Day ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นมากตามรูปแบบ Hamonic Shark Pattern (ตามคาด) ปัจจัยสำคัญมาจากความกังวลเกี่ยวกับสถานะการณื ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลัง สหรัฐ-อิหร่าน เพิ่มกิจกรรมทางการทหารในภูมิภาค ทรัมป์ยังมีการเตือน อิหร่าน “มีเวลาไม่เกิน 10-15 วันในการบรรลุขอตกลงนิวเคลียร์ มิฉะนั้นจะเกิดส่งเลวร้าย” รวมถึงการเสริมกำลังทหารสหรัฐเข้าสู่ตะวันออกกลาง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 66.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.9%
ทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านภายใน 10 -15 วันหากดึงเช็งไม่บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ …. ปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน
- 19 ก.พ.ทรัมป์เตือนอิหร่าน ” ต้องบรรลุข้อตกลงใหม่เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์กับสหรัฐฯภายในระยะเวลา 10–15 วัน มิฉะนั้น “จะเกิดผลลัพธ์ที่เลวร้าย/รุนแรง” ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ของ การดำเนินการทางทหาร”
– อิหร่านยังไม่ยอมรับข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐ ตามความเห็นของ JD Vance ซึ่งให้เวลา 2 สัปดาห์ในปรับ่จุดยืนอิหร่านให้ใกล้เคียงมากขึ้น - 19 ก.พ. กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้เพิ่มการส่งกำลังทหารในตะวันออกกลางอย่างมากซึ่งเป็นกองกำลังที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
– เรือบรรทุกเครื่องบินหลายลำ (เช่น USS Gerald R. Ford, USS Abraham Lincoln)
– เรือพิฆาต, เครื่องบินรบ, ระบบต่อต้านอากาศยาน
-กองกำลังหนุนกำลังรบอื่น ๆ พร้อมปฏิบัติการใกล้พื้นที่อ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน - 20 กพ อิหร่านออกจดหมายเตือนสหรัฐ “หากสหรัฐโจมตี อิหร่านจะตอบโต้ ฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯในภูมิภาค ซึ่งจะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม”
- 20 กพ มีรายงานเกี่ยวกับการซ้อมรบ ทางทะเล ระหว่าง “รัสเซีย-อิหร่าน”ในอ่าวโอมาน
- 19 กพ รมต ต่างประเทศ มาโก รูบิโ เตรียมเดินทาง พบ นายกรัฐมนตรี อิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ในวันที่ 28 ก.พ.
- ทั้งนี้สหรัฐ และ พันธมิตร ให้ความสำคัญกับ
– โปรแกรมนิวเคลียร์ของอิหร่าน (โดยเฉพาะการเข้มข้นยูเรเนียม)
– โปรแกรมขีปนาวุธและระบบโจมตีระยะไกล ของอิหร่าน
– การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค
– อิหร่านยืนกรานว่าบางเรื่องเป็น “เส้นแดง” และไม่ยอมเจรจา ยิ่งทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อและมีความเสี่ยงสูงขึ้น
——————————– - 17 ก.พ. หลังการเจรจา อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านและสหรัฐบรรลุความเข้าใจในหลักการสำคัญร่วมกันบางประการแล้ว แต่ยังมีประเด็นที่ต้องเจรจาต่อไป อีทั้งยังแสดงความเห็นว่าการประชุม เป็นไปในทิศทางที่่ดี
- 18 ก.พ. รองประธานาธปิดี JD Vance แถลง “อิหร่าน ไม่ยอมรับข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐ พร้อมให้เวลา 2 สัปดาห์ในการปรับจุดยืนให้ใกล้เคียงกันมากขึ้น”
- ประเด็นข้อเรียกร้องหลักที่เป็นปัญหา
– การจำกัดโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมด / การเข้าตรวของ IAEA / การยกเลิก – ผ่อนคลาย มาตราการคว่่ำบาตรของสหรัฐ / บทบาทหารสหรัฐในตะวันออกกลาง - 18 ก.พ. บริษัทที่ปรึกษาด้านการเมือง Eurasia Group ประเมินว่า “มีโอกาส 65% ที่สหรัฐจะโจมตี อิหร่าน ภายในสิ้นเดือน เม.ย.” *** หากเกิดการปะทะ จะกระทบต่อเส้นทางขนส่งนำ้มันโลก 15-20%
- ระหว่างการประชุม อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราวเมื่อวันอังคาร เพื่อซ้อมรบด้วยกระสุนจริง ซึ่งถือเป็นการแสดงแสนยานุภาพที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ขณะที่คณะผู้แทนเจรจาของอิหร่านกำลังหารือกับสหรัฐเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ที่ยังเป็นข้อพิพาท การซ้อมรบครั้งนี้นำไปสู่การที่อิหร่านปิดเส้นทางเดินเรือที่สำคัญเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับน้ำมันและพลังงานของโลก(16-17 ก.พ.) การซ้อมรบนี้มีชื่อว่า “Smart Control of the Strait of Hormuz” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทดสอบความพร้อมของหน่วยเรือและการตอบโต้ต่อ “ภัยคุกคามทางความมั่นคงและทหาร”นับตั้งแต่สหรัฐ เริ่มข่มขู่และส่งกำลังทหารเข้าสู่ภูมิภาค
- ทั้งนี้ยังคงไม่มีรายละเอียดของการประชุม คาดกว่าเอกสารการประชุมจะออกมาหลังจากนี้
– สหรัฐต้องการให้อิหร่าน “ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมด” แต่
– อิหร่าน พร้อมตกลงประนีประนอมกับสหรัฐ ในเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์ แลกกับการที่สหรัฐ ต้องยกเลิก มาตราการคว่ำบาตรอิหร่านทั้งหมด
– ยืนยัน”สามารถลดสมรรถนะยูเรเนียมจาก ร้อยละ 60 เหลือ ร้อยละ 20 ได้ (เพื่อไว้สำหรับ ผลิตไฟฟา และการแพทย์ ภายใต้กรอบ IAEA International Atomic Energy Agency )
– ไม่สามารถขนย้าย ยูเรเนียม สมรรถนะสูงในคลัง มากกว่า 400 Kg (ตามช้อตกลง 2568) ไม่ขอเจรจาเรื่องนี้ และไม่สามารถ ยกเลิก การทำ ขีปนาวุธทิ้งตัว ได้ - สหรัฐเพิ่มแรงกดดัน เคลือน กองเรือบรรทุกเครื่องบินใหญ่ที่สุดในโลก USS Geral R Ford สมทบกับ USS Abraham Lincoln ในทะเลตะวันออกกลาง หากการเจรจาไมเป็นผล
- ภายใน 2 สัปดาห์นี้ จับตาดู ท่าทีของ OPEC+ จะเพิ่มกำลังการผลิตหรือไม่ / การซ้อมรบ และการปิดเส้นทางการเดินเรือของอิหร่าน / ความเคลื่อนไหวกองเรือสหรัฐในตะวันออกกลาง ตลอดจน ถ้อยแถลงเพิ่มเติมจาก ทำเนียบขาว
ปฎิกิริยารัสเซีย หลังเทการประชุมสันติภาพ รัสเซีย-ยูเครน … ปัจจัยบวกต่อนำ้มัน
- รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ กล่าวในรายการสัมภาษณ์กับสื่อว่า “มาตรการของสหรัฐฯ เช่นการ คว่ำบาตรบริษัทน้ำมันใหญ่ของรัสเซีย (เช่น Rosneft และ Lukoil) และความพยายามขัดขวางพันธมิตรอย่างอินเดียจากการซื้อ น้ำมันรัสเซีย เป็นการ “พยายามผลักรัสเซียออกจากตลาดพลังงานโลก
- เขาแสดงความเห็นว่าทรัมป์พูดถึงความร่วมมือและการแก้ปัญหาความขัดแย้งกับรัสเซีย แต่ในทางปฏิบัติ การกระทำกลับสวนทางกับคำพูดนั้น.
- กพ. การเจรจาสันติภาพ ระหว่าง รัสเซีย – ยูเครน โดยมีสหรํฐ แบบไตรภาคีสิ้นสุดลงวานนี้(ทั้งที่ควรจะสิ้นสุดในวันนี้) โดยไม่มีการแถลงการณ์ร่วม และกรอบเวลาในการเจรจารอบถัดไป
- ประเด็นความขัดแย้ง
– เส้นแบ่งเขตแดนและดินแดนพิพาท
รัสเซียต้องการรับรองพื้นที่ตนควบคุมอยู่ แต่ยูเครน ต้องการอธิปไตยเต็มรูปแบบ
– เงื่อนไขการหยุดยิงระยะยาว
ไม่มีการระบุ รูปแบบการตรวจสอบการหยุดยิง และ ผู้ค้ำประกันความมั่นคง และไม่กำหนด บทบาทของกองกำลังต่างชาติ
– มาตราการคว่ำบาตรรัสเซีย
รัสเซ๊ย ต้องการให้มีการผอ่นคลายบางส่วน แต่ยูเคนและพันธมิตรยุโรป ยังไม่พร้อมที่จะผ่อนคลาย หรือยกเลิก
H4/H1 ราคาน้ำมันดีดขึ้นมา(ตามคาด) แตะกรอบ 66.115-67.147 ซึ่งทะลุ BOS สามารถกลับมารักษาโทรงสร้างเทรนดขาขึ้นได้ ทั้งนี้เริ่มปรากฎสัญญาณ Bearish Divergence มีโอกาสที่ราคาจะปรับย่อตัวลงเพื่อขึ้นต่อ
คำแนะนำ
- เปิดสถานะขาย (รอสัญญาณขาย)ที่กรอบ 66.115-67.147 / SL 67.900 เพื่อทำกำไร ที่ 65.584/65.178/64.733/64.500/63.996
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ ) กรอบ 65.235-64.737 / SL 64.300 เพื่อทำกำไรที่่ เพื่อทำกำไร 65.313/65.394/65.528/65.633/65.707/65.872/66.022
แนวรับ 62.059/61.467/60.866
แนวต้าน 67.145/68.043/69.002

ปฎฺิทินข่าวเศรษฐกิจ 20 ก.พ.2569

บทวิเคราะห์ข่าว
- ปริมาณน้ำมันดิบ ลดลง 9.0 ล้านบาร์เรล เมื่อเทียบสัปดาห์ก่อน ทำให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 419.8 ล้านบาร์เรล
– การผลิตน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย อยู่ที่ 13.74 ล้านบาร์เรลต่อวัน ใช้กำลังกลั่นสูงึง 90% ของกำลังการผลิตทีสามารถทำได้ - เบนซิน ปรับลดลง -3.2 ล้านบาร์เรล / ดีเซล ลดลง -4.6 ล้านบาร์เรล
- บ่งชี้อุปสงค์ยังคงแข็งแรง โรงกลั่นทำงานอย่างเต็มที่ สต็อกคงคลัง ยังอยู่ลดลง …ปัจจัยบวกต่อน้ำมัน

Leave a Reply