ภาพรวมราคา WTI ปี 2568 ตลอดทั้งปี ราคาน้ำมัน ลดลง – 16.58 ดอลลาร์/ บาร์เรล (-22.4 % ตลอดทั้งปี)
– สร้าง High สูงสุดในเดือน ม.ค. 80.717 ก่อนจะปรับตัวร่วงลงมา ที่ 57.892 ในเดือน เม.ย. โดยปัจจัยสำคัญมาจาก อุปทานตลาดเพิ่มขึ้น หลังจากกลุ่ม OPEC+ ประกาศงดการลดกำลังการผลิต(ที่เคยวางไว้ในปี 2567) โดยเปลี่ยนเป็นเพิ่มเป้าการผลิตแทน / ปัจจัยเสี่ยง จากสงครามการค้า ที่ทรัมป์ประกาศขึ้น ส่งผลให้ แต่ละชาติมีความกังวลในเรื่องการเติบโตเศรษฐกิจ และลดความต้องการน้ำมันลงไป ยิ่งส่งผลให้ สต็อกน้ำมั้นดิบใน Q1 ปี 2025 ปรับตัวสูงขึ้น
– ราคามีการ Rebound ขึ้นในเดือน พ.ค.-มิ.ย. ที่ระดับราคา 79.087 จากปัจจัยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ในตะวันออกกลางระหว่าง อิหร่าน – อิสราเอล มีการปิดช่องแคบ ฮอร์มุซ์ ทำให้ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาดันขึ้นเพียงชั่วคราว ท้ายที่สุดกลับไม่มีการหยุดชะงักจริง ส่งผลให้ราคาน้ำมัน ปรับตัวร่วงลงในเดือนถัดไปถึงสิ้นปี
– ราคาน้ำมันปรับตัวร่วง่ลงแตะระดับ 57.987 ตั้งแต่ ส.ค.- ธ.ค. ตลาดกลับมาเผชิญอุปทานที่เกินความต้องการอย่างต่อเนื่อง ทั้ง OPEC+ และกลุ่มนอก เช่นสหรัฐ เน้นการผลิตน้ำมันระดับสูง , ซาอุฯ ปรับลดราคาน้ำมันให้กับลูกค้า เอเซีย สะท้อนน้ำมันล้นตลาดในช่วงปลายปีที่ผานมา นอกจากนี้อุปสงค์ความต้องการน้ำมันยังคงหดตัว จากความไม่แน่นอนในสงครามการค้า โดยเฉพาะความต้องการจากจีน (ในฐานะผู้นำเข้านำมันรายใหญ่สุด) กลับมีความต้องการน้ำมันที่น้อยลงมาก นอกจากนี้ความแข็งค่าของ USD ในเดือน พ.ย.ยิ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน ประกอบกับความตึงเครียดในหลายภูมิศาสตร์เริ่มผ่อนคลาย ทั้ง ในตะวันออกกลาง (ข้อกำหนดหยุดยิงในฉนวนกาซ๋า) , ข้อตกลงสันติภาพในยูเครน ที่ใกล้ 90%
แนวโน้มราคานัำมันปี 2569 คาดราคาน้ำมันยังคงมีโอกาสปรับสร้าง Low ใหม่ในลักษณะ Sideway Down ปัจจัยการกดดันราคามาจาก
– อุปทานทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้ง OPEC+ และผู้ผลิตนอกกล่ม คาดจะได้เห็น ภาวะ Over Supply อย่างชัดเจนขึ้น
– อุปทานมีการฟื้นตัวช้า และไม่สม่ำเสมอ การเติบโตเศรษฐกิจทั่วโลก คาด ชะลอตัว / การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานไฟฟ้า EV กดดันราคาน้ำมันระยะกลาง
– โครงสร้างเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและความไม่แน่นอนด้านการค้าการลงทุน ทั้งใน สหรัฐ ยุโรป จีน
– ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ อาจทำให้ราคามันทรงตัวและพุ่งขึ้นได้บางจังหวะ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง, ความขัดแย้งในแถบยูเครน (กลับมา) , หรือมาตรการคว่ำบาตรต่อผู้ผลิตรายใหญ่ (หากข้อตกลงไม่บรรลุผล) อาจกระตุ้นให้ราคาเหวี่ยงขึ้นชั่วคราว
– การอ่อนค่าของ USD จากนโยบายการเงินสหรัฐ อาจทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นได้ในฐานะสินทรัพย์ มีการกำนหดราคาซื้อขาย หน่วยดอลลาร์
—————————————————————————
Day วันนี้ ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นหลังจากการอ่อนค่าของ USD หลังจาก Fed ตัดสินใจเพิ่มการอัดฉีดเงินเข้าระบบธนาคารพาณิชย์สหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน ราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยจากช่วงปีใหม่ที่ปรับย่อตัวลง หลังโอกาสที่สันติภาพในยูเครน เริ่มบรรลุผล ซึง่อาจทำให้อุปทานเพิ่มขึ้นในตลาดจากการยกเลิกมาตราการคว่าบาตรรัสเซีย
Fed เพิ่มเงินอัดฉีดเข้าระบบ 31.5 พันล้าน … ปัจจัยกดดัน USD ปัจจัยบวกต่อ น้ำมัน
- 31 ธ.ค. Fed ประกาสอัตดฉีดสภาพคล่อง ต่อเนื่อง อีก 31.5พันล้านดอลล่า สำหรับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ + 43.1 พันล้านดอลลาร์ เป็นหลักประกัน MBS (Mortgage-Backed Securities ธนาคารนำมาค้ำเพื่อกู้เงินสด)
- ก่อนหน้านี้ 22 ธ.ค. Fed ประกาศอัดฉีดสภาพคล่อง วันนี้ 6.8 พันล้านดอลลาร์ ด้วยการซื้อพันธบัตรระยะสั้น(อายุ 4-12 เดือน) Bill Purchase .ส่งผลให้ยอดรวม การเข้าซื้อพันธบัตร 10 วัน ตึ้งแต่วัน 12 ธ.ค –ปัจจุบัน อยู่ที่ 74.6พันล้านดอลลาร์ ปัจจัยสำคัญในการอัดฉีดเงินเข้าระบบธนาคารสหรัฐ คือต้องการเสริมสภาพคล่อง ในช่วงปลายปี สาเหตุมาจาก
– Year- end balance Sheet tightening (ทุกธนาคารจะมีการ ล็อกงบดุลสิ้นปี เพื่อถือเงินสด
– กองทุน / Primary Dealer (สถาบันการเงิน) ต้องการจัดงบดุ
– ธนาคารลดการปล่อยเงินข้ามปี
– Treasury insurance + tax flows +เงินปันผล ทำให้เงินออกจากระบบ - *** ปลายปี ธนาคารปรับงบดุลให้แข็งแรงสุด ด้วยการลดปล่อยกู้ เน้นถือเงินสดไว้ ไม่ทำ Repo è Repo rate พุ่ง+ สภาพคล่องระยะสั้นหายไป
ข้อตกลงสันติภาพใกล้บรรลุ แต่รัสเซียเริ่มเดินเกมส์รวน … ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน
- 1 ม.ค. เซเลนสกี้ กล่าวสุนทรพจน์วันขึ้นปีใหม่ ข้อตกลงสันติภาพ (Peace Deal)” ที่มีการเจรจาอยู่ภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐฯ และพันธมิตร เกือบพร้อมแล้ว ~90 % แต่ยังมีประเด็นสำคัญที่ค้างอยู่ประมาณ 10 % ซึ่งจะเป็นตัวกำหนด “ชะตากรรมของยูเครนและยุโรป” (10% ที่เหลือ คือ ประเด็น สถานะของ Donbas ,การควบคุมดินแดน และหลักประกันความมั่นคง”
- รัสเซียส่งหลักฐานให้สหรัฐ ว่าทาง ยูเครนได้ส่งกองทัพโดรน 91 ลำ พุ่งเป้าโจมต้บ้านพักปูตินในรัสเซียและประสบความสำเร็จในการ ในการกู้คืนและถอดรหัสจากไฟล์โดรนที่ยิงตกแล้ว ในขณะที่ยุเครน ปฎิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
- รัสเซีย เรียกร้องไปทางสหรัฐ ให้ยุติการไล่ล่าเรือบรรทุกน้ำมันเวเนซุเอล่า Bella 1 ตลอด 2 สัปดาห์ ทางรัสเซียมองว่า เป็นการสร้างแรงกดดันต่อพันธมิตรรัสเซียและเวเนซุเอล่า ทางเศรษฐกิจแลการเมือง ซึ่งพันธมิตรรัสเซียมองว่า เป็นการแซกแทรงของสหรัฐ อาจส่งผลต่อการเจรจาสงคราม ยูเครนและความสัม
พันธ์ ระหว่างมหาอำนาจโดยรวม - ผลสำรวจชาวรัสเซีย เชื่อว่า สงคราม จะจบในปี 2026 ซึ่งสะทอ้นจากความเหนื่อยล้าของสถานะการณ์ที่ยืดเยื้อ
ซาอุดิอาระเบียปรับลดราคาน้ำมันดิบให้กับลูกค้าเอเซีย … ปัจจัยกดดันน้ำมัน
- Router รายงาน ซาอุฯ มีแผนจะลดราคาOfficial Selling Price OSP สำหรับน้ำมันส่งไปเอเซีย เดือน ก.ค. ให้ 10-30 เซน/ (ติดต่อกันเป็นเดือน ที่ 3)
- Arab Light (เกรดหลัก) คาดลดประมาณ 0.10–0.30 ดอลลาร์/บาร์เรล จากพรีเมียมเดิมที่ประมาณ 0.60 ดอลลาร์ เหลือ 0.30–0.50 ดอลลาร์เหนือราคาเฉลี่ย Oman/Dubai ซึ่งจะเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 5 ปีสำหรับพรีเมียมนี้
- ราคาสัญญา benchmark ในตลาดเอเชีย อย่าง Oman/Dubai และ cash premiums มีแนวโน้มอ่อนตัวตั้งแต่ปลายปี 2565 ซึ่งสะท้อนว่า ความต้องการไม่แข็งแรง มากพอ และส่งผลให้ Aramco ต้องลด OSP ต่อเนื่องเพื่อรักษาความสามารถแข่งขันในการขายน้ำมันไปยังลูกค้าเอเชีย
- ซึ่งจะปรับให้ตามเกรดน้ำมันที่มีการผลิต ทั้งนี้เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า มีการเพิ่มกำลังการผลิตทั้งใน OPEC+ ,สหรัฐ และ หลายๆประเทศผู้ผลิตน้ำมัน
H4/H1 ราคาน้ำมันปรับตัวร่วงลงบริเวณแนวรับที่ให้ไว้ และดีดขึ้นในเช้านี้ (ตามคาด) ยังคงเป็นโครงสร้างขาลง CHoch H4 @60.116 ยังคงไม่สามารถยืนเหนือจุดนี้ได้ ราคาน้ำมัน ทำ False Break ออกนอกแนว Channel Downtrend ก่อนจะปรับร่วงลงมาในกรอบเช่นเดิม วานนี้ราคาน้ำมันพยายามยก Low บริเวณแนวรับ Fibo 50-61.8 แต่ยังคงไม่สามารถทะลุผ่าน แนวต้าน 58.624 ขึ้นไปได้ หากสามารถยืนเหนือบริเวณแนวต้านดังกล่าวขึ้นไปได้จะเป็นการสร้าง Uptrend ในโครงสร้าง 1 ชั่วโมง (รอให้ราคากลับเทรนด์ย่อยจึงหาจังหวะเข้าซื้อ) / แต่หาก ณ ปัจจุับันยังคงไม่สามารถทะลุผ่านขึ้นไปได้ เป้นการเคลื่อนไหวออกข้าง เพื่อสะสมกำลังและเลือกข้างภายหลัง
คำแนะนำ
- เปิดสถานะ:ขาย (รอสัญญาณขาย) กรอบ 58.734-58.324 / SL 59.000 เพือทำกำไร ที่ 58.049/57.928/57.866/57.719/57.571
- ตลาดเปิดไม่เต็มที่ Volume กำลังการซื้อขายน้อย แนะนำทำกำไรระยะสั้น
แนวรับ 56.324/55.611/54.846
แนวต้าน 58.344/59.423/60.116


Leave a Reply