Day ศุกร์ที่ผานมาราคาทองคำปรับตัว – $74.07 เป็นการร่วงลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 ปัจจัยจากการแข็งค่าของ USD(DXY) โอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้เริ่มน้อยลง หลังจากที่ เงินเฟ้อมีโอกาสที่จะพุ่งสูงขึ้น จากปัจจัยราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุช แม้ว่า EIA และสหรัฐจะเริ่มปล่อยสต็อกน้ำมันออกมาในตลาดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในอาทิตย์นี้ (ตลาดจับตาดูว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้มากแค่ไหน) + อิหรา่นเริ่มผ่อนปรนเปิดช่องแคบให้สำหรับเรือบรรทุกน้ำมันที่ไม่ใช่ศัตรูอิหร่าน (สหรัฐ + พันธมิตรสหรัฐ)ผ่านได้ นักวิเคราะห์ กล่าวว่าหากสงคราม(การปิดช่องแคบ) ยุติลงโดยเร็ว จะมีโอกาสที่เฟดจะปรับลดอกเบี้ยลงในปีนี้ เนื่องจากปัจจัยการจ้างงานที่ยังคงชะลอตัว แต่หากสงคราม(การปิดช่องแคบ)ยืดเยื้อ จะทำให้การตัดสินใจของเฟดซับซ้อนและยากขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อระดับสูง + การจ้างงานทีอ่อนค่าลง
การปรับลดเที่ยวบินในดูไบ ส่งผลให้การขนส่งทองคำจากการค้าสำคัญในแหล่ง เป็นไปได้ยากขึ้น ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ คือถ้อยแถลง ของ อูดะ ประธาน BOJ จะส่งสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยการประชุมครั้งหน้าเดือน เม.ย. หรือไม่ เพราะจะเป็นปัจจัยช่วยกดดัน USD(DXY) ในขณะทีตลาดคาดการณ์ว่า ทั้ง เฟด และ BOJ จะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้
สถานะการณ์ในช่องแคบฮอร์มุช จะเป็นตัวกำหนดโอกาสการปรับดอกเบี้ย ... หากสถานะการณ์ยืดเยื้อเฟดอาจต้องตัดสินใจเลือนลดดอกในปีหน้า แต่หากยุติเร็วอาจลดดอกในปีนี้
- อิหร่านเปิดช่องการเจรจา กับประเทศที่ไม่ใช่ศักรูเพื่อผ่านช่องแคบฮอร์มุช อับบาส อารักชี รมตต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุชยังคงเปิดอยู่ซึ่งอยู่วภายใต้การควบคุมของอิหร่าน และจะปิดเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมันและเรือที่เป็นศัตรูของอิหร่านเท่านั้น(สหรัฐ และพันธมิตร) แต่เรืออื่นๆสามารถผ่านได้ตามปกติ และพร้อมให้ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค
- 16 มี.ค.หลายประเทศเริ่มเดินหน้าเจรจากับอิหร่านของเรือผ่าน
– อินเดีย การพูดคุยทางการทูตโดยตรงกับอิหร่าน มีเรือ LPG ของอินเดีย 2 ลำ ผ่านช่องแคบสำเร็จหลังการเจรจา รวมไปถึงเรือบรรทุนมันไปอินเดีย1 ลำ จากซาอุดิอาระเบีย
– ฝรังเศส และ อิตาลี่ เปิดการเจรจากับอิหร่าน โดยขอให้เรือยุโรปผ่านช่องแคบอย่างปลอดภัย
– จีนมีการเจรจากันก่อนหน้านี้ 11 มี.ค. ปล่อยเรือน้ำมันให้กับจีน อย่างน้อย 11.7 ล้านบาร์เรล ผ่านช่องแคบฮอร์มุช ในบรรดาเรือน้ำมัน6 ลำ มี 3 ลำติดธงชาติอิหร่าน และ 3 ลำติดธงชาติจีน
– ตรุกี ประกาศว่าเรือที่เกี่ยวข้องกับตุรกีได้รับอนุญาตผ่านช่องแคบ หลังการประสานกับอิหร่าน
– หลายๆประเทศพยายามติดต่ออิหร่านเพื่อขอให้เรือของตนผ่านได้ - ประเทศพันธมิตรสหรัฐ เริ่มปฎิเสธการช่วยส่งเรือตนเองคุ้มกันตามสหรัฐร้องขอ 14 มี.ค. ทรัมป์ออกมาเรียกร้องให้ประเทศที่ต้องมีเรือน้ำมัน่ผ่านช่องแคบฮอร์มุช และ 5 ประเทศ ทั้ง จีน เกาหลีใต้ ญีุปุ่น ฝรั่งเศส และอังกฤษ ตลอดจนชาติอื่นๆร่วมรับผิดชอบ ด้วยการส่งเรือรบเข้าคุ้มครองช่องแคบฮอร์มุช แน่นอนกว่าเกือบ 5 ชาติปฎิเสธ
– อังกฤษ : โฆษกกลาโหมอังกฤษ “กำลังหารือกับพันธมิตรและหุ้นส่วน เพื่อรับประกันความปลอดภัยการขนส่งทางเรือในภูมิภาค
– จีน : สถานฑูตจีน จีนเรียกร้องให้ยุติการสู้รบ โดยทุกฝ่ายมีหน้าที่ในการรับประกัน จัดหาพลังงานที่มันคงและไม่ติดขัด
– ญี่ปุ่น : เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น แถลงกับสื่อท้องถิ่น “ญี่ปุ่นจะไม่ส่งเรือเพียงเพราะทรัมป์ร้องขอ ญี่ปุ่นจะตัดสินใจตอบโต้ด้วยตนเอง และการตัดสินใจอย่างอิสระเป็นเรืองสำคัญ”
– ฝรั่งเศศ : กระทรวงต่างประเทศฝรังเศส โพส “จะไม่มีการส่งเรือไป เรือบรรทุกเครื่องบินฝรั่งเศสยังอยู่ที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกอยุ่”
– เกาหลีใต้ : ประธานาธิปดีเกาหลีใต้ “จะพิจารณาข้อเรียกร้อง ของทรัมป์อย่างรอบคอบ และจะสื่อสารใกล้ชิดกับสหรัฐ” - 14 มี.ค. Alireza Tang Siri ผู้บรรชาการกองทัพเรืออิหร่าน ออกมาระบุว่า “สหรัฐไม่มีการจัดเรือคุ้มกันความปลอดภัยให้กับเรือบรรทุกน้ำมันตามที่ทรัมป์อ้าง “
สัปดาห์นี้เริ่มมีการปล่อย สต็อกน้ำออกมาช่วยวิกฤตน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุช ตลาดจับตาการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนวิกฤตน้ำมันทั่วโลก… หากออกมาในเชิงบวกจะลดการชะลอตัวเงินเฟ้อ เพิ่มโอกาศลดดอกในปี … ปัจจัยบวกต่อทองคำ
- 11 มี.ค. IEA ประกาศจะระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉิน คร้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ รวม 400 ล้านบาร์เรล หลังจากที่มีการประชุมฉุกเฺฉินของสมาชิก 32 ประเทศของ IEA โดยมาจาก
– คลังน้ำมันรัฐบาล 271.7 ล้านบาร์เรล
– คลังสำรองของภูมิภาคอุตสาหกรรม 166.6 ล้านบาร์เรล
โดยน้ำมันดังกล่าวจะเข้าสู่ตลาดในเอเซียทันที และ ปลายเดือน มี.ค. จะเข้าสู่ตลาดยุโรปและอเมริกา - สหรัฐ ประกาศระบายน้ำมันสำรองจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ 172 ล้านบาร์เรล โดยจะเริ่มปล่อยออกมาในวันนี้ 16 มี.ค. และใช้เวลา 120 วันในการปล่อยสต็อกออกมาทั้งหมด
- สก็อตต์ เบสเซนต์ รมต คลัง สหรัฐ ยืนยันมาตราการระยะสั้น อนุญาตชั่วคราวให้สามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเล (ไม่อนุญาติให้สั้งซื้อน้ำมันในการผลิตใหม่) โดย ครอบคลุมน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันจากรัสเซียที่บรรทุกขึ้นเรือก่อนเวลา 00.01 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ และอนุญาตให้ซื้อขายได้จนถึงเวลา 00.01 น. ของวันที่ 11 เม.ย
– ปริมาณน้ำมันรัสเซียอยู่ระหว่างการขนส่ง 124 ล้านบาร์เรล กระจาย 30 จุด เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมัน 5-6 วัน - ** ไทยเริ่มมีการเจรจาของซื้อน้ำมันรัสเซียกลางทะเล ในครั้งนี้ด้วย
- การไม่อนุญาติใหม่มีการสั่งซื้อน้ำมันใหม่จากรัสเซีย เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียมีรายได้จาก ภาษีที่จัดเก็บตั้งแต่ขั้นตอนการสกัดน้ำมัน / ก่อนหน้านี้ ได้ยกเว้นให้อินเดียสามารถซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียเป็นเวลา 30 วัน
- กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือกลุ่ม G7 และสหภาพยุโรป (EU) ยังคงใช้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียจากกรณีบุกยูเครนในปี 2022 โดยกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียไว้ที่ 44.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน EU ยังให้คำมั่นว่าจะยุติการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียทั้งหมดภายในสิ้นปี 2027
ประกาศตัวเลขเศรษกิจในสหรัฐยังคงแข็งแกร่งแม้ Advance GDP Q4 ออกมาแย่แต่โดยรวมยังอยู่ในเป้าหมาย GDP เติบโต 2.0 …. ปัจจัยบวกต่อ USD กดดัน ทองคำ
- 13 มี.ค.ประกาศตัวเลข การใช้จ่ายผู้บริโภคสหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนม.ค. ท่ามกลางเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมีความเสี่ยงจะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้ตลาดเพิ่มคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อนเดือนก.ย. … บวกต่อ USD กดดัน GBP
– กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ระบุว่าการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดเล็กน้อย แต่ข้อมูลเศรษฐกิจอื่น ส่งสัญญาณถึงความเสี่ยงด้านลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) (ประมาณการครั้งที่ 2) ในไตรมาส 4/2025 ชะลอตัวลงมากกว่าประเมินการครั้งแรก
– (GDP) ไตรมาส 4 /2025 (ประมาณการครั้งที่ 2) ขยายตัวเพียง 0.7% เมื่อคำนวณในอัตรารายปี ลดลงจากประมาณการครั้งแรกที่คาดว่าจะขยายตัว 1.4% เนื่องจากการปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลที่ยาวนานเป็นประวัติการณ์ ซึ่งกดดันการใช้จ่ายของภาครัฐ และส่งผลให้ GDP ของสหรัฐฯ ลดลง หลังจากขยายตัวในอัตรา 4.4% ในไตรมาสที่ 3 … แต่ยังคงอยู่ในระดับเป้าหมาย 2.0
– ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายปี และ 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน (Core PCE) เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน
ตลาดจับตาถ้อยแถลง ของ BOJ และ ECB โอกาสจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ในเดือน เม.ย. ซึ่งจะเป็นเหตุในการกดดัน USD (DXY) ให้ชะลอการแข็งค่าลงได้บ้าง
- นักเศรษฐสาสตร์ เผย สำรวจ มีโอกาสมากกว่า 1 ใน 3 หรือมีโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยก่อน ECB คาดการณ์ว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน เม.ย. ด้วยเหตุผล เงินเฟ้อในญี่ปุนพุ่งสูง ค่าเงินเยนอ่อนค่า และราคาน้ำมัน ยังคงพุ่งสูง จากการปิดช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งญีุปุ่นยังคงต้องพึ่งพาน้ำมันใน OPEC / แต่ 2 ใน 3 คาดว่าการขึ้นดอกเบี้ยในญีุ่ปนยังคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงเปราะบาง และการขึ้นดอกเบี้ยเร็วอาจจะกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญุี่น
- ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า มีโอกาสที่ ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน เม.ย.หากราคาน้ำมันยังคงสูงอยู่ แต่โอกาสที่จะปรับขึ้นในช่วงกลางปี (ประมาณ ก.ค.)ยังคงมีมากกว่า
H4/H1 สิ้นสุดโครงสร้างเทรนด์ขาขึ้นระยะสั้น H4 ราคาหลุดทะลุ Channel Uptrend ลงมา ราคาเคลื่อนไหวในกรอบ sideway ใหญ่ 5022 – 5200 เช้าวันนี้ราคาร่วงลงมาต่ำกว่าระดับ $5000 เป็นครั้งที่ 2 ในเดือนมี.ค. ในขขณะเดียวกันเริ่มมีการยกตัวของสัญญาณ Bullsih Divergence TF H1
คำแนะนำ
- เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย )ที่กรอบ 5068-5036/SL 5075เพื่อทำกำไร 5026/5008/5000/4988/4978/4966/4940
- เปิดสถานะซื้อ (หากราคาไม่สามารถ rebound ขึ้นได้ก่อน + รอสัญญาณการซื้อ) ทีกรอบ 4940-4911 เพื่อทำกำไร 4950/4960/4970/4980/4990/5000/5010/5020/5030/5040/5050
แนวรับ 4967/4940/4911
แนวต้าน 5371/5128/5191

ปฎิทินเศรษฐกิจ 16 มี.ค.2569

บทวิเคราะห์ข่าว
- ติดตามประกาศดัชนีภาคการผลิต เขตนิวยอร์ก หากตัวเลขออกมาดีกว่าเดือนที่ผ่านมาจึงจะเป็นผลดีต่อ USD และกดดันทองคำ แต่หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าด จะเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำเล็กน้อย

Leave a Reply