้อมให้ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเพื่อเปิดช่องให้กับนานาชาติเข้าเจรจากับอิหร่านเพื่อขอผ่าน
– จีนมีการเจรจากันก่อนหน้านี้ 11 มี.ค. ปล่อยเรือน้ำมันให้กับจีน อย่างน้อย 11.7 ล้านบาร์เรล ผ่านช่องแคบฮอร์มุช ในบรรดาเรือน้ำมัน6 ลำ มี 3 ลำติดธงชาติอิหร่าน และ 3 ลำติดธงชาติจีน
– อินเดีย การพูดคุยทางการทูตโดยตรงกับอิหร่าน มีเรือ LPG ของอินเดีย 2 ลำ ผ่านและเรือบรรทุกน้ำมัน 1 ลำ จากซาอุดิอาระเบีย สามารถแล่นผ่านได้ และเริ่มทยอยผ่านออกมาได้หลายลำ
– ตรุกี รัฐมนตรีคมนาคมออกมายืนยันเองว่าได้รับอนุญาติจากอิหร่่านให้ผ่านได้
– ปากีสถาน มีเรือน้ำมัน Karachi tanker ผ่านช่องแคบได้หลังเจรจากับอิหร่าน
– ซาอุดิอาระเบีย อนุญาติให้เรือน้ำมันซาอุผ่านได้บางลำเท่านั้น - 16 มี.ค. สก็อตต์ เบสเซนต์ รมตคลังสหรัฐ เปิดเผยกับ CNBC ว่า สหรัฐยังคงอนุญาตให้อิหร่านส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป โดยกล่าวว่า “เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านสามารถออกจากพื้นที่ได้แล้ว ซึ่งเราได้อนุญาต เพื่อให้มีอุปทานน้ำมันส่งไปยังหลายๆพื้นที่
ทรัมป์ผิดหวัง นานาประเทศปฎิเสธการส่งเรือรบเข้าช่วยสหรัฐ เปิดทางช่องแคบฮอร์มุช … ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน
- 5 ประเทศ (อังกฤษ จีน ญีุ่ปุ่น ฝรั่งเศส เกาหลีใต้)ออกมาปฎิเสธข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่จะให้ส่งเรือรบเข้าช่วยสหรัฐในการเปิดช่องแคบฮอร์มุช
– ข้อปฎิเสธ 5 ประเทศ
– อังกฤษ : โฆษกกลาโหมอังกฤษ “กำลังหารือกับพันธมิตรและหุ้นส่วน เพื่อรับประกันความปลอดภัยการขนส่งทางเรือในภูมิภาค
– จีน : สถานฑูตจีน จีนเรียกร้องให้ยุติการสู้รบ โดยทุกฝ่ายมีหน้าที่ในการรับประกัน จัดหาพลังงานที่มันคงและไม่ติดขัด
– ญี่ปุ่น : เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น แถลงกับสื่อท้องถิ่น “ญี่ปุ่นจะไม่ส่งเรือเพียงเพราะทรัมป์ร้องขอ ญี่ปุ่นจะตัดสินใจตอบโต้ด้วยตนเอง และการตัดสินใจอย่างอิสระเป็นเรืองสำคัญ”
– ฝรั่งเศศ : กระทรวงต่างประเทศฝรังเศส โพส “จะไม่มีการส่งเรือไป เรือบรรทุกเครื่องบินฝรั่งเศสยังอยู่ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกอยุ่”
– เกาหลีใต้ : ประธานาธิปดีเกาหลีใต้ “จะพิจารณาข้อเรียกร้อง ของทรัมป์อย่างรอบคอบ และจะสื่อสารใกล้ชิดกับสหรัฐ” - ทรัมป์ เรียกร้องให้ Nato เข้าช่วยเปิดเส้นทางเดินเรือหลัง ถูกปฎิเสธจาก 5 ชาติ ล่าสุด Nato ออกมายืนยัน จะไม่มีการปฏฺบัติการทางทหารร่วมในช่องแคบฮอร์มุช โดยให้เหตุผลหลัก
– สงครามกับอิหร่าน ไม่ได้เกิดจาก NATO ทั้งองค์กร
– เป็นการปฏิบัติการของ สหรัฐ + อิสราเอล
หลายประเทศในยุโรป (เยอรมนี อังกฤษ อิตาลี ) ปฎิเสธที่จส่งเรือรบและไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่าน / 17 มี.ค. อิตาลี ประกาศถอนกำลังบางส่วนในตะวันออกกลางที่ประจำอยู่ฐานทัพสหรัฐในอิรัก (ทหารทั้งหมด 141 นาย : 102 ส่งกลับอิตาลี และ 40 นายส่งไปจอร์แดน) เนื่องจากป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตีขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน - ทรัมป์ยังคงไม่พอใจต่อท่าทีหลายประเทศ ยังไม่ได้ให้คำ มั่นชัดเจนต่อข้อเรียกร้อง และปฎิเสธการช่วยเหลือ เวลาต่อมา ทรัมป์เปิดเผยว่าได้ขอให้จีนเลื่อนการจัดการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ออกไปประมาณหนึ่งเดือน โดยให้เหตุผลว่าเขาจำเป็นต้องอยู่ในกรุงวอชิงตันเพื่อกำกับดูแลสถานการณ์สงครามกับอิหร่านอย่างใกล้ชิด
เปิดระบายน้ำมันสต็อกออกมาแก้ปัญหาวิกฤติน้ำมันในฮฮร์มุช… ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน
- 17 มี.ค. IEA ระบุว่า แม้ว่าจะปล่อยน้ำมันสต็อก 400 ล้านบาร์เรลแล้ว แต่ยังมีน้ำมันฉุกเฉินประมาณ 1.4 พันล้านบาร์เรลเหลืออยู่ ซึ่งหากนับรวม(คลังรัฐบาล + เอกชน) รวม ยังปล่อยเพิ่มได้ถึง 1.8 พันล้านบาร์เรล
- 11 มี.ค. IEA ประกาศจะระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉิน คร้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ รวม 400 ล้านบาร์เรล หลังจากที่มีการประชุมฉุกเฺฉินของสมาชิก 32 ประเทศของ IEA โดยมาจาก
– คลังน้ำมันรัฐบาล 271.7 ล้านบาร์เรล
– คลังสำรองของภูมิภาคอุตสาหกรรม 166.6 ล้านบาร์เรล
โดยน้ำมันดังกล่าวจะเข้าสู่ตลาดในเอเซียทันที และ ปลายเดือน มี.ค. จะเข้าสู่ตลาดยุโรปและอเมริกา - สหรัฐ ประกาศระบายน้ำมันสำรองจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ 172 ล้านบาร์เรล โดยจะเริ่มปล่อยออกมาในวันนี้ 16 มี.ค. และใช้เวลา 120 วันในการปล่อยสต็อกออกมาทั้งหมด
- สก็อตต์ เบสเซนต์ รมต คลัง สหรัฐ ยืนยันมาตราการระยะสั้น อนุญาตชั่วคราวให้สามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเล (ไม่อนุญาติให้สั้งซื้อน้ำมันในการผลิตใหม่) โดย ครอบคลุมน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันจากรัสเซียที่บรรทุกขึ้นเรือก่อนเวลา 00.01 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ และอนุญาตให้ซื้อขายได้จนถึงเวลา 00.01 น. ของวันที่ 11 เม.ย
– ปริมาณน้ำมันรัสเซียอยู่ระหว่างการขนส่ง 124 ล้านบาร์เรล กระจาย 30 จุด เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมัน 5-6 วัน - การไม่อนุญาติใหม่มีการสั่งซื้อน้ำมันใหม่จากรัสเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียมีรายได้จาก ภาษีที่จัดเก็บตั้งแต่ขั้นตอนการสกัดน้ำมัน / ก่อนหน้านี้ ได้ยกเว้นให้อินเดียสามารถซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียเป็นเวลา 30 วัน
- กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือกลุ่ม G7 และสหภาพยุโรป (EU) ยังคงใช้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียจากกรณีบุกยูเครนในปี 2022 โดยกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียไว้ที่ 44.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน EU ยังให้คำมั่นว่าจะยุติการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียทั้งหมดภายในสิ้นปี 2027
H4/H1 ราคาเคลื่อนไหวออกข้างบริเวณ Channel Uptrend และปรับตัวร่วงลงมาอยู่กรอบ Channel Uptrend เริ่มปรากฎแรงายสลับกลับลงมา ในขณะที่ H1 เริ่มปรากฎสัญญาณ Bearish Divergence มีโอกาสที่ราคาจะปรับย่อตัวลงมา
คำแนะนำ
- เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย) กรอบ 98.086-100.764 / SL 100.900 เพื่อทำกำไรที่่ เพื่อทำกำไร 97500/96.400/95.182/94.607/63.316/92.177/92.155
แนวรับ 77.674/75.564/69.274
แนวต้าน 100.679/112.593/100.540


Leave a Reply